วันพฤหัสบดี 13 สิงหาคม 2563
ติดตามเว็บไซต์
หน้าแรก > ข่าววันนี้ > ชมรมครูอีสานแบ่งสายยื่นหนังสือขอแก้ไขคำสั่ง คสช.ลิดรอนงานบริหารบุคคล

ชมรมครูอีสานแบ่งสายยื่นหนังสือขอแก้ไขคำสั่ง คสช.ลิดรอนงานบริหารบุคคล

หมวดหมู่ : ข่าววันนี้ 12 กรกฎาคม 2563 เปิดอ่าน 558 ครั้ง

ชมรมครูภาคตะวันออกเฉียงเหนือร่วมประชุม แบ่งสายจังหวัดยื่นหนังสือผ่าน ส.ส.เสนอรัฐบ้าน ปรับแก้ คำสั่ง คสช.ที่ 19/2560 ทำให้เสียเวลากว่าจะเลื่อนขั้นเงินเดือนเสร็จใช้เวลานาน และการจัดกาเรียนรู้ในสถานการณ์โรคโควิด 19 หากไม่พบการแพร่ระบาดควรเปิดให้เรียนได้ตามปกติ

เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม นายเกิดมี สอนเมือง ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาหนองบัวลำภู(สพป.) เขต 1 ได้เป็นประธานเปิดการประชุมชมรมครูประชาบาลภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ครั้งที่ 2/2563 และบรรยายพิเศษถึงโครงสร้างทางการศึกษาที่ส่งผลกระทบต่อการบริหารงานบุคคล ที่ห้องประชุมสกรณ์ออมทรัพย์ครูหนองบัวลำภู โดย มีนายพลชัย โสภากันต์ ประธานชมรมครูภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นายประวิทย์ บึงไสย์ นายอุดม มณีวรรณ นายอภิสิทธ์ ศรีจานเหนือ ที่ปรึกษาชมรมครูประชาบาลภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พร้อมด้วยอดีตแกนนำครูภาคอีสานที่เป็นนักต่อสู้เคลื่อนไหวเพื่อครูอีกหลายคน และคณะกรรมการจากจังหวัดต่างๆ ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้ร่วมกันประชุมและหาขอสรุปร่วมกัน เพื่อร่วมกันผลักดันแก้ไข ผลกระทบในการจัดการศึกษาที่ได้รับจากการปรับเปลี่ยนโครงสร้าง ซึ่งที่ประชุมก็ได้มีการอภิปรายเสนอแนวทาง ทั้งในส่วนของการอยากให้มีการแก้ไข และบางส่วนอยากให้ยกเลิกไปเลย สำหรับ คำสั่ง คสช.ที่ 19/2560

สำหรับ คำสั่ง คสช.ที่ 19/2560 เรื่องการปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาคของกระทรวงศึกษาธิการ ลงวันที่ 3 เมษายน 2560 นั้นเห็นว่า มีการกำหนดมาตรการและกลไกเพื่อแก้ไขปัญหาการแก้ไขปัญหาจัดการศึกษาของประเทศที่มีความซับซ้อน ซึ่งเป็นการรวมศูนย์อำนาจไว้ที่ กศจ.ทั้งอำนาจตามกฎหมายว่าการด้วยการศึกษาชาติ อำนาจว่าด้วยการบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ และกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งไม่สอดคล้องกับสภาวการณ์ปัจจุบัน ที่เปลี่ยนแปลงไป ส่งผลกระทบต่ออำนาจในการจัดการบุคลากรตามที่กฎหมาย ว่าด้วยระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ที่กำหนดไว้ให้เป็นอำนาจของ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา และ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่มัธยมศึกษา ผู้บังคับบัญชาโดยตรงในระดับเขตพื้นที่การศึกษาทั้งประถมศึกษาและมัธยมศึกษาไม่มีอำนาจในการบังคับบัญชาเพื่อให้คุณให้โทษต่อบุคลากร คุณภาพการจัดการศึกษาให้แก่เด็กและเยาวชนของชาติถูกลดทอนลง ขาดการมีส่วนร่วมของบุคลากรที่มีปัญหา สิ้นเปลืองงบประมาณ และเกิดความล่าช้าในการปฏิบัติงาน ทั้งยังขัดต่อหลักการกระจายอำนาจการบริหารงานบุคคลสู่เขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษา ก่อให้เกิดความขัดแย้งทางความคิดอย่างรุนแรงและขาดการยอมรับซึ่งกันและกันในองค์กร โดยที่ประชุมได้มีการเสนอความเห็นในเรื่อง การกำหนดให้ กศจ. มีอานาจในการเสนอความเห็นเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลของราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาต่อคณะกรรมการขับเคลื่อนปฏิรูปการศึกษาของ ศธ.ในภูมิภาค โดยไม่รวมถึงอำนาจหน้าที่ซึ่งกฎหมายว่าด้วย ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษากำหนดไว้ให้เป็นอำนาจหน้าที่ของ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ทั้งระดับประถมและมัธยมศึกษา กำหนดให้การบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาไว้ให้เป็นอำนาจ ของ อ.ก.ค.ศ.ระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา ไม่ต้องมอบอำนาจให้กับศึกษาธิการจังหวัดเป็นผู้ปฏิบัติราชการแทน และโดยที่ประชุมได้มีการเสนอให้มีการแก้ไข 7 ข้อ และนอกจากนั้นที่ประชุมยังได้มีการพูดคุยกันใน การหาแนวทางต่อสู้คดี กรณี สถานศึกษาและผู้บริหารสถานศึกษา ถูกบริษัทผู้ขายฟ้องคดีเรียกร้องค่าเสียหาย โดยมีตัวแทนครูที่ถูกฟ้องจากจังหวัดอุดรธานี ซึ่งมีโรงเรียนจำนวนมาก ในพื้นที่ภาคอีสานได้รับผลกระทบในเรื่องนี้

