วันอังคาร 26 พฤษภาคม 2563
ติดตามเว็บไซต์
หน้าแรก > เผยแพร่ผลงาน > การพัฒนาแบบฝึกเสริมการอ่านภาษาอังกฤษที่ส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมในรายวิชาภาษาอังกฤษ (อ22101) โดยใช้แนวการสอนแบบกระตือรือร้น (Active Learning) สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2

การพัฒนาแบบฝึกเสริมการอ่านภาษาอังกฤษที่ส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมในรายวิชาภาษาอังกฤษ (อ22101) โดยใช้แนวการสอนแบบกระตือรือร้น (Active Learning) สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2

หมวดหมู่ : เผยแพร่ผลงาน 3 พฤษภาคม 2563 เปิดอ่าน 89 ครั้ง

บทคัดย่อ

 

ชื่อเรื่อง การพัฒนาแบบฝึกเสริมการอ่านภาษาอังกฤษที่ส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม ในรายวิชาภาษาอังกฤษ (อ22101) โดยใช้แนวการสอนแบบกระตือรือร้น (Active Learning) สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2

ผู้วิจัย  นางสาวสุชาดา  โพธิสมภาพวงษ์

ปีการศึกษา  2561

 

การวิจัยในครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงทดลอง (Experimental research แบบ The One-group Pretest – Post-test Design) มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างและหาประสิทธิภาพของแบบฝึกเสริมการอ่านภาษาอังกฤษที่ส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม ในรายวิชาภาษาอังกฤษ (อ22101) โดยใช้แนวการสอนแบบกระตือรือร้น (Active Learning) สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2  เพื่อเปรียบเทียบความสามารถด้านการอ่านภาษาอังกฤษของนักเรียนก่อนและหลังการใช้แบบฝึกเสริมการอ่าน และเพื่อศึกษาความคิดเห็นของนักเรียนที่มีต่อแบบฝึกเสริมการอ่านที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น

กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2  ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2561 ที่ได้มาโดยการสุ่มห้องเรียนมา 1 ห้อง ได้นักเรียนกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 43 คน

เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา ได้แก่ แบบสอบถามความต้องการหัวข้อเรื่องในการอ่านสำหรับครูผู้สอนและนักเรียน แบบฝึกเสริมการอ่านภาษาอังกฤษที่ส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม  จำนวน 4 บทเรียน ได้แก่ Unit 1 Garbage Problem  Unit 2 Water Pollution  Unit 3 Air Pollution Unit 4 Soil Pollution แบบทดสอบวัดความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษก่อนและหลังเรียน  จำนวน 40 ข้อ และแบบสอบถามความคิดเห็นที่มีต่อแบบฝึกเสริมการอ่านภาษาอังกฤษ

การทดลองและเก็บรวบรวมข้อมูล ผู้วิจัยดำเนินการทดลอง  4  สัปดาห์ ๆ ละ 3 คาบเรียน ๆ ละ 50 นาที รวมทั้งสิ้น 12 คาบเรียน ผู้วิจัยให้กลุ่มตัวอย่างทำแบบทดสอบก่อนเรียนเพื่อวัดความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษ เมื่อเรียนจบในแต่ละบท ให้กลุ่มตัวอย่างทำแบบทดสอบประจำบทและตอบแบบสอบถามความคิดเห็นที่มีต่อแบบฝึกเสริมการอ่าน หลังจากที่เรียนจบครบทั้ง 4 บท ผู้วิจัยให้กลุ่มตัวอย่างทำแบบทดสอบวัดความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษ ซึ่งเป็นแบบทดสอบฉบับเดียวกับแบบทดสอบก่อนเรียน

วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติ t-test แบบจับคู่เพื่อเปรียบเทียบความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษก่อนและหลังเรียนจากแบบฝึกเสริมการอ่าน ใช้ค่าสถิติพื้นฐาน ได้แก่ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน

ผลการศึกษาพบว่า

  1. ประสิทธิภาพของแบบฝึกเสริมการอ่านภาษาอังกฤษที่ส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม ในรายวิชาภาษาอังกฤษ (อ22101) โดยใช้แนวการสอนแบบกระตือรือร้น (Active Learning) สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2  มีค่าเท่ากับ 83.01/79.85  ซึ่งถือว่ามีประสิทธิภาพอยู่ในระดับดีมาก
  2. ความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษของนักเรียนหลังการใช้แบบฝึกเสริมการอ่านภาษาอังกฤษสูงกว่าก่อนการใช้แบบฝึกเสริมการอ่านภาษาอังกฤษส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม ในรายวิชาภาษาอังกฤษ (อ22101) โดยใช้แนวการสอนแบบกระตือรือร้น (Active Learning) สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
  3. ความคิดเห็นของนักเรียนที่มีต่อแบบฝึกเสริมการอ่านที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นอยู่ในระดับดี

ข่าวล่าสุดของหมวดหมู่ เผยแพร่ผลงาน

ผลการใช้กระบวนการเรียนรู้แบบรวมพลัง 5 ขั้นตอน ร่วมกับเทคนิคการใช้ใบงานและผังกราฟิก ด้วยการพัฒนาบทเรียนร่วมกันผ่านชุมชนแห่งการเรียนรู้เชิงวิชาชีพ ที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาสังคมศึกษา เรื่อง ของดีเมืองจันท์ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
3 พฤษภาคม 2563

ผลการใช้กระบวนการเรียนรู้แบบรวมพลัง 5 ขั้นตอน ร่วมกับเทคนิคการใช้ใบงานและผังกราฟิก ด้วยการพัฒนาบทเรียนร่วมกันผ่านชุมชนแห่งการเรียนรู้เชิงวิชาชีพ ที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาสังคมศึกษา เรื่อง ของดีเมืองจันท์ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6

การวิจัยและพัฒนารูปแบบการสอนสังคมโดยใช้ปัญหาเป็นฐานตามทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์ เรื่อง การอยู่ร่วมกันในสังคม เพื่อเสริมสร้างทักษะการคิดวิเคราะห์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
3 พฤษภาคม 2563

การวิจัยและพัฒนารูปแบบการสอนสังคมโดยใช้ปัญหาเป็นฐานตามทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์ เรื่อง การอยู่ร่วมกันในสังคม เพื่อเสริมสร้างทักษะการคิดวิเคราะห์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6