วันพฤหัสบดี 13 สิงหาคม 2563
ติดตามเว็บไซต์
หน้าแรก > รอบรั้วเสมา > โผล่แล้ว! คำสั่งแต่งตั้งลูกชายประเสริฐ บุญเรือง “รองปลัดฯดุริยา” เซ็นแทนตามคาด แซด!ขัด-ไม่ขัด? กม.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง

โผล่แล้ว! คำสั่งแต่งตั้งลูกชายประเสริฐ บุญเรือง “รองปลัดฯดุริยา” เซ็นแทนตามคาด แซด!ขัด-ไม่ขัด? กม.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง

หมวดหมู่ : รอบรั้วเสมา 26 เมษายน 2563 เปิดอ่าน 2,183 ครั้ง

เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2563 ผู้สื่อข่าว “สำนักข่าวการศึกษาสยามเอ็ดดูนิวส์” รายงานว่า โผล่แล้วคำสั่งแต่งตั้งนายสัมนาการณ์ บุญเรือง ผู้อำนวยการศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) อำเภอหนองกี่ จ.บุรีรัมย์ เป็นผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาครู คณาจารย์และบุคลากรทางการศึกษา (สคบศ.) เซ็นโดย น.ส.ดุริยา อมตวิวัฒน์ รองปลัดกระทรวง รักษาราชการแทนปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ตามคาดหมาย

ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ตั้งคำถามตามมามากมายในทันที เนื่องจากคำสั่งแต่งตั้งนายสัมนาการณ์ครั้งนี้ เกี่ยวพันกับสภาพร้ายแรงอันเป็นข้อห้ามตาม พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539 มาตรา 13-16

เนื่องจากนายสัมนาการณ์ บุญเรือง เป็นบุตรชายของนายประเสริฐ บุญเรือง ปลัด ศธ. ไม่อาจเซ็นคำสั่งแต่งตั้งได้ตามมาตรา 13 (3) ที่บัญญัติว่า “เจ้าหน้าที่ดังต่อไปนี้จะทำการพิจารณาทางปกครองไม่ได้ เป็นญาติของคู่กรณี คือเป็นบุพการีหรือผู้สืบสันดานไม่ว่าชั้นใดๆ…”

และการที่ น.ส.ดุริยา อมตวิวัฒน์ รองปลัดกระทรวง จะเซ็นคำสั่งแทนได้ ในฐานะรักษาราชการแทนปลัดกระทรวงศึกษาธิการนั้น ตามมาตรา 14 พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539 บัญญัติให้นายประเสริฐ บุญเรือง ปลัด ศธ. ในฐานะเจ้าของอำนาจแท้จริง จะต้องแจ้งเรื่องสภาพร้ายแรงที่เกิดขึ้นดังกล่าวต่อนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการ ศธ. ในฐานะผู้บังคับบัญชาเหนือตนขึ้นไปชั้นหนึ่งได้ทราบ

เพื่อที่นายณัฏฐพลจะได้มีคำสั่งให้ น.ส.ดุริยา อมตวิวัฒน์ รองปลัดกระทรวง ลงนามในคำสั่งแต่งตั้งแทนได้ ในฐานะรักษาราชการแทนปลัดกระทรวงศึกษาธิการ

แต่หากกระบวนการที่มาทำให้ น.ส.ดุริยา อมตวิวัฒน์ รองปลัดกระทรวง รักษาราชการแทนปลัด ศธ. ลงนามคำสั่งแต่งตั้งนายสัมนาการณ์ ผอ.กศน.อำเภอหนองกี่ จ.บุรีรัมย์ เป็น ผอ.สถาบันวัดไร่ขิง ไม่ได้เป็นไปตาม พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539 แต่เป็นไปตามปัจจัยอื่นๆ

ก็สุ่มเสี่ยงที่จะเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายฉบับนี้ ซึ่งส่งผลให้เป็นโมฆะได้ และผู้เกี่ยวข้องอาจได้รับโทษหากมีผู้ไปฟ้องร้องต่อศาลอาญา

นอกจากสภาพร้ายแรงตามมาตรา 13 พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539 ดังกล่าวแล้ว ยังสุ่มเสี่ยงกับการเกิดสภาพร้ายแรงเกี่ยวกับการใช้อำนาจพิจารณาทางปกครองซ้ำซ้อน ตามมาตร 15 และ 16 ของนายประเสริฐ บุญเรือง ปลัด ศธ. ในวันประชุม อ.ก.พ.กระทรวงศึกษาธิการ ครั้งที่ 2/2563 เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2563

