วันศุกร์ 2 ตุลาคม 2563
ติดตามเว็บไซต์
หน้าแรก > ข่าววันนี้ > สรรหาบิ๊ก ‘สกสค.-คุรุสภา’ เมาธ์สนั่น..ล็อกสเปกคน ‘พปชร.’ คำถามที่ ‘ณัฏฐพล’ ต้องเคลียร์ !!

สรรหาบิ๊ก ‘สกสค.-คุรุสภา’ เมาธ์สนั่น..ล็อกสเปกคน ‘พปชร.’ คำถามที่ ‘ณัฏฐพล’ ต้องเคลียร์ !!

หมวดหมู่ : ข่าววันนี้ 5 กันยายน 2563 เปิดอ่าน 216 ครั้ง

ส่อเค้าว่าจะวุ่นอีกรอบ!! สำหรับการสรรหา เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) และ เลขาธิการคุรุสภา หลัง นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) นั่งหัวโต๊ะ เคาะเลือก นายดิศกุล เกษมสวัสดิ์ เลขาธิการสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) เป็นเลขาธิการคุรุสภา และ นายธนพร สมศรี รองเลขาธิการ สกสค.เป็นเลขาธิการ สกสค.

โดยก่อนหน้านี้มีเสียงลือค่อนข้างหนาหูว่าการสรรหาครั้งนี้ มีการ “ล็อก” ตัวบุคคลเอาไว้เรียบร้อยแล้ว โดยเฉพาะตำแหน่งเลขาธิการ สกสค.ที่แว่วมาว่าวางตัวคนจาก พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เอาไว้ล่วงหน้า

เป็นที่น่าสงสัยยิ่งขึ้นเมื่อมีการนัดประชุมอย่างเร่งรีบ โดยเฉพาะต้องมาคัดเลือกในวันที่มีประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งช่วงเช้าได้เริ่มประชุมเมื่อเวลา 08.30 น.ทั้งคณะกรรมการคุรุสภา และคณะกรรมการ สกสค.ได้เคาะเลือกเลขาธิการคุรุสภา และเลขาธิการ สกสค. 2 ตำแหน่งสำคัญ ที่ทำหน้าที่ดูแลครูและบุคลากรทางการศึกษาได้ภายในเวลาเพียง 1 ชั่วโมง ….

ซึ่งตำแหน่งเลขาธิการคุรุสภา มีผู้สมัคร 14 ราย คือ 1.น.ส.เพ็ญจันทร์ ภูมิเทศ 2.นายสุรินทร์ แก้วมณี 3.นายอำนาจ สุนทรธรรม 4.นางจินตนา มีแสงพราว 5.นายบุญสอน สามัคคี 6.นายศักดิ์อนันต์ อนันตสุข 7.ผศ.สอน โฮมแพน 8.นายดิศกุล เกษมสวัสดิ์ 9.นายสมศักดิ์ ดลประสิทธิ์ 10.นายองค์กร อมรสิรินันท์ 11.นางขนิษฐา อุ่นอนันต์ 12.นายมานพ กาญจนบุรางกูร 13.นางวัฒนาพร ระงับทุกข์ และ 14.น.ส.กาญจนวรินทร์ ผลอนันต์

มีผู้ถูกเสนอชื่อให้คณะกรรมการคุรุสภาเลือก 2 ราย คือ นายสุรินทร์ แก้มมณี ผู้ช่วยปลัด ศธ.และนายดิศกุล ซึ่งก็เป็นไปตามคาด ที่นายดิศกุลได้รับคัดเลือกให้เป็นเลขาธิการคุรุสภาคนใหม่ !!

