วันอังคาร 20 ตุลาคม 2563
ติดตามเว็บไซต์
หน้าแรก > รอบรั้วเสมา > สอนออนไลน์วัดกึ๋น ศธ. ใต้อุ้งมือนักการเมือง กับ สาธิตอุดมศึกษา บนฐานอิสระทางวิชาการ เด็กไทยเหมือนกันแต่โอกาสที่จะได้รับ …ทำไมต่างกัน

สอนออนไลน์วัดกึ๋น ศธ. ใต้อุ้งมือนักการเมือง กับ สาธิตอุดมศึกษา บนฐานอิสระทางวิชาการ เด็กไทยเหมือนกันแต่โอกาสที่จะได้รับ …ทำไมต่างกัน

หมวดหมู่ : รอบรั้วเสมา 26 เมษายน 2563 เปิดอ่าน 354 ครั้ง

แม้ว่า ประกาศของกระทรวงศึกษาที่ลงนามโดย “ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เมื่อวันที่ 9 เม.ย. 63 กำหนดให้ โรงเรียนในระบบทั้งรัฐและเอกชน เลื่อนเปิดเทอมออกไปเป็นวันที่ 1 ก.ค. 63 แล้วก็ตาม แต่สำหรับโรงเรียนนานาชาติที่มีช่วงเวลาปิด-เปิดเทอมไม่ตรงกับโรงเรียนทั่วไป ยังมีช่องทางให้เปิดได้ทันทีตามเหมาะสม แต่ต้องปรับการเรียนการสอนให้สอดคล้องภับภาวะการณ์ตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ในแต่ละพื้นที่ด้วย

และแม้ว่าการจัดซื้อแท็บเล็ตหรือ Laptop แจกเด็กจะจบลงแล้วจะด้วยเหตุผลใด ๆ ก็ตาม

ก็คงยังจบลงง่าย ๆ ไม่ได้ ในประเด็นที่ยังคงมีสัญญาณแห่งความพยายามในหลายช่องทางด้วยการยกอ้างเหตุผลเพื่อโน้มน้าวให้ยังเห็นความจำเป็น เพื่อนำมาเข้าสู่กระบวนการจัดซื้อจัดหาให้นักเรียนในช่วงชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายได้มีใช้กันทุกคน  

ในขณะที่เจ้ากระทรวงศึกษาแม้ปากจะบอกแนวคิดเชิงนโยบายในทำนอง) แม้ว่าจะมีแผนจัดกลุ่มการเรียนการสอนออนไลน์กับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4-6 ( ม.ปลาย) การเรียนการสอนยังผ่านระบบการศึกษาทางไกลผ่านออนไลน์ (Online Real-Time Learning OBEC TV) 13 ช่อง โดยเรียน 30 นาทีผ่านคลิป VTR จากครูต้นแบบ และ 20 นาทีผ่านครูประจำวิชาด้วย Video Conference ก็ตาม

แต่  อาจพิจารณาซื้อแท็บเล็ตให้นักเรียน เพื่อใช้ในการเรียนออนไลน์ เนื่องจากกลุ่มนี้ เป็นช่วงวัยที่มีความเหมาะสมสามารถเติมเต็มศักยภาพตามความพร้อมของแต่ละคนได้มากกว่าระดับชั้นอื่น ๆ ดังนั้นอุปกรณ์การเรียนการสอนต้องแตกต่างกันความสามารถกับกลุ่มนักเรียนระดับชั้นนักเรียนอนุบาล – ม.3 ศธ. แม้จะเปิดช่องทีวีสอนนักเรียนในระดับชั้นต่างๆ จำนวน 13 ช่อง ด้วยระบบการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม (DLTV) โดยเรียน 50 นาทีผ่านช่องทีวีและเว็บไซต์ และ 10 นาที สื่อสารถึงผู้ปกครองและนักเรียนด้วยระบบโทรศัพท์ Line และอื่นๆ

