วันพฤหัสบดี 13 สิงหาคม 2563
ติดตามเว็บไซต์
หน้าแรก > ข่าววันนี้ > ศธ.จับมือ ‘ดีแอลทีวี-กสทช.’ ดีเดย์ 18 พ.ค.เปิด 17 ช่องทีวี รับมือโควิด

ศธ.จับมือ ‘ดีแอลทีวี-กสทช.’ ดีเดย์ 18 พ.ค.เปิด 17 ช่องทีวี รับมือโควิด

หมวดหมู่ : ข่าววันนี้ 15 พฤษภาคม 2563 เปิดอ่าน 207 ครั้ง

เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม ที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ องคมนตรี ประธานกรรมการบริหารมูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม ในพระราชูปถัมภ์ (ดีแอลทีวี) เป็นประธานในการแถลงข่าวการจัดการศึกษาทางไกลทางโทรทัศน์ระบบดิจิทัลในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) โดยมีนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการ ศธ. ผู้บริหาร ศธ. และ พันเอกนที ศุกลรัตน์ รองประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ร่วมด้วย

พล.อ.ดาว์พงษ์ กล่าวว่า ดีแอลทีวี ให้การสนับสนุน ศธ. ในการจัดการศึกษาทางไกลผ่านโทรทัศน์ระบบดิจิทัล ดังนี้ ให้คอนเทนท์เนื้อหาวิชา อนุบาล 1 – ม.3 ทั้งเทปบันทึกการจัดการเรียนการสอนและเอกสารแผนงาน ใบงานต่างๆ ที่มี โดยจะอิงตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) นอกจากนี้ ดีแอลทีวี ยังตัดการออกอากาศ 3 ช่องเพื่อให้สพฐ.จัดทำคอนเทนต์และเอกสารการจัดการเรียนรู้และใบงานต่างๆ สำหรับนักเรียนชั้นม.4-ม.6 ตามที่สพฐ.ขอ ส่วนที่กังวลว่าถ้าเด็กๆ ต้องเรียนหนังสือที่บ้านและมีพี่น้องหลายคน เรียนกันคนละชั้น แต่มีทีวีเครื่องเดียวจะทำอย่างไร ได้มีการหารือและได้ข้อสรุปว่าต้องรีรันแต่ละวันของทุกระดับชั้นเพิ่มอีกวันละสองรอบ เพื่อให้บ้านที่มีเด็กหลายคน แม้ไม่มีอินเตอร์เน็ต มีทีวีอยู่เครื่องเดียว ก็สามารถเหลื่อมเวลากันดูได้

พล.อ.พงษ์ดาว์พงษ์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ดีแอลทีวีจัดขึ้นเพื่อช่วยเหลือโรงเรียนขนาดเล็กที่ขาดแคลน ทำให้ดีแอลทีวีอาจดีพอสำหรับนักเรียนของโรงเรียนกลุ่มหนึ่ง แต่อาจไม่ดีพอสำหรับโรงเรียนอีกกลุ่มที่คุณครู นักเรียน และผู้ปกครอง มีความพร้อมทั้งบริบททางสังคมและเศรษฐกิจ รวมทั้งเรื่องการประเมินผลการเรียนรู้ ซึ่งโรงเรียนรับจะเป็นผู้ประเมินเอง เมื่อต้องเรียนผ่านโทรทัศน์ ศธ.จะต้องไปแก้ไข และกำหนดแนวทางที่ชัดเจนต่อไป

“นอกจากนี้พบว่าวิชาวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ในระดับชั้น ป.3 ป.6 และ ม.3 ซึ่งสพฐ.เพิ่งประกาศหลักสูตรใหม่ ขณะที่ดีแอลทีวี ไม่สามารถถ่ายทำแก้ไขได้เพราะด้วยสถานการณ์โควิด-19 ซึ่งผมได้ประสานสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) เพื่อแก้ไขปัญหานี้แล้ว ” พล.อ.ดาว์พงษ์ กล่าว

