วันพฤหัสบดี 13 สิงหาคม 2563
ติดตามเว็บไซต์
หน้าแรก > รอบรั้วเสมา > เปิดแผนสอบ ‘4 หมื่น’ ขรก.ศธ. หวั่นเกิดช่องโหว่ ‘ทุจริต’ ซ้ำรอยเดิม

เปิดแผนสอบ ‘4 หมื่น’ ขรก.ศธ. หวั่นเกิดช่องโหว่ ‘ทุจริต’ ซ้ำรอยเดิม

หมวดหมู่ : รอบรั้วเสมา 18 พฤษภาคม 2563 เปิดอ่าน 432 ครั้ง

เปิดแผนออกมาแล้วสำหรับปฏิทินการสอบคัดเลือกบุคลากรทางการศึกษาตำแหน่งต่าง ๆ ทั้งการสอบรองผู้อำนวยการสถานศึกษา ครูผู้ช่วย ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) รองผู้อำนวยการสพท. ศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) รองศธจ.และบุคลากรระดับปฏิบัติการต่าง ๆ

รวม 10 ตำแหน่ง กว่า 40,000 อัตรา!!

ประกอบด้วยรองผู้อำนวยการสถานศึกษาว่าง 4,647 อัตรา ครูผู้ช่วย กรณีที่ทีความจำเป็น หรือมีเหตุพิเศษ ปี 2562 ว่าง 4,428 อัตรา และปี 2563 ว่าง 3,868 อัตรา รวม 8,296 อัตรา ครูผู้ช่วยกรณีสอบแข่งขันบุคคลทั่วไป ปี 2562 ว่าง 10,438 อัตรา ปี 2563 ว่าง 11,198 อัตรา รวม 21,636 อัตรา

ผู้อำนวยการ สพท.ว่าง 40 อัตรา รองผู้อำนวยการ สพท.ว่าง 47 อัตรา บุคลากรทางการศึกษาอื่น ตามมาตรา 38 ค.(2) ตำแหน่งประเภททั่วไป ระดับปฏิบัติงาน กรณีที่มีความจำเป็นหรือมีเหตุพิเศษ ว่าง 144 อัตรา บุคลากรทางการศึกษาอื่น ตามมาตรา 38 ค.(2) ตำแหน่งประเภททั่วไป เป็นประเภทวิชาการ ระดับปฏิบัติการ ว่าง 338 อัตรา บุคลากรทางการศึกษาอื่น ตามมาตรา 38 ค.(2) ตำแหน่งประเภททั่วไป ระดับปฏิบัติการ และตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับปฏิบัติ ว่าง 435 อัตรา ศึกษานิเทศก์ ว่าง 485 อัตรา และข้าราชการพลเรือนสามัญในสังกัด สพฐ.ว่าง 40 อัตรา

โดยกำหนดวันสอบคัดเลือกบุคคลในตำแหน่งต่างๆ ดังนี้ รองผู้อำนวยการสถานศึกษา วันที่ 4 กรกฎาคม ครูผู้ช่วยกรณีที่มีความจำเป็น หรือมีเหตุพิเศษ วันที่ 11 กรกฏาคม สอบครูผู้ช่วยทั่วไป วันที่ 29-30 สิงหาคม และสอบคัดเลือก ศธจ.และรองศธจ.วันที่ 18 กรกฎาคม

นายอำนาจ วิชยานุวัติ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) อธิบายว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือโควิด-19 ทำให้การสอบต่างๆ ล่าช้าไปมาก เมื่อสถานการณ์เริ่มคลี่คลายจึงเตรียมจัดวันสอบ โดยทำความเข้าใจกับ ศธจ. สพท.และผู้อำนวยการโรงเรียน ร่วมกันสรรหาบุคคลากร และดำเนินการสอบตามที่กำหนด

