วันอังคาร 26 พฤษภาคม 2563
ติดตามเว็บไซต์
หน้าแรก > รอบรั้วเสมา > จับตา…ปรับใหญ่ทีแคสปี’66 รวม ‘โอเน็ต-9 วิชาสามัญ’

จับตา…ปรับใหญ่ทีแคสปี’66 รวม ‘โอเน็ต-9 วิชาสามัญ’

หมวดหมู่ : รอบรั้วเสมา 27 เมษายน 2563 เปิดอ่าน 256 ครั้ง

จับตาปรับใหญ่ทีแคสปี’66 รวม ‘โอเน็ต-9วิชาสามัญ’ลดข้อสอบ ลดความเครียดให้เด็กม.6

รวมข้อสอบ- ระดมสมองครั้งใหญ่หลังนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) มอบนโยบายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปพิจารณาลดข้อสอบในการคัดเลือกเข้าเรียนมหาวิทยาลัย โดยให้ดูว่า เป็นไปได้หรือไม่ที่จะรวมข้อสอบการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน หรือโอเน็ต, ความถนัดทั่วไปหรือ GAT และความถนัดทางวิชาชีพ/วิชาการ หรือPAT และ 9 วิชาสามัญ เข้าด้วยกัน

ลดข้อสอบ ลดความเครียดให้กับน้องๆ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่6 ที่สำคัญช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับผู้ปกครองไม่ต้องเสียค่าสมัครสอบหลายวิชา …

ผลจากการหารือร่วมกัน 3 ฝ่ายคือ 1.กระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) โดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(สอศ.) 2.สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ(สทศ.) และ3.ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย(ทปอ.) โดยมีรัฐมนตรีว่าการศธ. เป็นประธาน ได้คำตอบเบื้องต้นว่า มีโอกาสเป็นไปได้ที่จะรวมข้อสอบโอเน็ตกับ 9 วิชาสามัญ เข้าด้วยกัน โดยการปรับข้อสอบใหม่ดังกล่าวจะใช้ในปีการศึกษา 2566 ซึ่งถือเป็นการปรับใหญ่จึงต้องประกาศให้เด็กทราบล่วงหน้า 3 ปี หรือภายในเดือนกรกฎาคม 2563 นี้

นายอํานาจ วิชยานุวัติ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ระบุว่า แนวคิดการรวมข้อสอบนี้ เพราะไม่อยากให้นักเรียนวิ่งรอกสอบ หรือมีค่าใช้จ่ายสูงในการสอบ เพราะจะสร้างความเหลื่อมล้ำในสังคม จึงคิดว่าสามารถสอบครั้งเดียวจบได้หรือไม่
“มองว่ารูปแบบข้อสอบสามารถเปลี่ยนแปลงได้ ที่ผ่านมาเด็กๆ ต้องสอบโอเน็ต GAT/PAT และ 9 วิชาสามัญ รวมถึงสมัครทีแคสทำให้วุ่นกับการเตรียมตัวอย่างมาก รัฐมนตรีว่าการศธ.จึงสั่งการให้หารูปแบบการทดสอบที่วัดสรรถนะผู้เรียนได้ ขณะเดียวกันก็ตอบโจทย์การพัฒนาประเทศที่ต้องการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน” เลขาธิการ กพฐ.ระบุ
ด้าน นายพีระพงศ์ ตริยเจริญ ผู้ช่วยเลขาธิการทปอ. เผยว่า การรวมโอเน็ตกับ 9 วิชาสามัญ ตรงกับสิ่งที่ ทปอ.คิด เนื่องจาก ทปอ.มีแนวคิดจะปรับปรุงข้อสอบและจะใช้ในปีการศึกษา 2566 อยู่แล้ว โดยเห็นว่าควรลดจำนวนการสอบลง ซึ่งข้อสอบวัดความรู้ จะแบ่งเป็น 2 ส่วน ได้แก่ 1.ส่วนความรู้ แบ่งเป็น ความรู้พื้นฐาน(โอเน็ตเดิม) และ ความรู้ประยุกต์(9 วิชาสามัญ) และ 2.ส่วนความถนัด

นายชาลี เจริญลาภนพรัตน์ รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ในฐานะประธานคณะกรรมการวิชาการของทปอ. ระบุว่า เห็นด้วยกับแนวคิดของรัฐมนตรีว่าการศธ.ที่จะลดการสอบให้น้อยลง และหวังให้การสอบเข้ามหาวิทยาลัยของไทย เป็นเหมือนต่างประเทศที่สอบวิชาเดียวแล้วใช้คะแนนไปยื่นเข้ามหาวิทยาลัยได้เลย อย่างไรก็ตามในส่วนของทปอ.เองก็เคยมีข้อเสนอเรื่องดังกล่าว เพราะเห็นว่าโอเน็ตและ 9 วิชาสามัญ เป็นข้อสอบวัดเนื้อหาในแนวเดียวกัน โดยโอเน็ตวัดเนื้อหาขั้นพื้นฐาน ขณะที่ 9 วิชาสามัญ วัดความรู้ในระดับที่สูงขึ้น แต่ข้อเสนอนี้ต้องตกไป เพราะจะเป็นการไปแทรกแซงภาระงานของหน่วยงานอื่น อีกทั้งโอเน็ตได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากรัฐบาล ขณะที่ 9 วิชาสามัญ เก็บเงินค่าสมัครสอบจากนักเรียน การนำมารวมกันจึงอาจเกิดปัญหาในทางปฏิบัติ

