วันอังคาร 20 ตุลาคม 2563
ติดตามเว็บไซต์
หน้าแรก > ข่าววันนี้ > บอร์ด กพฐ.แนะ รร.เลิกขึ้นป้ายโชว์เด็กเก่ง

บอร์ด กพฐ.แนะ รร.เลิกขึ้นป้ายโชว์เด็กเก่ง

หมวดหมู่ : ข่าววันนี้ 9 พฤษภาคม 2563 เปิดอ่าน 217 ครั้ง

“เอกชัย” ถก บอร์ดกพฐ. แนะโรงเรียนเลิกขึ้นป้วยโชว์เด็กเก่งสอบติดมหา’ลัยดัง ชี้ ไม่ถูกต้องที่โรงเรียนให้ความสำคัญเด็กเฉพาะกลุ่ม พร้อมเร่ง สพฐ.ประชาสัมพันธ์หลักสูตรฐานสมรรถนะ เพื่อให้ครูเตรียมความพร้อม

เมื่อวันที่ 8 พ.ค. รศ.ดร.เอกชัย กี่สุขพันธ์ ประธานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยภายหลังการประชุม กพฐ. ว่า สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้รายงานเรื่องการรับนักเรียนและการสอบคัดเลือกที่มีการขยับปฏิทินการรับนักเรียน ปีการศึกษา 2563 ให้สอดคล้องกับประกาศการขยายระยะเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร

โดยการสอบคัดเลือกนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 และ ม.4 จากเดิมสอบคัดเลือกระหว่างวันที่ 30-31 พ.ค.ปรับเป็นให้มีการสอบคัดเลือกในวันที่6-7 มิ.ย. ทั้งนี้ที่ประชุมยังได้มีการหารือถึงกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการควบรวมโรงเรียน เพื่อที่จะปรับให้มีความเหมาะสมทันต่อสถานการณ์ในปัจจุบัน เช่น การตั้งสถานศึกษาใหม่ไม่ควรให้เกิดขึ้นโดยง่าย อาจจะต้องมีการสำรวจ หรือเป็นนโยบายระดับประเทศ เป็นต้น

และเมื่อไรได้ข้อสรุปไปในทิศทางเดียวกันแล้วก็จะมีการประกาศเป็นกฎกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ต่อไป และที่ประชุมยังได้เห็นชอบการขอควบรวมโรงเรียน สังกัด สพฐ. จำนวน 13 โรง และการขอเลิกโรงเรียน จำนวน 11 โรง ตามที่ สพฐ.เสนอ

นอกจากนี้ที่ประชุมได้รายงานถึงความคืบหน้าการปรับปรุงหลักสูตรแกนกลางขั้นพื้นฐานฐานสมรรถนะ ซึ่งขณะนี้ผ่านความเห็นชอบจากนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ เรียบร้อยแล้ว โดยที่ประชุมมีข้อเสนอแนะให้ สพฐ.ดำเนินการประชาสัมพันธ์ให้ครู สร้างเข้าใจความเปลี่ยนแปลงของหลักสูตร  เพื่อครูจะได้เตรียมความพร้อมในการจัดการเรียนการสอน

“ผมฝากเลขาธิการ กพฐ. ด้วยว่า จะทำอย่างไรให้โรงเรียนทั้งหลายเลิกนำนักเรียนที่มีผลงานดีเด่น เช่น สอบเข้ามหาวิทยาลัยคณะแพทยศาสตร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ เป็นต้น ขึ้นป้ายโฆษณาบริเวณหน้าโรงเรียน ซึ่งผมมองว่าโรงเรียนควรเลิกใช้นักเรียนมาสร้างชื่อเสียงให้กับตัวเอง เพราะการที่โรงเรียนให้ความสนใจเด็กเฉพาะกลุ่มคงเป็นเรื่องที่ไม่น่าจะถูกต้อง ซึ่งเลขาธิการกพฐ.ก็รับที่จะไปพิจารณา”ประธาน กพฐ.กล่าว

 

 

ที่มา : https://www.dailynews.co.th/education/773358