ทั้งนี้เมื่อ ศธ.เลื่อนวันเปิดปิดภาคเรียนที่ 1 เป็นวันที่ 1 กรกฎาคม – 13 พฤศจิกายน ช่วงเวลาดังกล่าวจะมีครูที่เกษณียณอายุราชการในวันที่ 1 ตุลาคมจำนวนมาก ส่งผลให้สพฐ.อาจไม่มีครูในระบบสอนนักเรียนเพียงพอ
ดังนั้น สพฐ.จึงได้วางแผนแก้ปัญหาโดยจัดสอบบรรจุครูให้ได้ก่อนสิ้นเดือนกันยายน เพื่อบรรจุให้ทันในวันที่ 1 ตุลาคม ส่วนข้อกังวลที่ สพฐ.ออกข้อสอบครูผู้ช่วยทั่วไปเองจะเกิดการทุจริตอย่างที่ผ่านมาหรือไม่นั้น ขณะนี้ ไม่อยากให้กังวล โดยที่ผ่านมาสพฐ.ตั้งคณะกรรมการขึ้นมา 1 ชุด มีนางวัฒนาพร ระงับทุกข์ รองเลขาธิการ กพฐ.เป็นประธาน พิจารณาว่าหากให้สถาบันอุดมศึกษา หรือส่วนราชการอื่นออกข้อสอบ จะน่าเชื่อถือหรือหาก สพฐ.ออกเอง จะเสี่ยงอย่างไร คาดว่าภายในเดือนพฤษภาคมจะมีความชัดเจน…

ด้าน นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ออกมาเปิดเผยรายละเอียด เพิ่มเติมว่า การสอบครั้งนี้มีการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ใหม่ โดยการสอบผู้อำนวยการและรองผู้อำนวยการ สพท.จะขึ้นบัญชี 2 ปี ประเมินประวัติและผลงานจากแฟ้มสะสมงาน จากเดิมที่ใช้วิธีการประเมิน 360 องศา เพราะไม่เห็นความแตกต่างในการจำแนก คาดว่า การปรับวิธีประเมินครั้งนี้ จะสามารถคัดคนที่มีความรู้ความสามารถ ขณะที่การสอบศธจ.และรอง ศธจ.จะไม่มีการประเมิน 360 องศา และให้ขึ้นบัญชี 2 ปีเช่นเดียวกัน

ส่วนการสอบครูผู้ช่วยนั้น มีการขึ้นบัญชี 2 ปีอยู่แล้ว แต่ปรับปรุงข้อสอบภาค ก จะมีเนื้อหาข้อสอบเหมือนกับข้อสอบของสำนักงานข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ส่วนภาค ข จะมีการสอบวิชาเอกและวิชาจริยธรรมความเป็นครู ซึ่งข้อสอบทั้งสองภาคนี้สพฐ.จะเป็นผู้ออกข้อสอบเอง และให้ กศจ.เป็นผู้จัดสอบ ส่วนภาค ค ส่วนการสอบ ภาค ค.นั้น กศจ.จะกำหนดวัน เวลา และจัดสอบ โดยใช้เวลาประเมิน 45 นาที ประกอบด้วย สอบสัมภาษณ์ ตรวจสอบแฟ้มสะสมผลงาน และประเมินการปฏิบบัติการสอน โดยคะแนนการสอบของแต่ละภาค จะต้องไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60…

นายอัมพร ระบุด้วยว่า วิธีการนี้จะทำให้เชื่อมั่นได้ว่าจะไม่มีการช่วยเหลือกัน เนื่องจากมีการบันทึกการประเมินในรูปแบบวิดีโอ ดังนั้นหากมีข้อร้องเรียนเกิดขึ้นสามารถตรวจสอบได้จากการบันทึกดังกล่าว

