วันพฤหัสบดี 13 สิงหาคม 2563
ติดตามเว็บไซต์
หน้าแรก > ข่าววันนี้ > ศบค.แจงยิบ ‘เปิด-ปิด’ ภาคเรียนใหม่ปี’63 พร้อมแนวทางรับมือเรียนออนไลน์

ศบค.แจงยิบ ‘เปิด-ปิด’ ภาคเรียนใหม่ปี’63 พร้อมแนวทางรับมือเรียนออนไลน์

หมวดหมู่ : ข่าววันนี้ 10 พฤษภาคม 2563 เปิดอ่าน 392 ครั้ง

จากกรณีนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ปรับเปลี่ยนการปิดภาคเรียน จากเดิมภาคเรียนที่ 1/2563 เปิดวันที่ 1 ก.ค.-30 พ.ย. ภาคเรียนที่ 2/2563 เปิดวันที่ 1 ธ.ค.-30 เม.ย. 2564 ซึ่งจะเป็นการเรียนต่อเนื่องโดยไม่มีวันปิดเทอมนั้น เปลี่ยนมาเป็น ภาคเรียนที่ 1/2563 เปิดวันที่ 1 ก.ค. – 13 พ.ย. ส่วนภาคเรียนที่ 2/2563 เปิดวันที่ 1 ธ.ค. – 9 เม.ย.2564 ซึ่งจะทำให้เด็กได้มีเวลาปิดเทอมภาคเรียนแรก 17 วัน ภาคเรียนที่ 2 จำนวน 37 วัน รวม 54 วันนั้น

เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม ที่ศูนย์แถลงข่าวรัฐบาล “โควิด-19” ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) (ศบค.) แถลงว่า ศธ.ได้ปรับเปลี่ยนเปิด-ปิดภาคเรียนใหม่ ปีการศึกษา 2563 โดยภาคเรียนที่ 1/2563 เปิดวันที่ 1 กรกฎาคม – 13 พฤศจิกายน 2563 ส่วนภาคเรียนที่ 2/2563 เปิดวันที่ 1 ธันวาคม – 9 เมษายน 2564 โดย รองปลัด ศธ.จะแถลงรายละเอียดถึงเรื่องดังกล่าวต่อไป

ด้านนางลักขณา ตัณฑวุฑโฒ รองปลัดศธ. กล่าวว่า ตามที่ศธ.ได้เลื่อนเปิดภาคเรียนเป็นวันที่ 1 กรกฎาคม เนื่องจากสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 นั้น ศธ.มีความเข้าใจถึงความกังวลของผู้ปกครอง เกี่ยวกับผลกระทบกับการเรียนการสอน โดยได้จัดทำแนวทางในการจัดการเรียนการสอนทุกระดับชั้นทั้งสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(สอศ.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน(สช.) และสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย(กศน.) รวมถึงเตรียมทักษะที่สำคัญให้กับผู้เรียน ทั้งภาษาอังกฤษ ดิจิทัลและโคดดิ้ง ซึ่งจำเป็นต่อสถานการณ์ปัจจุบัน

โดยนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการศธ. มีนโยบาย ให้ความสำคัญกับการจัดการศึกษา ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยสูงสุดของทุกคนที่เกี่ยวข้อง ดังนั้นวันที่ 1 กรกฎาคมเปิดเทอมแน่นอน ส่วนจะเรียนผ่านออนไลน์ ที่บ้านหรือที่โรงเรียน ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ โดยจะปรับใช้สิ่งที่มีให้เกิดประโยชน์สูงสุด ขณะเดียวกันใช้ช่องทางศึกษาทางไกล 17 ช่อง ของสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ทั้งนี้การตัดสินใจจัดการเรียนการสอนต่างๆ จะอยู่บนพื้นฐานการสำรวจความต้องการของครู นักเรียน ผู้ปกครอง ปรับตารางเรียนตามความเหมาะสม โดยคำนึงถึงการให้ความรู้ตามช่วงวัย และบุคลาลากรทางการศึกษาได้รับผลกระทบน้อยที่สุด

นางลักขณา กล่าวต่อว่า การเลื่อนเปิดเทอมส่วนหนึ่งเป็นการตัดสินใจแก้ปัญหาเฉพาะหน้า อีกส่วนหนึ่งเป็นการยกระดับการศึกษาไทย โดยออกแบบการเรียนการสอนให้สอดคล้องกันกับพื้นที่ทั้งออนไซต์ ออนแอร์และออนไลน์ แต่หากสถานการณ์ปลอดภัย ก็ไปเรียนที่โรงเรียนตามเดิม ขณะเดียวกันศธ. ยังกระจายอำนาจให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) สถานศึกษา ต้องมาพูดคุยกัน เพื่อจัดการศึกษาให้เหมาะสมกับบริบท ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลาพัก แบ่งการเรียนการสอนออกเป็น 2 เทอม แต่ละเทอมมีเวลาพักในเทอมที่ 1/2563 จำนวน 17 วัน และในภาคเรียนที่ 2/2563 จำนวน 37 วัน รวมทั้งสิ้น 54 วัน

