วันพฤหัสบดี 13 สิงหาคม 2563
ติดตามเว็บไซต์
หน้าแรก > ข่าววันนี้ > สช.ขอทบทวน 216 ร.ร.นานาชาติเปิดเทอม 1 มิ.ย.

สช.ขอทบทวน 216 ร.ร.นานาชาติเปิดเทอม 1 มิ.ย.

หมวดหมู่ : ข่าววันนี้ 23 พฤษภาคม 2563 เปิดอ่าน 193 ครั้ง

เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม นายอรรถพล ตรึกตรอง เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาเอกชน (กช.) เปิดเผยว่า ทางสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน (สช.) เตรียมจัดทำข้อเสนอ ต่อนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) และศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) ให้พิจารณาทบทวน การประกาศเปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา2563 เฉพาะโรงเรียนนานาชาติก่อน ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายนนี้ เบื้องต้นจากข้อมูล สช.มีโรงเรียนเอกชนในระบบทั้งหมด 4,114 แห่ง ในจำนวนนี้ เป็นโรงเรียนนานาชาติ 216 แห่ง กระจายอยู่ใน 28 จังหวัดทั่วประเทศ และหลายโรงเรียนตั้งอยู่ในพื้นที่ที่ไม่ใช่พื้นที่สีแดง

นายอรรถพล กล่าวต่อว่า โรงเรียนนานาชาติที่สอนเฉพาะระดับอนุบาล มีทั้งหมด 51 โรงเรียนแต่ส่วนใหญ่ สอนตั้งแต่อนุบาลถึงม.6 โดยมีโรงเรียนที่เปิดสอน 2 ภาคเรียนทั้งหมด 81 แห่ง และเปิดสอน 3 ภาคเรียน อยู่ 135 แห่ง ซึ่งเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน เปิดการเริ่มต้นภาคเรียนที่ 1 ของโรงเรียนนานาชาติ 11 แห่ง และเป็นเดือนที่สิ้นสุดปีการศึกษา อยู่ 201 แห่ง หากไปเปิดเทอม 1 กรกฎาคม หมายถึงการปิดภาคเรียนของโรงเรียนนานาชาติ 197 แห่ง เพราะฉะนั้นประกาศศธ. ที่ให้โรงเรียนเปิดวันที่ 1 กรกฎาคม จะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อโรงเรียนนานาชาติ

“เหตุผลที่ควรผ่อนผันให้โรงเรียนนานาชาติเปิดเรียนตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายนได้ เพราะ โรงเรียนนานาชาติมีนักเรียนเฉลี่ยอยู่ที่ 20 คนต่อห้อง ระดับม.ปลายจะมี ประมาณ 25 คนต่อห้องแต่ธรรมชาติการเรียนจะให้อิสระเรียนตามกลุ่ม ทำให้มีการเรียนที่แยกย่อยไม่เหมือนโรงเรียนทั่วไป สัดส่วนครูต่อนักเรียนอยู่ที่ 1:10 ระดับอนุบาลอยู่ที่ 1:7 เพราะฉะนั้น สัดส่วนเช่นนี้จึงเอื้อที่จะทำให้เกิดการป้องกันเชื้อโควิด-19 ได้ดี ขณะเดียวกัน โรงเรียนนานาชาติทุกแห่งป้องกันและระมัดระวังไม่ให้มีการแพร่ระบาด เพราะหากมีเด็กติดเชื้ออาจส่งผลให้เสียชื่อเสียงไปทั่วโลก อีกทั้งผู้ปกครองยังมีศักยภาพ มีความพร้อมในการป้องกันโรคสูง ที่สำคัญทั้ง 216 แห่ง ตั้งอยู่ในสถานที่ที่พร้อมด้านการสาธารณสุข หากเกิดกรณีมีนักเรียนติดเชื้อมีหน่วยบริหารทันที ส่วนนักเรียนต่างชาติ ภาพรวมพบว่า มีอยู่ไม่เกิน ร้อยละ30 นอกนั้นเป็นเด็กไทย และส่วนใหญ่เป็นนักเรียนเดิมที่อยู่ในประเทศไทยมาก่อนวันที่ 18 มีนาคม ซึ่งเลยระยะการเฝ้าระวังเรียบร้อยแล้ว ดังนั้นมั่นใจว่า นักเรียนโรงเรียนนานาชาติขณะนี้จะไม่ใช่ปัญหาในการแพร่เชื้ออีกต่อไป นอกจากนี้โรงเรียนนานาชาติมีระบบการเรียนออนไลน์ที่ดีอยู่แล้ว ไม่ต้องกังวลว่า เด็กจะเข้ามาเรียนเต็มเวลาพร้อมกัน รวมถึงยังมีระบบการติดตามนักเรียนได้ง่ายกรณีที่มีปัญหา ตรงนี้เป็นข้อแตกต่าง “นายอรรถพลกล่าว

เลขาธิการกช. กล่าวต่อว่า ทั้งนี้หากไม่เปิดจะทำให้เกิดความเสียหาย เพราะเดือนมิถุนายน เป็นเดือนสุดท้ายของปีการศึกษาของโรงเรียนนานาชาติทั่วโลก ที่เรียนภายใต้หลักสูตรเดียวกัน แม้จะเลื่อนในประเทศไทยได้แต่ไปเลื่อนต่างประเทศไม่ได้ หากจบไม่พร้อมกับประเทศอื่นเด็กก็จะได้รับความเสียหาย เพราะบางโรงเรียน มีการทำข้อตกลงกับมหาวิทยาลัยในต่างประเทศไว้ด้วย ขณะเดียวกันยังมีผู้ปกครองร้องเรียนไปที่ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค(สคบ.) เพราะอยากให้มีการสอนทั้งระบบออนไลน์และสอนในที่ตั้ง ไม่ควรปิดกั้นไม่ให้เด็กเข้าโรงเรียน ปัญหาที่ร้องเรียนส่วนใหญ่มีทั้งการขอคืนค่าเทอม ความไม่พอที่ต้องเรียนออนไลน์ตลอดเวลา ตอนนี้ผู้ปกครองส่วนใหญ่ชะลอการจ่ายค่าเทอม พอชะลอส่งผลกระทบถึงสถานะทางการเงินของโรงเรียน ซึ่งต้องจ่ายค่าจ้างครูไทย และครูต่างชาติในวงเงินค่อนข้างสูง ทั้งนี้ โรงเรียนที่จะเปิดเทอมวันที่ 1 มิถุนายน จะต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องการเชื้อโรคโควิด-19 ของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด

 

 

ที่มา https://www.matichon.co.th/education/news_2197784