วันเสาร์ 31 ตุลาคม 2563
ติดตามเว็บไซต์
หน้าแรก > ข่าววันนี้ > ถก 5 พัน ร.ร.ขยายโอกาสห้ามรับ น.ร.แจงบางแห่งมีนักเรียน ม.ต้นไม่ถึง 20 คน

ถก 5 พัน ร.ร.ขยายโอกาสห้ามรับ น.ร.แจงบางแห่งมีนักเรียน ม.ต้นไม่ถึง 20 คน

หมวดหมู่ : ข่าววันนี้ 8 ตุลาคม 2563 เปิดอ่าน 445 ครั้ง

ถก 5 พัน ร.ร.ขยายโอกาสห้ามรับ น.ร.แจงบางแห่งมีนักเรียน ม.ต้นไม่ถึง 20 คน กพฐ.หารือแผนควบ ‘ร.ร.เล็ก’

ดร.เอกชัย กี่สุขพันธ์ ประธานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ กพฐ.ในวันที่ 9 ตุลาคมนี้ ตนจะเสนอให้ที่ประชุมนำเหตุการณ์ของโรงเรียนสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์มาหารือ เพื่อปรับปรุงการจัดการเรียนการสอน และการรับบุคลากรทางการศึกษา ในโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ต่อไป นอกจากนี้ ที่ประชุมจะหารือถึงแผนการควบรวมโรงเรียนขนาดเล็กที่ สพฐ.เสนอ และจะหารือเรื่องการบริหารจัดการโรงเรียนขยายโอกาส จากข้อมูลเบื้องต้นพบโรงเรียนขยายโอกาสทั่วประเทศประมาณ 4-5 พันแห่ง และหลายแห่งมีนักเรียนระดับชั้นมัธยมต้น ม.1-3 รวมแล้วไม่ถึง 20 คน

ดร.เอกชัยกล่าวต่อว่า ปัจจุบันการเดินทางสะดวกมากขึ้น นักเรียนสามารถเดินทางไปเรียนโรงเรียนมัธยมที่ใกล้เคียงได้ ดังนั้น โรงเรียนขยายโอกาสที่อยู่ใกล้โรงเรียนมัธยม ก็ไม่ควรจะเปิดรับนักเรียนอีก ตนพบว่าโรงเรียนขยายโอกาสบางแห่งมีนักเรียนชั้น ม.3 เพียง 5 คนเท่านั้น ไม่มีนักเรียนชั้น ม.2 เลย แต่ทางโรงเรียนกลับรับนักเรียนชั้น ม.1 มา 4 คน จึงเกิดคำถามว่าเมื่อโรงเรียนเหลือนักเรียนชั้น ม.3 เพียง 5 คน ไม่ควรรับนักเรียนเพิ่มอีก ควรให้นักเรียนที่เรียนชั้นมัธยมต้นได้ไปเรียนโรงเรียนมัธยมที่มีคุณภาพมากกว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน คาดว่าทางสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ไม่กำชับ และไม่ใส่ใจโรงเรียนเหล่านี้มากพอ ดังนั้น สพท.ต้องเข้าไปสำรวจ และรวบรวมปัญหาเพื่อแก้ไขต่อไป

“ในการประชุมบอร์ด กพฐ.ผมจะหารือกับที่ประชุมว่าควรจะจัดการปัญหานี้อย่างไร จะสามารถย้ายนักเรียนเหล่านี้ไปเรียนในโรงเรียนมัธยมที่อยู่ใกล้เคียงได้หรือไม่ ทั้งนี้ ต้องขึ้นอยู่กับความสมัครใจของผู้ปกครอง และนักเรียนด้วย ถ้าผู้ปกครอง และนักเรียนอยากจะย้ายไปโรงเรียนมัธยมใกล้เคียง ก็สามารถย้ายได้ทันที แต่ถ้าผู้ปกครอง และนักเรียนสมัครใจที่จะเรียนโรงเรียนขยายโอกาสต่อ ก็สามารถเรียนได้ แต่ทาง กพฐ.จะไม่ให้โรงเรียนรับนักเรียนเพิ่มอีกแล้ว โดยจะเร่งทำเป็นประกาศให้โรงเรียน ผู้ปกครอง และนักเรียนทราบล่วงหน้า 1 ปี” ดร.เอกชัย กล่าว

 

 

ที่มา https://www.matichon.co.th/education/news_2382162