นายณัฏฐพล กล่าวว่า กสทช.จัดช่องทีวีสำหรับนักเรียนทุกระดับชั้นตั้งแต่ อนุบาล 1 – ม.6 จำนวน 15 ช่อง ให้สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) 1 ช่อง และ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) 1 ช่อง รวมทั้งหมด 17 ช่อง แม้รัฐบาลจะควบคุมโควิดได้ระดับหนึ่ง แต่เราประมาทไม่ได้ ศธ.ต้องวางแผนจัดการศึกษาให้เข้ากับสถานการณ์ในปัจจุบัน และโชคดีที่เรามีความพร้อม เพราะวิสัยทัศน์ของในหลวงรัชกาลที่ 9 และในหลวงรัชกาลที่ 10 ที่เห็นความสำคัญของการศึกษา ทำให้ศธ.มีความพร้อมในการผลิตสื่อที่มีคุณภาพ ในทุกชั้น ทุกสาระวิชา มารองรับสถานณ์ในเวลานี้ ทั้งนี้สัปดาห์หน้า ตนจะหารือกับผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อหาแนวทางจัดการเรียนการสอน ที่ศธ.วางไว้ ไม่ว่าจะเป็นการสอนตัวต่อตัว การสอนผ่านระบบโทรทัศน์ และการสอนผ่านออนไลน์ เพื่อให้แต่ละจังหวัดไปวางแผนจัดการเรียนการสอนที่เหมาะสมตามพื้นที่ของตนต่อไป

“ในวันที่ 18 พฤษภาคม – 30 มิถุนายน เป็นการออกอากาศเพื่อให้ครู นักเรียน ผู้ปกครอง เตรียมความพร้อม หากเปิดภาคเรียนวันที่ 1 กรกฎาคม ไม่สามารถเรียนในโรงเรียนได้อย่างเต็มที่ จะต้องเตรียมพร้อมและปฏิบัติตัวอย่างไรบ้าง ส่วนการสอนม.4-6 ที่ สพฐ.จะผลิตสื่อการสอนนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างจัดทำ เบื้องต้นอาจจะสอนผ่านโทรทัศน์ 20 นาที และให้ครูสอนผ่านช่องทางอื่น 20 นาที ส่วนทางกศน.มีช่อง ETV ที่ผลิตสื่อการสอนทางอาชีพไว้อยู่แล้ว แต่การเรียนการสอนของอาชีวะ ศธ.จะผสมผสานการเรียนพื้นฐานและการฝึกปฏิบัติไปพร้อมกัน” นายณัฏฐพล กล่าว

นายณัฏฐพล กล่าวว่า ส่วนที่มีคำถามว่าครอบครัวที่ไม่มีทั้งทีวี อินเตอร์เน็ต สมาร์ทโฟน หรือที่บ้านมีทีวี แต่ไม่สามารถรับสัญญาได้ จะทำอย่างไร ศธ.ได้รับความช่วยเหลือจากกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) มอบกล่องรับสัญญาณดิจิทัลจำนวน 2 ล้านกล่องแล้ว

พันเอกนที กล่าวว่า กสทช. พร้อมให้ความร่วมมือกับศธ. เพื่อขับเคลื่อนการศึกษาของประเทศ ลดช่องว่างความเหลื่อมล้ำให้เด็กเข้าถึงการศึกษาอย่างมีประสิทธิภาพโดยกสทช. มีมติอนุมัติกำหนดช่องเรียงลำดับหมายเลขช่องรายการเพื่อการศึกษา จำนวน 17 ช่อง เริ่มตั้งแต่ช่อง 37-53 ดังนี้ ช่อง 37-51 ให้ระดับชั้นอนุบาล1 – ม.6 ช่อง 52 ให้ กศน. และช่อง 53 ให้ สอศ. ซึ่งในทีวีสาธารณะช่องจะเรียงตามนี้ ส่วนกล่องรับสัญญาดาวเทียมในค่ายต่างๆ เช่น PSI หรือ ทรูวิชั่นส์ จะเป็นผู้จัดช่องและประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบต่อไป โดยกำหนดออกอากาศทุกช่องในวันที่ 18 พฤษภาคมนี้

 

 

ที่มา https://www.matichon.co.th/education/news_2185449