ขณะที่ตำแหน่งเลขาธิการ สกสค.มีผู้สมัคร 9 ราย ดังนี้ 1.นายธนพร สมศรี 2.นายกฤตชัย อรุณรัตน์ 3.นายสุรินทร์ แก้วมณี 4.นายอธิปปรัชญ์ ภัควัฒน์ภักดี 5.นายพิษณุ ตุลสุข 6.นายสมศักดิ์ ดลประสิทธิ์ 7.นายสมมาตร มีศิลป์ 8.นายพิพัฒน์ พุ่มยี่สุน และ 9.ว่าที่ร้อยตรีอานนท์ สุขภาคกิจ

โดยผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อให้คณะกรรมการ สกสค.คัดเลือก 2 ราย คือ นายธนพร และนายกฤตชัย อรุณรัตน์ อดีตเลขาธิการ กศน.ผู้ที่ได้รับคัดเลือกก็เป็นไปตามคาดเช่นกัน คือ นายธนพร อดีตผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พปชร.

เรื่องนี้ นายพิษณุ ตุลสุข อดีตรองปลัด ศธ.และอดีตปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการคณะกรรมการ สกสค.หนึ่งในผู้สมัครเข้ารับการสรรหาครั้งนี้ ตั้งข้อสังเกตว่าทำไมคณะกรรมการคุรุสภา และคณะกรรมการ สกสค.จึงต้องจัดประชุมแต่เช้า ทั้งที่ตรงกับวันประชุม ครม.เหมือนลุกลี้ลุกลน เลือกคนของตัวเอง เพราะนายธนพรเคยเป็นอดีตผู้สมัคร ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พปชร.แต่ได้ยื่นใบลาออกจากสมาชิก พปชร.แล้ว

“ที่ผมสมัครเข้ารับการสรรหา เพราะอยากเข้ามาดูแลสวัสดิการและสวัสดิภาพครู ไม่อยากให้การเมืองเข้ามายุ่ง และไม่มีวิชาชีพใดยอมให้บุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแล ดังนั้น จะขอใช้สิทธิตาม พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสาร พ.ศ.2542 ขอดูคะแนนเปรียบเทียบ และขอเหตุผลในการคัดเลือกครั้งนี้ ส่วนจะฟ้องหรือไม่นั้น ยังไม่ขอตอบ ขอพิจารณาข้อมูลก่อน” นายพิษณุ กล่าว

ขณะที่ นายองค์กร อมรสิรินันท์ อดีตเลขาธิการคุรุสภา ระบุว่า การสรรหาครั้งนี้น่าจะมีการล็อกเก้าอี้ทั้ง 2 ตำแหน่ง เพราะหลังจากที่ตนได้ยื่นใบสมัคร และพยายามติดตามแสวงหาข้อมูลว่ามีอะไรผิดปกติหรือไม่ ก็พบข้อมูลดังกล่าว และการที่คณะกรรมการทั้ง 2 ชุดนัดประชุมหลังการแสดงวิสัยทัศน์เพียง 1 วันทันที ถือเป็นเรื่องผิดปกติ เพราะถ้ากระบวนการสรรหาเป็นอิสระ จะไม่เร่งรัดเท่านี้ อีกทั้ง กระบวนสรรหาต้องทิ้งเวลาไว้ เพื่อรวบรวมคะแนน รวบรวมเอกสารวิสัยทัศน์อย่างละเอียด เพื่อให้การพิจารณาเป็นไปอย่างละเอียด และรอบคอบ

นายองค์กรกล่าวอีกว่า ประกอบกับช่วงนี้ เป็นช่วงการโยกย้ายข้าราชการระดับ (ซี) 11 ที่อยู่ระหว่างเสนอ ครม.ดังนั้น การสรรหาในช่วงเวลานี้ อาจเป็นไปได้ที่จะมีการควบคุม และอาจจะมีตัวคนที่ต้องการอยู่แล้ว เมื่อเป็นเช่นนี้ จึงส่อว่ากระบวนการน่าจะไม่โปร่งใส และได้ตัดสินใจถอนตัวไม่แสดงวิสัยทัศน์ การสรรหาครั้งนี้เลือกตัวบุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่งตั้งแต่ก่อนที่จะมีการรับสมัคร ทั้งที่ควรดำเนินการตาม พ.ร.บ.สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2562 ได้แล้ว เพราะรัฐบาลมาจากการเลือกตั้ง ไม่ใช่มาจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เหมือนเดิม แต่ก็ไม่มีการเสนอให้ยกเลิกคำสั่ง คสช.สุดท้ายคนที่ได้รับการคัดเลือก ก็เป็นคนที่คิดไว้

