วันอังคาร 20 ตุลาคม 2563
ติดตามเว็บไซต์
หน้าแรก > ข่าววันนี้ > ‘ณัฏฐพล’ เผยเรียนออนไลน์วันแรก พบปัญหาเพียบ ยัน ศธ.จะไม่ผลักภาระให้ผู้ปกครอง

‘ณัฏฐพล’ เผยเรียนออนไลน์วันแรก พบปัญหาเพียบ ยัน ศธ.จะไม่ผลักภาระให้ผู้ปกครอง

หมวดหมู่ : ข่าววันนี้ 19 พฤษภาคม 2563 เปิดอ่าน 506 ครั้ง

เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) แถลงข่าวภาพรวมในวันแรกของการจัดการศึกษาทางไกล ในสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ว่า ตนขอทำความเข้าใจถึงการจัดการเรียนการสอนในสถานการณ์โควิด-19 การเปิดภาคเรียนนั้น ตนยืนยันที่จะเปิดเรียนในวันที่ 1 กรกฎาคม โดยศธ.วางมาตรการไว้ คือ ตั้งใจจะให้มีการเรียนการสอนที่โรงเรียน โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของนักเรียน ผู้ปกครอง ครูและบุคลากรทางการศึกษาเป็นที่ตั้ง การใช้การเรียนการสอนในห้องเรียนเป็นหลัก เพราะศธ.มั่นใจว่านักเรียนจะได้รับคุณภาพที่เหมาะสมที่สุดโดยปฏิบัติตามมาตรการที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กำหนดอย่างเคร่งครัด หรือการแบ่งกันเข้าเรียน เป็นต้น แต่ใน 45 วันหลังจากนี้ก่อนเปิดเทอม ศธ.ไม่ทราบว่าในแต่ละพื้นที่จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง จึงต้องเตรียมความพร้อมในการจัดการเรียนการสอนรูปแบบอื่น หากไม่สามารถจัดการเรียนการสอนในโรงเรียนได้ โดย ศธ.และมูลนิธิ​การศึกษา​ทางไกลผ่านดาวเทียม ในพระบรมราชูปถัมภ์ (ดีแอลทีวี) ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) วางแผนจัดการเรียนการสอนผ่านช่องทีวีดิจิทัล 17 ช่องขึ้น โดยแบ่งช่องตามชั้นเรื่อง อนุบาล- มัธยมศึกษา (ม.) ปีที่ 6 ช่องของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา และช่องของสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.)

“ที่ผู้ปกครองเข้าใจว่า ต้องเตรียมตัวทำการเรียนการสอนออนไลน์นั้น เป็นความเข้าใจที่ผิด ศธ.เตรียมการเรียนการสอนออนไลน์เสริม เฉพาะนักเรียนระดับชั้น ม.4-6 เพราะคิดว่าเด็กกลุ่มนี้น่าจะมีอุปกรณ์ในการเรียน ซึ่งจะมีประมาณ 10% ของนักเรียนกลุ่มนี้ ที่ไม่มีอุปกรณ์เพียงพอ โรงเรียนและผู้อำนวยการโรงเรียนต้องตัดสินใจหาวิธี หาแนวทางที่จะให้ความรู้กับนักเรียนเพิ่มเติม เช่น อาจจะเสริมทักษะในการเรียนที่โรงเรียน เป็นต้น และหากโรงเรียนไหน มีนักเรียนชั้นอื่นๆ ที่ไม่ใช่ม.ปลาย มีความพร้อมในการสอนออนไลน์ ถือเป็นสิทธิของโรงเรียนในการจัดสอน ผมขอยืนยันอีกครั้งว่า ไม่ใช่นโยบายของ ศธ.ที่จะผลักภาระให้ผู้ปกครองไปซื้ออุปกรณ์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น สมาร์ทโฟน หรือแท็บเล็ต” นายณัฏฐพล กล่าว

