วันพุธ 5 สิงหาคม 2563
ติดตามเว็บไซต์
หน้าแรก > ข่าววันนี้ > อึ้ง! หนี้ครูติดเอ็นพีแอลพุ่ง 4 หมื่นล้าน ‘ศธ.-สถาบันการเงิน’ เร่งจัดมาตรการแก้ไข

อึ้ง! หนี้ครูติดเอ็นพีแอลพุ่ง 4 หมื่นล้าน ‘ศธ.-สถาบันการเงิน’ เร่งจัดมาตรการแก้ไข

หมวดหมู่ : ข่าววันนี้ 5 กุมภาพันธ์ 2563 เปิดอ่าน 427 ครั้ง

เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ นายอนุชา บูรพชัยศรี เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการแก้ปัญหาหนี้สินบุคลากรของ ศธ. โดยมีตัวแทนจากสถาบันการเงิน สหกรณ์ออมทรัพย์ และผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วม ว่าที่ประชุมหารือการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูในภาพรวม โดยได้ตั้งคณะทำงานเพื่อศึกษารายละเอียดในเรื่องต่างๆ ชุดแรก ทำหน้าที่ดูในเรื่องข้อกฎหมาย ซึ่งที่ผ่านมา นายประเสริฐ บุญเรือง ปลัด ศธ. ทำหนังสือถึงคณะกรรมการกฤษฎีกาเพื่อสอบถามถึงระเบียบต่างๆ ที่ยังไม่ชัดเจน ขณะเดียวกัน ลูกหนี้บางรายยื่นหนังสืออุทธรณ์ กรณีที่ศาลปกครองกลางมีคำสั่งพิพากษาว่ารัฐมนตรีว่าการ ศธ.และคณะผู้บริหาร ศธ.ทั้งประเทศทำผิดระเบียบ ศธ.ว่าทำการหักเงินเดือนเงินบำเหน็จบำนาญข้าราชการเพื่อชำระหนี้เงินกู้เกินกว่ากฎหมายกำหนด โดยผู้กู้จะต้องมีเงินเหลือจากการหักชำระหนี้ ไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 ของอัตราเงินเดือนเงินบำเหน็จบำนาญที่ได้รับ ซึ่งก็ต้องรอดูการตีความจากทางกฤษฎีกาด้วย

นายอนุชากล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาเร่งด่วน โดยขอให้เจ้าหนี้ซึ่งประกอบด้วยสถาบันการเงินต่างๆ ทั้งธนาคารออมสิน ธนาคารกรุงไทย ธนาคารอาคารสงเคราะห์ และสหกรณ์ออมทรัพย์ต่างๆ ไปหามาตรการ และขออนุมัติจากฝ่ายบริหารของแต่ละแห่งให้เรียบร้อย จากนั้นจะนำมาหารือร่วมกันอีกครั้งในวันที่ 17 กุมภาพันธ์ เพื่อให้ได้ข้อสรุปที่เป็นมาตรการเดียวกัน โดยขอให้ไปดูลูกหนี้ใน 3 กลุ่มคือ กลุ่มที่ถูกฟ้องร้องมีคำพิพากษาแล้วและอยู่ระหว่างการบังคับคดี สอง อยู่ระหว่างการดำเนินคดีแต่ยังไม่มีคำพิพากษา และสาม กลุ่มที่กำลังจะถูกดำเนินคดี

“ขณะเดียวกันที่ประชุมยังตั้งคณะทำงานตรวจสอบตัวเลขลูกหนี้ที่มีเงินเดือนหลังหักชำระหนี้น้อยกว่าร้อยละ 30 โดยให้สอบถามข้อมูลจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ว่ามีอยู่เท่าไร เพื่อให้ได้ตัวเลขที่ชัดเจน ซึ่งจากการคำนวณเบื้องต้น โดยดูจากจำนวนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หรือหนี้เอ็นพีแอล อยู่ที่ร้อยละ 3 ของจำนวนยอดหนี้รวมทั้งระบบ หรือประมาณ 4 หมื่นกว่าล้าน จากหนี้ทั้งระบบที่มีกว่า 1.4 ล้านล้านบาท ซึ่งตรงนี้ก็ถือเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการ โดยได้ขอว่า กลุ่มที่อยู่ระหว่างดำเนินคดีหรือกลุ่มที่กำลังจะถูกดำเนินคดีขอให้ชะลอไว้ก่อน เพื่อรอมาตรการแก้ไขในภาพรวม” นายอนุชากล่าว และว่า จากนี้ ตนจะรายงานให้นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการ ศธ.ทราบความคืบหน้าเพื่อดำเนินการต่อไป

 

 

ที่มา https://www.matichon.co.th/education/news_1944534