“กระบวนการสรรหาครั้งนี้ จึงเป็นเพียงพิธีกรรมที่ทำให้ดูดี จากนี้ผู้ประกอบวิชาชีพครู จะรวมกันตรวจสอบการทำงานของคุรุสภา และ สกสค.อย่างใกล้ชิดทุกเรื่อง ส่วนในฐานะหนึ่งในผู้สมัครเข้ารับการสรรหาจะฟ้องร้องหรือไม่นั้น ส่วนตัวไม่อยากหาเรื่องใคร รัฐมนตรีว่าการ ศธ.มีอำนาจ เพียงแต่เป็นบทพิสูจน์ว่ารัฐมนตรีว่าการ ศธ.ใช้อำนาจชอบธรรมหรือไม่ ผมไม่อยากใช้กระบวนการทางกฎหมาย แต่คนอื่นอาจจะฟ้องหรือไม่ ก็เป็นสิทธิ” นายองค์กร กล่าว

พร้อมย้ำว่า จากนี้องค์กรครูจะรอพิสูจน์ความจริง หากทำผิดสังคมจะลงโทษเอง ขณะนี้รัฐมนตรีว่าการ ศธ.ถูกนักเรียนเป่านกหวีดแล้ว และถ้าครูเป่านกหวีดใส่ด้วย จะทำอย่างไร และหากมีการขอตรวจสอบข้อมูลตาม พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสาร พ.ศ.2542 จะต้องมีการเปิดเผย คนจะหัวเราะคะแนนที่ให้แต่ละคน

ขณะที่ นายบุญสอน สามัคคี ประธานชมรมครูผู้กล้า หนึ่งในผู้สมัครเข้ารับการสรรหาตำแหน่งเลขาธิการคุรุสภา กล่าวคล้ายกันว่า เคยเป็นทั้งครูผู้สอน และเคยเป็นผู้บริหาร จึงอยากมาพัฒนาวิชาชีพครูให้เกิดการพัฒนาอย่างจริงจัง จึงตัดสินใจมาสมัครในตำแหน่งนี้ แต่เมื่อตนได้ติดตามข่าวตลอดเวลา และทราบข่าวว่าอาจจะมีการล็อกตัวเลขาธิการคุรุสภา และเลขาธิการ สกสค.จึงตัดสินใจถอนตัวไม่แสดงวิสัยทัศน์ เพราะไม่อยากสมัครให้เสียเวลา และเสียโอกาสด้วย

งานนี้ เสมา 1 คงต้องออกมาแจกแจง และพิสูจน์ให้ได้ว่า การสรรหาเลขาธิการคุรุสภา และเลขาธิการ สกสค.เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ทำตามกฎระเบียบ

สำหรับนายดิศกุล และนายธนพร ที่ได้รับแต่งตั้งในครั้งนี้ หลายๆ คนก็คงพอจะได้เห็นศักยภาพการทำงานที่ต้องใช้ความสามารถมาพอสมควร และต้องนำปัญหาอุปสรรคที่เกิดขึ้นในอดีตมาเป็นบทเรียน เพื่อไม่ให้ปัญหาคาราคาซัง

อย่างไรก็ตาม แต่หากผู้เข้ารับการสรรหา มองว่าการสรรหาครั้งนี้มีกระบวนการที่ไม่ถูกต้อง ส่อไปในทางที่ไม่โปร่งใส ก็เป็นสิทธิที่จะร้องเรียนได้

ต้องติดตามว่า รัฐมนตรีว่าการ ศธ.จะสามารถแจกแจงเหตุผล และแก้ข้อกล่าวหา ในการสรรหาเลขาธิการคุรุสภา และเลขาธิการ สกสค.เพื่อสร้างความกระจ่างให้กับครูและบุคลากรทางการศึกษาทั่วประเทศได้หรือไม่ !!

 

 

ที่มา https://www.matichon.co.th/education/news_2331557

เปิดอ่าน 216 ครั้ง