พินิจจากนโยบายของ นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศธ.แล้ว จึงเป็นที่มาของความไม่อาจวางใจหรือไว้ใจได้ว่า ฝันร้ายแท็บแล็บยังคงเป็นหมอกควันบาง ๆ ที่รอจังหวะก่อตัวอย่างเงียบ ๆอาจเวียนไหลย้อนกลับเข้ามาอย่างย่ามใจอีกครั้งในช่วงการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ก็ได้  ซึ่งคงต้องจับอาการของหล่าบรรดาที่ปรึกษาของรมว.ศธ.แบบไม่กระพริบตาว่า อาจจะมีไม้เด็ด ที่จู่โจมลงมาอย่างคาดไม่ถึงอีกก็ได้

สอดรับกับออกมาให้ข่าวจากนายวราวิช กำภู ณ อยุธยา ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) หลังนั่งเป็นประธานประชุมวางแนวทางการผลิตสื่อการสอนออนไลน์ รายวิชาพื้นฐาน 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาคเรียนที่ 1/2563 ระดับชั้น ม.4-6 เพื่อรองรับสถานการณ์ช่วงเฝ้าระวังและป้องกันการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ณ ห้องประชุม 1 อาคาร สพฐ. 4 เมื่อวันก่อน ที่ว่า

 

ยังไม่ทิ้งแผนจะจัดทำหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ หรืออีบุ๊ก เพื่อให้นักเรียนสามารถดูสื่อไปพร้อมกันได้ในระหว่างที่เรียน สามารถจดโน้ตลงอีบุ๊กได้ เน้นข้อความไฮไลต์ ตีเส้นได้ สอบถามครูได้ ส่วนครูก็จะมีแบบฝึกหัดให้เด็กทำ และให้การบ้านเด็กได้

อีกส่วนหนึ่งที่วางแผนไว้ ก็คือ อาจมีการจัดทำคลิปเป็นรายการออกฉายทางโทรทัศน์ความยาว 30 นาที หรือเผยแพร่ทางยูทูป โดยเชิญครู 80 คน ที่มีทักษะการสอนที่ดีมาจัดทำคลิปสื่อการสอนนักเรียนระดับชั้น ม.4-6 ให้ครบทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้

แม้จะเป็นการวางแผนที่ดี คิดแบบสำเร็จรูป จึงมีคำถามว่า จะใช้งบจัดทำคลิปกันอีกจำนวนเท่าไร และ ครูอีก 80 คนที่ว่าสุดยอดแล้ว ยังต้องเข้ากระบวนการอบรมจากที่เยี่ยมจากแห่งไหนจะใช้งบกันอีกเท่าไร รวมแล้วจำนวนเงินเท่าไร

                                                                     

                 “…เฉพาะในสองส่วนนี้คาดไว้สักประมาณ 140 – 150 ล้าน จะพอม่ะ

                 อย่างน้อย ท่านอำนาจ วิชยานุวัติ เลขาธิการ กพฐ.อาจจะเตรียมงบไว้ให้ได้ไม่ยาก…” 

จริง ๆแล้ว มีคนอยากให้ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ จะไปเคาะประตูห้องท่านสุวิทย์ เมษฉิมพลี ที่กระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.)  หรือสำนักงานกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (สคศ.) ของ ท่านสุภกรณ์ บัวสาย ที่มีเงินมิใช่น้อย หรือกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมทีมีเงินอยู่กว่า 5000 ล้าน มาช่วยบ้าง ก็ดีมิใช่น้อย

” หรือจะมองไปที่ สาธิต มศว. ประสานมิตร เขาทำอย่างไร

ทราบว่าขณะนี้ได้ประสานงานกับบริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย)

ในการนำร่องวางระบบการเรียนการสอน

โดยจำลองรูปแบบการเรียนการสอนในห้องเรียน

สู่ระบบออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชัน ไมโครซอฟท์ ทีมส์

จะสามารถ ขยายระบบไปสู่โรงเรียนสาธิตอื่น ๆ ได้ทันที

จึงอดคิดถึงเด็กนักเรียนในสถานศึกษา ไม่ว่าสังกัดไหน ซึ่งล้วนเป็นเด็กไทยเหมือนกัน

 น่าที่จะได้รับโอกาสและอานิสงส์ตลอดคุณูปการ จากสาธิต มศว. ประสานมิตร

หรือสาธิตของสถาบันอุดมศึกษาอื่น ๆช่วยแบ่งปันกันบ้าง ได้ไหม”    