ทั้งนี้ศธ.จะเริ่มทดสอบระบบการเรียนออนไลน์ตั้งแต่วันที่ 18 พฤษภาคม รูปแบบการเรียนการสอน ครู โรงเรียน ผู้ปกครองต้องมาช่วยกันออกแบบให้เหมาะสม การเตรียมความพร้อมของ สพฐ. แบ่งเป็น 4 ระยะ โดยระยะที่ 1 การเตรียมความพร้อม เริ่มตั้งแต่วันที่ 7 เมษายน – 17 พฤษภาคม 2563 ซึ่งได้สำรวจความพร้อมในด้านอุปกรณ์ การเข้าถึงอินเทอร์เน็ต ของนักเรียน ผู้ปกครอง ครู และระบบการบริหารจัดการการเรียนการสอน รวมถึงขออนุมัติใช้ช่องรายการโทรทัศน์ในระบบดิจิทัลจาก กสทช. เพื่อจัดการเรียนการสอนตั้งแต่ระดับปฐมวัยถึงระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย พร้อมขออนุมัติเผยแพร่การเรียนการสอนจากห้องเรียนต้นทาง ในระดับปฐมวัยถึงระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ของสถานีวิทยุโทรทัศน์การศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม (DLTV) จากมูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดทำสื่อวีดิทัศน์การสอน เป็นต้น

ระยะที่ 2 การทดลองจัดการเรียนการสอนทางไกล เริ่มวันที่ 18 พฤษภาคม – 30 มิถุนายน จะทดลองจัดการเรียนการสอนทางไกล ในระดับปฐมวัยถึงระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ผ่านช่องรายการโทรทัศน์ในระบบดิจิทัล DLTV ในระดับปฐมวัยเน้นกิจกรรมเตรียมความพร้อมเด็ก และระดับประถมศึกษาถึงระดับมัธยมศึกษาตอนต้น และในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ผ่านช่องรายการโทรทัศน์ในระบบดิจิทัลและระบบออนไลน์โดยครูต้นแบบ

ระยะที่ 3 การจัดการเรียนการสอน ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2563 – 30 เมษายน 2564 ได้วางแผนไว้สำหรับ 2 สถานการณ์ นั่นคือ สถานการณ์ที่ 1 กรณีที่สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ยังไม่คลี่คลาย จะจัดการเรียนการสอนระดับปฐมวัยถึงระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ด้วยระบบทางไกลผ่าน DLTV และระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ด้วยวีดิทัศน์การสอนโดยครูต้นแบบ และระบบออนไลน์ และสถานการณ์ที่ 2 กรณีที่สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 คลี่คลาย จะจัดการเรียนการสอนปกติในโรงเรียน โดยให้เว้นระยะห่างทางสังคม และมีแผนเตรียมการเพื่อรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินต่าง ๆ โดยจะต้องได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด(กศจ.) ซึ่งมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน

และ ระยะที่ 4 การทดสอบและการศึกษาต่อ วันที่ 1 เมษายน – 15 พฤษภาคม 2564 จะประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการทดสอบและคัดเลือกเข้าศึกษาต่อ นั่นคือ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เกี่ยวกับระบบคัดเลือกเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา และ สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ(สทศ.) เกี่ยวกับการทดสอบ O-net ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6

สำหรับปฏิทินการรับนักเรียนการรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 รับสมัครออนไลน์ ระหว่างวันที่ 3-12 พฤษภาคม 2563 การสอบ/คัดเลือก ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ในวันที่ 6 มิถุนายน 2563 และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ในวันที่ 7 มิถุนายน 2563 และจับสลาก (ถ้ามี) ในวันที่ 12 มิถุนายน 2563 การประกาศผลสอบ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ในวันที่ 10 มิถุนายน 2563 และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ในวันที่ 11 มิถุนายน 2563

การจัดหาสถานศึกษาและการรับรายงานตัว/มอบตัว ของนักเรียนทุกคน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ในวันที่ 12-13 มิถุนายน 2563 และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ในวันที่ 14-15 มิถุนายน 2563 เพราะฉะนั้นวันที่ 16 มิถุนายน เด็กทุกคนต้องมีที่เรียน

ขณะที่สอศ. ได้เตรียมการสำหรับผู้เรียนทุกระดับ 4 รูปแบบ ได้แก่ 1. ผ่านเอกสารตำราเรียน ผ่านช่องทางออนไลน์ ตามความเหมาะสมของสถานศึกษา 2. จัดทางไกลผ่าน DLTV 3. ผ่านออนไลน์ผ่านโปรแกรมต่าง ๆ และรูปแบบที่ 4.จัดการเรียนผ่านการสอนสด ไลฟ์สด ส่วนภาคปฏิบัติก็ต้องจัดระเบียบ หมุนรอบเรียนหรือการสลับกันเรียน

ส่วนสังกัด สช. มี 3 รูปแบบ โดย1.สถานที่ปลอดภัย ก็ให้มาเรียนปกติ แต่ต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโควิด-19 ของกระทรวงสาธารณสุขออย่างเคร่งครัด กรณีพื้นที่ยังไม่ปลอดภัย 2.ให้เรียนผ่อนออนไลน์ และ 3.DLTV

ส่วนสังกัด กศน. มอบให้ศูนย์เทคโนโลยีทางการศึกษาผลิตรายงานที่ตอบโจทย์การเรียนรู้ตลอดชีวิต เป้าหมายให้ประชาชนได้เข้าถึง ดังนั้นสรุปคือ วันที่ 1 กรกฎาคม เปิดเทอมแน่นอน พื้นที่ปลอดภัยให้มาเรียนที่โรงเรียนตามปกติ พื้นที่เสี่ยงเรียนผ่านช่องทางออนไลน์ สำหรับผู้ปกครองที่กังวล ศธ. มีการติดตามความคืบหน้าและจะเริ่มทดลองวันที่ 18 พฤษภาคม ถึง 30 มิถุนายน หากผู้ปกครองมีปัญหาขอให้สะท้อน ศธ. ยินดีปรับปรุงแก้ไขระบบการศึกษาที่ดี ทั้งนี้ไม่ควรทำให้เด็กมีความรู้ความสามารถเท่านั้น แต่ควรส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตด้วย

 

ที่มา https://www.matichon.co.th/education/news_2177565