รัฐมนตรีว่าการ ศธ. กล่าวต่อไปว่า วันนี้ตนมีโอกาวลงพื้นที่เห็นปัญหาหลายอย่าง แต่ไม่มีอะไรที่เกินความคาดหมาย จากนี้ศธ.จะใช้เวลาที่มีอยู่ แก้ไขปัญหา เพราะในแต่ละพื้นที่พบปัญหาแตกต่างกัน เช่น จากที่วางแผนจัดการเรียนการสอนผ่านโทรทัศน์ เพราะคิดว่าทั่วประเทศมีโทรทัศน์ 90% แต่ในการเรียนการสอนวันนี้ ทำให้เห็นว่า ผู้ปกครองและนักเรียนไม่ได้ใช้โทรทัศน์ แต่ใช้โทรศัพท์ หรือแท็บเล็ต ดึงสัญญาณผ่านเว็บไซต์ดีแอลทีวี ทำให้เว็บไซต์ล่ม เพราะมีคนเข้าไปดูจำนวนมาก เกิดคำถามตามมาว่าแปลว่า ศธ.และดีแอลทีวีไม่เตรียมความพร้อมเรื่องนี้หรือ ศธ.เตรียมความพร้อมเรื่องนี้ไว้แล้ว แต่ไม่คิดว่าเด็กกว่าครึ่งจะใช้การดึงสัญญาณและดูโทรทัศน์ผ่านมือถือ ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องน่ายินดีเพราะในอนาคตมีโอกาสในการขับเคลื่อนการเรียนการสอนออนไลน์มากขึ้น

นายณัฏฐพล กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม เมื่อมีการเรียนออนไลน์ จะมีเรื่องค่าใช้จ่ายเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย เป็นหน้าที่ของตน จะไปปรึกษากับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ผู้ประกอบการ เพื่อจะแบ่งเบาภาระการใช้จ่ายอินเทอร์เน็ตของนักเรียน และผู้ปกครอง หากนักเรียนจำเป็นต้องใช้มือถือเพื่อรับสัญญาณจากดีแอลทีวี ซึ่งตนขอเวลารวมรวบข้อมูล คาดว่าภายในสัปดาห์หน้าจะเสนอเรื่องให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาช่วยเหลือต่อไป แต่ยืนยันว่าจะไม่มีการซื้อแท็บเล็ตแจกนักเรียนแน่นอน

“นอกจากนี้ยังพบปัญหา เช่น บางครอบครัวมีโทรทัศน์แต่ไม่มีกล่องสัญญาณ หรือมีกล่องสัญญาณแต่ไม่สามารถปรับจูนช่องได้ ศธ.จะหาแนวทางแก้ไขต่อไป ทั้งนี้ศธ.จะรวบรวมข้อมูล ประมาณ 2 สัปดาห์ ว่าบ้านไหนไม่มีกล่องสัญญาณบ้าง เพื่อจะแจกจ่ายกล่องสัญญาณที่ได้รับจาก ดีอีเอส มา 2 ล้านกล่อง ไปถึงคนที่ต้องการจริงๆ ซึ่งในวันที่ 1 กรกฎาคม โรงเรียนจะต้องเปิดเรียนส่วนจะเรียนที่โรงเรียน หรือเรียนที่บ้านและใช้ออนไลน์เสริม ขึ้นอยู่กับแต่ละพื้นที่คือ ผู้ว่าราชการจังหวัด สำนักงานเขตพื้นที่(สพท.) และโรงเรียน ไปบริหารจัดการวางแผนการสอนต่อไป” นายณัฏฐพลกล่าว

นายณัฏฐพล กล่าวต่อว่า ในวันที่ 1 กรกฎาคม ตนคิดว่าโรงเรียน 80% ทั่วประเทศ สามารถเปิดการเรียนการสอนที่โรงเรียนได้ แต่บางจังหวัด เช่น กรุงเทพมหานคร ภูเก็ต 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเป็นพื้นที่ ที่มีการระบาดอย่างต่อเนื่อง อาจไม่สามารถเปิดสอนในห้องเรียนได้ จะต้องใช้มาตรการเรียนการผ่านโทรทัศน์และใช้ออนไลน์เสริม ส่วนจังหวัดอื่นสามารถเปิดห้องเรียนได้ โดยปฏิบัติตามมาตรการของ สธ.อย่างเคร่งครัด

“วันนี้ไม่ใช่การเปิดเรียนวันแรก แต่เป็นการเตรียมความพร้อมในการเปิดภาคเรียนวันที่ 1 กรกฎาคมเท่านั้น ในส่วนของเนื้อหาบางชั้นที่มีเนื้อหาเก่า ไม่ตรงจะทำอย่างไรนั้น เท่าที่ผมทราบมีเนื้อหาของชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ที่ต้องปรับใหม่ ศธ.จะรับมาแก้ไขต่อไป สำหรับข้อกังวลว่าถ้าไม่มีอุปกรณ์โทรศัพท์หรือโทรทัศน์ จะส่งผลต่อการประเมินผลการเรียนของนักเรียนนั้น ขอย้ำว่าการเรียนการสอนครั้งนี้จะไม่มีการประเมินผลใดๆ ไม่ว่าจะเป็นการประเมินของครูหรือนักเรียน”นายณัฏฐพล กล่าว

 

ที่มา https://www.matichon.co.th/news-monitor/news_2192340

เปิดอ่าน 506 ครั้ง