วันเสาร์ 25 กันยายน 2564
ติดตามเว็บไซต์
หน้าแรก > ข่าววันนี้ > สพฐ.เผยงบดำเนินงานปี 65 ถูกตัดกว่า 3,600 ล้านบาท ชี้ต้องปรับตัว จัดลำดับความสำคัญ

สพฐ.เผยงบดำเนินงานปี 65 ถูกตัดกว่า 3,600 ล้านบาท ชี้ต้องปรับตัว จัดลำดับความสำคัญ

หมวดหมู่ : ข่าววันนี้ 2 มิถุนายน 2564 เปิดอ่าน 501 ครั้ง

เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมผู้บริหารระดับสูง สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ว่า จากที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ออกประกาศ ศธ. เรื่อง การเลื่อนเวลาเปิดภาคเรียนที่ 1 ประจำเป็นการศึกษา 2564 เป็นวันที่ 14 มิถุนายน ซึ่งในประกาศระบุว่าถ้าโรงเรียนใดมีความพร้อม สามารถเปิดเรียนก่อนวันที่ 14 มิถุนายนได้ โดยต้องดำเนินการตามมาตรการที่ศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) (ศบค.) อย่างเคร่งครัด โดยที่ประชุมได้รายงานการสำรวจโรงเรียนในสังกัด สพฐ.ทั่วประเทศ ที่พร้อมเปิดเรียนวันที่ 1 มิถุนายน พบว่ามีโรงเรียนพร้อมเปิดจำนวน 12,571 แห่ง ซึ่งจากการติดตามการดำเนินงานของทุกโรงเรียน พบว่าโรงเรียนทุกแห่งสามารถจัดการเรียนการสอนตามแผนการจัดการเรียนการสอนที่ได้เตรียมการเอาไว้ ไม่มีประเด็นปัญหาอะไร

นายอัมพรกล่าวต่อว่า ที่ประชุมนำนโยบาย 7 วาระเร่งด่วนของ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการ ศธ. ที่เกี่ยวข้องกับ สพฐ. เข้ามาหารือเพื่อลงสู่การปฏิบัติ โดยมีนโยบายเร่งด่วนที่เกี่ยวข้องกับ สพฐ.ดังนี้ 1.ความปลอดภัยในสถานศึกษา ตนมอบมหายให้ผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) และโรงเรียนทุกแห่ง นำเรื่องนี้มาขับเคลื่อนอย่างเร่งด่วน เนื่องจากขณะนี้อยู่ในช่วงเปิดภาคเรียนที่ 1/2564 ดังนั้น ทุกโรงเรียนจะต้องสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ปกครองและนักเรียนทุกคน เช่น ถ้านักเรียนมาเรียนรูปแบบ On Site ต้องทำให้นักเรียนมาเรียนด้วยความสุข ได้กินอาหารที่ดี ต้องมีระบบดูและที่สร้างความมั่นใจ และสร้างความสุขให้กับนักเรียนได้ นอกจากนี้ สพฐ.ได้รับมอบหมายจากรัฐมนตรีว่าการ ศธ.ให้จัดทำบันทึกความร่วมมือ (MOU) ร่วมกับภาครัฐ และภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องกับการดูแล รักษาความปลอดภัยของนักเรียน เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยกันสร้างความปลอดภัยให้กับนักเรียนด้วย

“2.การจัดทำหลักสูตรฐานสมรรถนะ ผมได้ติดตามการดำเนินงานพัฒนาหลักสูตรฐานสมรรถนะ พบว่าไม่มีอุปสรรคใดๆ คาดว่าการดำเนินงานจะเป็นไปตามแผนที่วางไว้ คือจะนำหลักสูตรฐานสมรรถนะ มาใช้ได้ทันในปีการศึกษา 2565 อย่างไรก็ตาม เพื่อให้การดำเนินการพัฒนาหลักสูตรเป็นไปด้วยความรอบคอบ และเป็นประโยชน์สูดสูง สพฐ.ไม่ได้จัดทำหลักสูตรสมรรถนะอยู่ฝ่ายเดียว แต่ร่วมกันพัฒนาการหลักสูตรผ่านคณะกรรมการจัดทำและพัฒนา ร่างหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช … (หลักสูตรมรรถนะ) โดยมีผู้แทนจากทุกภาคส่วนเข้าร่วมด้วย

“และ 3.การดูแลเด็กด้อยโอกาส และเด็กพิการ ขณะนี้ สพฐ.อยู่ระหว่างจัดทำฐานข้อมูลเพื่อเอกซ์เรย์ประชากรทั่วประเทศ เพื่อปักหมุดหาเด็กด้อยโอกาสและเด็กที่มีความบกพร่องทางร่างกายว่าอยู่ส่วนไหนของประเทศ เพื่อเข้าไปช่วยเหลือเด็กเหล่านี้ให้มากขึ้น คาดว่าภายในเดือนกันยายนนี้จะทราบจำนวนเด็กด้อยโอกาส และเด็กที่มีความบกพร่องทางร่างกายทั่วประเทศ ซึ่งจะทราบว่ามีเด็กที่ได้รับการศึกษากี่คน และยังมีเด็กที่ไม่ได้รับการศึกษากี่คน ถ้า สพฐ.มีข้อมูลทั้งหมด ก็จะเร่งหาวิธีการช่วยเหลือต่อไป เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา และให้เด็กทุกคนได้รับการศึกษาอย่างทั่วถึง” นายอัมพรกล่าว

เลขาธิการ กพฐ.กล่าวอีกว่า ขณะนี้ สพฐ.อยู่ระหว่างเตรียมข้อมูลนำเสนอชี้แจงงบประมาณ ประจำปี 2565 ต่อคณะกรรมธิการฯ งบประมาณรายจ่าย ประจำปี 2565 และคณะอนุกรรมการต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ฐานงบประมาณ ของ สพฐ.ในปี 2565 ได้ถูกปรับลดลง โดยเฉพาะงบดำเนินงาน ได้ถูกปรับลงลดกว่า 3,600 ล้านบาท ซึ่งถูกลดลงจากเดิม 5-6% จากปี 2564 ยอมรับว่า สพฐ.ถูกตัดงบฯไปเยอะพอสมควร ดังนั้น สพฐ.ต้องเตรียมการปรับตัว ถ้างบฯ ปี 2565 สพฐ.ได้ถูกปรับลดจริง จะต้องมาจัดลำดับความสำคัญโครงการต่างๆ ของ สพฐ.ใหม่ โครงการไหนที่จำเป็นเร่งด่วนจะคงไว้และขับเคลื่อนและพัฒนาการศึกษาก่อน พร้อมกับตัดงบในโครงการที่จำเป็นน้อยที่สุดด้วย ซึ่งจะทำให้การทำงานเดินหน้าต่อไปได้ แต่ถ้า สพฐ.จะทำงานใหม่ที่เป็นงานสร้างสรรค์ หรือต่อยอดเรื่องต่างๆ อาจจะทำไม่ได้เต็มที่ เพราะมีข้อจำกัดเรื่องงบฯ

 

 

ที่มา https://www.matichon.co.th/education/news_2755308

เปิดอ่าน 501 ครั้ง

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook