วันอังคาร 26 พฤษภาคม 2563
ติดตามเว็บไซต์
หน้าแรก > ข่าววันนี้ > โครงสร้าง ศธ.ใหม่คลอดแล้ว คืนอำนาจ’ตั้ง-ย้าย-ลงโทษ’ให้เขตพื้นที่ฯ ผุดอาชีวะภูมิภาค 6 เขต

โครงสร้าง ศธ.ใหม่คลอดแล้ว คืนอำนาจ’ตั้ง-ย้าย-ลงโทษ’ให้เขตพื้นที่ฯ ผุดอาชีวะภูมิภาค 6 เขต

หมวดหมู่ : ข่าววันนี้ 1 พฤษภาคม 2563 เปิดอ่าน 401 ครั้ง

โครงสร้าง ศธ.ใหม่ – เมื่อวันที่ 29 เมษายน นายวราวิช กำภู ณ อยุธยา ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ในฐานะประธานที่ปรึกษาคณะกรรมการปรับปรุงโครงสร้าง ศธ.เปิดเผยว่า ขณะนี้แผนปรับปรุงโครงสร้าง ศธ.เสร็จสิ้นแล้ว โดยแผนปรับปรุงมีสาระสำคัญ ดังนี้ การคืนอำนาจการบรรจุและแต่งตั้ง โยกย้าย และการลงโทษทางวินัย ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตามมาตรา 53 (3) และ (4) แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2546 ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ตั้งคณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และ อ.ก.ค.ศ.จังหวัด เพื่อให้ สพฐ.สามารถบริหารงานบุคคลได้เวลาเกิดปัญหา

“โดยการแต่งตั้งโยกย้ายนั้น มีการเปลี่ยนแปลงคือ ให้พิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายในระดับจังหวัด โดยมีผู้อำนวยการ สพท.ร่วมเป็นคณะกรรมการพิจารณา เพื่อป้องกันการทุจริตเหมือนในอดีต ด้านศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) จะดูภาพรวมการศึกษาในทุกสังกัดของจังหวัด” นายวราวิช กล่าว

นายวราวิชกล่าวอีกว่า ส่วนสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ที่ประชุมมีมติให้จัดตั้งอาชีวศึกษาในระดับภูมิภาคขึ้น 6 เขต กระจายตามภูมิภาคต่างๆ เพื่อลดภาระงานของเลขาธิการคณะกรรมการอาชีวศึกษา (กอศ.) ที่อาจดูแลวิทยาลัยกว่า 400 แห่ง ได้ไม่ทั่วถึง พร้อมตั้งคณะกรรมการเพื่อพิจารณาสายงานของผู้ปฏิบัติงานด้านศึกษานิเทศก์ ตรวจสอบภายใน และเทคโนโลยีสารสนเทค (ICT) ซึ่งมีตนเป็นประธาน เพื่อพัฒนาสายงานเหล่านี้ต่อไป

นายวราวิชกล่าวต่อว่า เมื่อโครงสร้างเสร็จแล้ว หน่วยงานต่างๆ จะต้องไปดำเนินการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานของตนเอง เช่น เมื่อที่ประชุมมีมติเห็นชอบการคืนอำนาจการบรรจุและแต่งตั้ง โยกย้าย และการลงโทษทางวินัย ข้าราชการครูฯ ให้ สพท.แล้ว สพฐ.ต้องเสนอแก้ไข พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูฯ เป็นต้น ซึ่งขั้นตอนนี้จะใช้ระยะเวลานาน คาดว่า 5-6 เดือน จึงแล้วเสร็จ ส่วนเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับกฎหมาย เช่น การจัดตั้งอาชีวะในระดับภูมิภาค สอศ.สามารถทำได้เลย ทั้งนี้ การจัดตั้งอาชีวะในระดับภูมิภาค จะไม่เพิ่มข้าราชการเพื่อประจำในแต่ละภูมิภาค ดังนั้น สอศ.จะต้องจัดสรรบุคลากร

“นอกจากนี้ คณะกรรมการเพื่อพิจารณาสายงานของผู้ปฏิบัติงานด้านศึกษานิเทศก์ ตรวจสอบภายใน และเทคโนโลยีสารสนเทค (ICT) ได้หารือกับตัวแทนของแต่ละสายอาชีพแล้ว โดยผมให้การบ้านว่า ให้แต่ละสายอาชีพไปรวบรวมข้อมูลว่าแต่ละหน่วยงาน มีหน้าที่อะไรบ้าง อะไรที่ควรจะเลิกทำ อะไรที่ควรจะทำใหม่ และจะทำอย่างไรให้วิชาชีพของตนทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อพัฒนาหน้าที่ของตนเองโดยไม่ต้องยุบ หรือย้ายไปสังกัดไหน ซึ่งวิธีนี้จะทำให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยสิ้นเดือนพฤษภาคม จะต้องได้ข้อมูลเพื่อมาหารือร่วมกันอีกครั้ง” นายวราวิช กล่าว

 

 

ที่มา https://www.matichon.co.th/education/news_2162498

เปิดอ่าน 401 ครั้ง