ส่วนในการยื่นหนังสือ แก้ไขคำสั่ง คสช.ที่ 19/2560 นั้น ที่ประชุม มีความเห็นว่าให้ สมาคมครูประถมศึกษาแต่จังหวัดใน 20 จังหวัดภาคอีสานไปยื่น หนังสือผ่าน ส.ส.ในพื้นที่ของตนเอง ทั้ง ส.ส.ฝ่ายค้านและรัฐบาล ภายในวันที่ 11-17 กรกฎาคม 2563 นี้ และนอกจากนั้น ที่ประชุมได้ฝากและเชิญชวนไปยัง พี่น้องข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาได้ช่วยกันตอบระบบการรับฟังความคิดเห็น ตามมาตรา 77 ของ รัฐธรรมนูญ ในร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม คำสั่ง หัวหน้า คสช.ที่ 19/2560 ในเครื่องโทรศัพท์ ไปจนวันที่ 30 กรกฎาคม นี้ กฎหมายฉบับนี้จะสำเร็จหรือไม่อยู่ที่พลังความสามัคคีของ ครูเราทุกคน ทำเพื่อครู ทำเพื่อเด็ก เพื่อชุมชน จึงขอฝากแต่ละจังหวัดได้ช่วยกัน

ด้านนายพลชัย โสภากันต์ ยังได้กล่าวว่านอกจาก เรื่องการเสนอร่างกฎหมายการศึกษา แก้ไข คำสั่ง คสช.ที่ 19/2560 ในเรื่องของการบริหารงานบุคคลแล้ว มาให้เขตพื้นที่การศึกษาตลอดจนองค์คณะบุคคลในรูปของอนุกรรมการและอีกเรื่องหนึ่งคือ ในเรื่องของการเปิดเรียนภายในสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด 19 คณะมองเห็นว่า การแก้ไขที่จะให้การจัดการศึกษาสมบูรณ์ที่สุด อยากเสนอกระทรวงศึกษาธิการว่า พื้นที่ไหนทางโรงเรียน หรือคณะกรรมการสถานศึกษา ตลอดจนพื้นเขาพิจารณาแล้วว่า การระบาดของโรคระบาดไม่มีปัญหาก็อยากจะให้ คลายล็อกให้จัดการเรียนการสอนได้ตามปกติ

ส่วนทางด้าน นายประวิทย์ บึงไสย์ ที่ปรึกษาชมรมครูประชาบาลภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กล่าวว่า คำสั่งที่ 19/2560 เสมือนยาพิษทำลายระบบการศึกษา เป็นคำสั่งที่ลดทอนอำนาจองค์คณะบุคคลทั้งหมด มอบไปให้ กศจ.ผลทำให้งานบุคคลประสบปัญหา ทั้งการย้าย การเลื่อนเงินเดือน เคยต่อสู้เรื่องนี้ ร่วมกับ สมาพันธ์สมาคมครูแห่งประเทศไทย เรื่องนี้มี มติเสนอให้มีการแก้ไข ก็ต้องยอมรับไม่ได้เสนอให้มีการยกเลิก ต้องการอยากได้งานบริหารงานบุคลคืนมา เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม และปรองดองใน 3 เรื่องนี้อยากให้ได้มาทั้งเกิดการปรองดอง คือ ศึกษาธิการก็อยู่ เขตพื้นที่ให้ได้อำนาจการบรรจุแต่งตั้งตาม ม.53 ผอ.ก็ได้อำนาจการบรรจุครูน้อยกลับคืนมา ครูก็ได้ อ.ก.ค.ศ. ถ้าได้อย่างนี้ในสถานการณ์ที่เขาคลอบอำนาจไว้อย่างนี้ รับฟังได้

 

 

ที่มา https://www.matichon.co.th/region/news_2263109