ซึ่งรูปแบบนี้มีอาจารย์ประจำชั้นที่จะคอยสังเกตปฎิสัมพันธ์เด็ก พร้อมติดตามให้เด็กเข้าห้องเรียน มีการตารางการเรียนการสอนที่ชัดเจนในทุกรายวิชา

 เชื่อว่า…หากเห็นแก่ประโยชน์การศึกษาชาติ เด็กและครู หน่วยงานเหล่านี้ น่าจะไม่ใจจืดแน่ ๆ  

 หากจะส่องดูว่า สพฐ.เคยมีความร่วมมือกับหน่วยงานราชการหรือสถาบันอุดมศึกษาที่ใดบ้างในปัจจุบัน ก็ไม่ต้องเหนื่อยหนักไปกับท่านประธาน วราวิช กำภู ณ อยุธยา ให้เปลืองเวลาไปเปล่า ๆ

อย่างเช่น สพฐ.มีข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการกับมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา พัฒนารูปแบบทางการศึกษาแบบดิจิทัล เพื่อจัดการเรียนรู้ในกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์และภาษาอังกฤษ โรงเรียนในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา นครราชสีมา เขต 1-7 และโรงเรียนในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 31 จำนวน 200 โรง ภายใต้การมีส่วนร่วมของผู้เรียน ครู ผู้บริหาร และผู้ปกครอง ไปหลายเดือนแล้ว โดยแบ่งหมวดหมู่อย่างชัดเจน ข้อดี คือ สามารถลงทะเบียนเรียนเมื่อไหร่ก็ได้ มีท้ังคลิปวีดีโอและเอกสารการเรียน เมื่อเกิดข้อสงสัยก็สามารถฝากคำถามไว้ได้ด้วย

แม้กระทั่งกลุ่มครู Critizen กรุงเทพและปริมณฑล ยังเตรียมการเรียนออนไลน์กันอย่างคึกคักเข้มแข็ง รวมไปถึง bmatraining ซึ่งเป็นเว็บของโรงเรียนฝึกอาชีพกรุงเทพมหานคร มีคลิปสอนเบื้องต้นด้านงานฝีมือ สามารถเปิดดูและเรียนรู้ตามได้อย่างไม่ยาก

รวมไปถึง การเปิดเรียนทางไกล HRD e-Learning สำนักงาน ก.พ.วิทยาลัยข้าราชการพลเรือน สามารถตรวจสอบได้ตลอดเวลาว่า ผู้เรียนอยู่ที่หน้าจอคอมพิวเตอร์หรือไม่ เรียนจบหลักสูตรแล้ว มีการสอบและรับผลได้เลยว่า ผ่านหรือต้องเรียนซ้ำอะไรบ้าง

หรืออย่างกระทรวง อว.ผนึกพันธมิตรระดับโลก ยกระดับการเรียนออนไลน์ ชูแอปพลิเคชัน “ไมโครซอฟท์ ทีมส์” ให้นักศึกษา 2 ล้านคนทั่วประเทศเรียนฟรี

หากท่านที่ปรึกษารมว.จะลองใช้บริการจากภาคเอกชนหลายแห่งที่ดูมีความทันสมัยไวกว่าการระดมสรรพกำลังคนราชการดูก็ได้ อย่างเช่น ไมโครซอฟท์ที่เคยร่วมมือกับกระทรวงศึกษาธิการ และเคยเป็นคู่ค้าทางด้านเทคโนโลยีในการขยายโอกาสทางการศึกษา เรียนรู้ ผ่านโครงการต่างๆ ของไมโครซอฟท์ ที่มีเป้าประสงค์ลดช่องว่างทางการศึกษา เท่ากับเป็นส่วนที่เสริมกันได้เป็นอย่างดีกับเนื้อหาจาก 8 กลุ่มสาระวิชา ที่มาพร้อมกับ Supreme Education Kit ที่มีบริษัทใหญ่ ๆ คู่ค้าหน้าเดิม ๆ มาพร้อมคู่เทียบ ก็มีให้เลือกเล่นได้มิใช่น้อย