นายสมพงษ์ จิตระดับ อาจารย์คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บอกถึงข้อห่วงใย การจัดสอบคัดเลือกบุคลากรของศธ. ซึ่งครั้งนี้เลื่อนมาจัดสอบหลายตำแหน่งในเวลาใกล้เคียงกัน ว่า ส่วนตัวเข้าใจความจำเป็นของศธ. เพราะกำลังเผชิญกับปัญหาหลายอย่างทั้ง สถานการณ์โควิด-19 เตรียมพร้อมสอนออนไลน์ รวมถึงต้องแก้ปัญหาเด็กถูกล่วงละเมิดทางเพศ ขณะที่การสอบ เพื่อทดแทนตำแหน่งว่างก็มีความจำเป็น ให้มีคนทำงานทดแทนกันในแต่ละตำแหน่ง การจัดระบบสอบเวลาใกล้เคียงกันอาจทำให้กระชับหาคนมาทำงานได้เร็ว

แต่ก็อาจทำให้เกิดช่องว่างให้มีการ ทุจริต ได้เพราะการจัดสอบหลายตำแหน่งในเวลาใกล้เคียงกัน เข้าใจว่า คนที่ดำเนินการจัดสอบก็คงเป็นกลุ่มเดียวกัน ดังนั้นอาจดูแลได้ไม่ครอบคลุมทั้งหมด
และหากมีคนใช้ช่องว่างนี้ ทำการทุจริตก็อาจทำให้เกิดปัญหาฟ้องร้องขึ้นในอนาคต

“ขณะเดียวกัน ศธ. ควรต้องอธิบายให้สังคมได้เข้าใจด้วยว่า เพราะอะไรจึงดึงอำนาจมารวมศูนย์โดยให้ส่วนกลางออกข้อสอบครูผู้ช่วยเช่นเดิม ทั้งที่กระจายอำนาจไปให้กศจ.ดำเนินการแล้วระยะหนึ่ง ส่วนที่ออกมาระบุว่า เพราะมาตรฐานข้อสอบไม่เท่ากันนั้นก็ฟังไม่ขึ้น หากกระจายอำนาจลงไปแล้ว ส่วนกลางควรทำหน้าที่ในการตรวจสอบ เมื่อมีปัญหาก็ควรแก้ไขเป็นจุด ๆ ไม่ใช่ดึงอำนาจกลับมารวมศูนย์ ขณะเดียวกันกลุ่มครูผู้ช่วยที่ขึ้นบัญชีไว้เดิม เรียกบรรจุครบแล้วหรือยัง หากยังเรียกไม่ครบแล้วเหตุใดจึงเปิดสอบใหม่ ตรงนี้ต้องอธิบายให้ชัด เพื่อให้ผู้ที่ขึ้นบัญชีอยู่ไม่เกิดความกังวล และผู้ที่เตรียมตัวสอบมีความเข้าใจตรงกัน”นายสมพงษ์ ระบุ

งานนี้ ศธ. ต้องทำให้มีความชัดเจน รวมถึงวางมาตรการป้องกันให้เข้มงวดมากขึ้น โดยเฉพาะการสอบครูผู้ช่วย ซึ่งปีนี้เชื่อว่าจะมีผู้สมัครสอบมากกว่าแสนราย

ขณะที่การสอบคัดเลือกผู้บริหารสถานศึกษาก็มีบทเรียนฟ้องร้องเป็นมหากาพย์กันมาแล้ว !!
ต้องจับตาว่าในสถานการณ์เช่นนี้ศธ.จะอุดช่องว่าง ไม่ให้เกิดการทุจริตขึ้นอีกได้หรือไม่

ไม่เช่นนั้นอาจทำให้เกิดปัญหา หากการบรรจุแต่งตั้งแทนตำแหน่งว่าง สะดุด ก็อาจส่งผลกระทบกับการจัดการเรียนการสอบ ผู้เรียนและคุณภาพการศึกษาจะยิ่งแย่กันไปใหญ่

 

ที่มา https://www.matichon.co.th/education/news_2188907