ทั้งนี้เมื่อศธ. เสนอแนวทางนี้อีกครั้ง ทปอ.จะนำกลับมาทบทวน และหารือกับมหาวิทยาลัยที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย (กสพท) ที่ต้องการใช้ข้อสอบ 9 วิชาสามัญอย่างเข้มข้น แต่การปรับครั้งนี้ ถือเป็นการปรับใหญ่ โดยจะใช้ในการสอบเข้ามหาวิทยาลัยปี 2566 ดังนั้นต้องประกาศให้นักเรียนทราบล่วงหน้าเป็นเวลา 3 ปี ซึ่งหากจะรวมข้อสอบโอเน็ต และ 9 วิชาสามัญเข้าด้วยกัน ก็ต้องสรุปผลและประกาศให้นักเรียนทราบภายในเดือนกรกฎาคมนี้ เพื่อให้นักเรียนได้เตรียมตัว

“ตอนนี้ยังไม่ใช่ข้อสรุป แต่ทิศทางเท่าที่หารือ จะนำข้อสอบโอเน็ต กับ 9 วิชาสามัญมารวมกัน แบ่งเป็นสองส่วน คือ ข้อสอบ A-Level หรือ แอดวานซ์เลเวล และ B-Level หรือ*เบสิกเลเวล* ให้มหาวิทยาลัยเลือกนำไปใช้ในการคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัย ทั้งนี้ในส่วนมธ. เห็นด้วย เพราะจะทำให้เด็กสอบน้อยลง การเลือกเด็กเข้าเรียนมหาวิทยาลัย ต้องพิจารณาหลายอย่าง เพราะเด็กที่เก่งวิชาการ ก็ใช่ว่าจะเรียนได้ดี ต้องมีองค์ประกอบอื่น ๆ ที่สำคัญต่อการอยู่ร่วมกันและการออกไปทำงานในอนาคตด้วย” นายชาลีกล่าว

นายชัยชาญ ถาวรเวช อธิการบดีมหาวิทยาลัยศิลปากร (มศก)ค้านเสียงดัง ไม่เห็นด้วย เพราะอาจทำให้ระบบการรับเด็กเข้าเรียนต่อมหาวิทยาลัยยุ่งยากกว่าเดิม ทั้งนี้เพราะการสอบโอเน็ต เป็นการประเมินผลการเรียนระดับขั้นพื้นฐาน ส่วน 9 วิชาสามัญ เป็นการประเมินวิชาสามัญขั้นสูง เพื่อคัดเลือกเด็กเข้าเรียนมหาวิทยาลัย เด็กไม่จำเป็นต้องสอบทุกวิชา เลือกเฉพาะวิชาที่คณะกำหนด หากนำมารวมกัน จะทำให้มหาวิทยาลัยเกิดความสับสน ที่สำคัญกังวลว่าจะทำให้แต่ละคณะไม่สามารถคัดเลือกเด็กเข้าเรียนได้ตรงตามความต้องการ อีกทั้งทุกวันนี้ เด็กที่เข้ามาเรียนในหลายคณะ ก็ไม่สามารถเรียนได้จริง มหาวิทยาลัยต้องปรับพื้นฐานใหม่ โดยเฉพาะเด็กที่เรียนในคณะวิศวกรรมศาสตร์ และสัตวศาสตร์ ต้องมาปรับพื้นฐานวิชาพิสิกส์ เคมี ชีวะ ใหม่เกือบทั้งหมด เพื่อให้เด็กสามารถเรียนได้ตามที่มหาวิทยาลัยกำหนด

“ผมว่าหากนำข้อสอบโอเน็ต และ 9 วิชาสามัญ มารวมกัน จะทำให้ยุ่ง ของเดิมก็ดีอยู่แล้ว ไม่ควรเปลี่ยน เพราะจะทำให้มหาวิทยาลัยปวดหัวในการคัดเลือกเด็ก ซึ่งหากจะเปลี่ยนจริง ๆ ควรไปปรับที่ข้อสอบในการคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัยของทปอ. มากกว่า ไม่ใช่มาปรับรวมโอเน็ต จะทำให้เกิดปัญหา เพราะโรงเรียนส่วนใหญ่มักจะไม่ยอมให้เด็กตก ผลสอบจึงไม่ออกมาตามจริง” นายชัยชาญกล่าว

ว่าไปข้อเสนอให้รวมโอเน็ต GAT/PAT และ 9 วิชาสามัญ หรือการลดข้อสอบเข้ามหาวิทยาลัยไม่ใช่เพิ่งเกิดขึ้น ก่อนหน้านี้ทปอ. เองก็เตรียมจัดทำข้อสอบเพื่อใช้ในการคัดเลือกเด็กเข้ามหาวิทยาลัยใหม่ รวมถึงมีการพูดและหารือร่วมกันมาหลายครั้งแต่ก็ยังไม่มีความชัดเจน

ครั้งนี้ต้องรอลุ้น เพราะเริ่มมีเสียงค้านการรวมโอเน็ตและ 9 วิชาสามัญออกมาแล้ว นัยว่าอาจจะได้ไม่คุ้มเสีย ทำให้ระบบรวน แต่ต้องยอมรับว่าระบบการคัดเลือกนักเรียนเข้าเรียนต่อในมหาวิทยาลัยยังสร้างปัญหาให้กับนักเรียนและผู้ปกครองที่นำมาสู่ความเครียดและภาระค่าใช้จ่าย ขณะที่สังคมไทยยังมีความเหลื่อมล้ำทางสังคมสูง ทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบซึ่งถ้าลดความซ้ำซ้อนของการสอบลงได้ ก็จะส่งผลดีต่อเด็กไทยทั้งทางตรงและทางอ้อม

 

 

ที่มา https://www.matichon.co.th/education/news_2159273

เปิดอ่าน 256 ครั้ง