โดยเฉพาะ Klass Book เครื่องคอมพิวเตอร์แบบเน็ตบุ๊กที่พร้อมใช้ได้ทันที มีขนาดกะทัดรัด พกพาสะดวก แถมยังโดดเด่นด้วยเนื้อหาทางการศึกษา 8 กลุ่มสาระวิชาในรูปแบบของ Supreme Education Kit เพื่อใช้ในการศึกษาแบบ 1:1 e-learning ซึ่งมีการใช้จริงในห้องเรียนในหลายประเทศทั่วโลก เน้นการดูข้อมูล และมุ่งใช้งานแอพพลิเคชั่นทั่วไปบนอินเทอร์เน็ต มากกว่าการสร้างข้อมูล หรือใช้แอพพลิเคชั่นที่ซับซ้อน ส่งผลให้เยาวชนสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพ ก็ยังเชื่อว่า น่าจะอยู่ในความคิดของนักการเมืองบางคนบ้างแล้ว รอเพียงจังหวะเหมาะที่จะเอ่ยขึ้นมาเท่านั้น

ดังนั้นการเสาะแสวงหาพันธมิตรที่มีแหล่งเรียนรู้ออนไลน์แบบเปิด ย่อมเป็นการแสดงถึงศักยภาพที่ดีมีความสามารถของนักการเมือง ทำให้เกิดความร่วมมือทั้งภาครัฐ และหลายสถาบันการศึกษาและเอกชน ช่วยสร้างทางเลือกอย่างหลากหลาย ทั้งแบบให้เปล่าแบบกัลยาณมิตรหรืออาจจ่ายบ้างเล็กน้อยก็ได้

อย่างไรก็ตาม ล่าสุดแม้จะมีผล สำรวจความคิดเห็นของครู จำนวน 678 คน จากโรงเรียนใน 67 จังหวัด ในประเทศไทย พบว่า ครูไทยยังไม่พร้อมสอนออนไลน์ถึงร้อยละ 50 นักเรียนมีความพร้อมแค่ร้อยละ 45 และยังไม่มี’คอมพิวเตอร์-เน็ต’อีกเกินครึ่ง ตามด้วยข้อเสนอให้จัดอบรมเชิงปฏิบัติการอย่างเร่งด่วนเพื่อให้ครูสามารถจัดการเรียนการสอนออนไลน์ได้

พลันก็มีเสียงเตือนมาว่า ไม่จำเป็นที่นักการเมืองศธ.จะต้องกระโดดรับอย่างผลีผลามลิงโลดด้วยการรีบจัดหาเอกชนที่เคยร่วมคิดไว้ก่อนหน้านี้ลงมาดำเนินการ โดยทุ่มงบลงไปแบบคิดอยู่ฝ่ายเดียวคนเดียวเหมือนที่ผ่านมา ยังมีของฟรีให้เลือกใช้อีกมิใช่น้อยบนโลกนี้

การแสวงหาพันธมิตรเพื่อนร่วมคิดร่วมสร้างจากแหล่งเรียนรู้ออนไลน์แบบเปิด ได้เข้ามาร่วมกับศธ.ด้วยการจัดตั้งกลุ่มสังคมแห่งการเรียนรู้ในการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนออนไลน์ในแต่ละกลุ่มสาระไปพร้อมกันครูด้วย ซึ่งจะเป็นทางเลือกที่เข้ากับสถานการณ์ช่วงก่อนเปิดเทอมและอนาคตมากที่สุด

มิใช่ปล่อยให้ฝ่ายการเมืองเข้ามาเป็นผู้กำหนดทิศทางการศึกษา ชอบที่จะใช้นโยบายขายโครงการฯ ผลาญงบฯ เพียงฝ่ายเดียว สุดท้ายเหลือทิ้งไว้ซึ่งซากแห่งความล้มเหลวไว้ให้จดจำขานกล่าวเล่าถึงไปอีกนานเท่านาน

 

 

ที่มา http://www.siamedunews.com/articles/42359913/สอนออนไลน์วัดกึ๋น-ศธ.-ใต้อุ้งมือนักการเมือง-กับ-สาธิตอุดมศึกษา-บนฐานอิสระทางวิชาการ-เด็กไทยเหมือนกันแต่โอกาสที่จะได้รับ-…ทำไมต่างกัน.html

เปิดอ่าน 354 ครั้ง