ที่มีมติให้เทียบประสบการณ์ในงานที่หลากหลายตามมาตรฐานกำหนดตำแหน่งประเภทอำนวยการ ตามหนังสือสำนักงาน ก.พ. ที่ นร 1006/ว 17 ลงวันที่ 28 กรกฎาคม 2558 ซึ่งใช้ประกอบการออกคำสั่งแต่งตั้งโยกย้ายนายสัมมนาการณ์ครั้งนี้

เนื่องจากในที่ประชุม อ.ก.พ.ศธ.นั้น ปกติจะมีนายณัฏฐพล รัฐมนตรีว่าการ ศธ.นั่งเป็นประธานโดยตำแหน่ง แต่ไม่ทราบว่าในการประชุมวันดังกล่าวนายณัฏฐพลจะนั่งเป็นประธานเอง หรือมอบหมายใครเป็นประธานหรือไม่ หรือมอบหมายนายประเสริฐ ปลัด ศธ.

ถ้านายณัฏฐพลมอบหมายนายประเสริฐ ก็จะมีกรณีต้องตรวจสอบอย่างน้อยอีก 2 กรณีต่อเนื่องคือ 1.นายณัฏฐพลต้องรับผิดชอบอะไรด้วยหรือไม่ ถ้ารับทราบแล้วว่าการประชุมในวันนั้นมีวาระพิจารณาเรื่องบุตรชายนายประเสริฐ ซึ่งเป็นกรณีสภาพร้ายแรง

และ 2.ถ้านายประเสริฐรับมอบหมายให้ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม อ.ก.พ.ศธ.ในวันนั้น แล้วมอบหมายให้บุคคลอื่นมาทำหน้าที่แทนฐานะปลัด ศธ.ในที่ประชุม ก็อาจจะเข้าข่ายการใช้อำนาจพิจารณาทางปกครองที่ซ้ำซ้อนของตำแหน่งปลัด ศธ. ซึ่งอาจจะถึงขั้นทำให้มติการพิจารณาเทียบประสบการณ์ในงานที่หลากหลายตามมาตรฐานกำหนดตำแหน่งประเภทอำนวยการของนายสัมนาการณ์ บุญเรือง ถือเป็นโมฆะได้

ดังที่ศาลปกครองเคยตัดสินให้การสรรหาเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) ครั้งที่ผ่านมา เป็นโมฆะมาแล้ว ก็ด้วยเหตุที่ปลัด ศธ.ในขณะนั้นถูกร้องว่าใช้อำนาจซ้ำซ้อนในลักษณะเดียวกันนี้

เช่นเดียวกับกรณีศาลปกครองสูงสุด เมื่อปี พ.ศ.2557 สั่งเพิกถอนคำสั่งลงโทษอดีต 6 ข้าราชการ สปช.จัดซื้อซอฟต์แวร์บริหารสถานศึกษา เนื่องจากพิจารณาเห็นว่า การดำเนินการทางวินัยมีข้อผิดพลาดในกระบวนการ คือมีผู้ที่เป็นผู้ต้องห้ามมิให้พิจารณาทางปกครอง ซึ่งก็คือประธานคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยกรณีดังกล่าว เป็น อ.ก.พ.สำนักงานปลัด ศธ. ได้ร่วมในการพิจารณาลงโทษด้วย เป็นต้น

ฉะนั้น กรณีการพิจารณาของ อ.ก.พ.ศธ.ในวันดังกล่าว ก็อาจสุ่มเสี่ยงที่จะเป็นการกระทำที่ผิด พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539 เช่นเดียวกัน และส่งผลให้เป็นโมฆะได้ รวมทั้งผู้เกี่ยวข้องอาจได้รับโทษด้วย หากมีผู้ไปฟ้องร้องต่อศาลอาญา

นอกจากนี้ ยังมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ตั้งคำถามกันด้วยว่า ในคำสั่งแต่งตั้งนายสัมนาการณ์ บุญเรือง ผอ.กศน.อำเภอหนองกี่ จ.บุรีรัมย์ เป็น ผอ.สถาบันวัดไร่ขิง ที่ลงนามโดย น.ส.ดุริยา อมตวิวัฒน์ รองปลัดกระทรวง รักษาราชการแทนปลัด ศธ. โดยเป็นคำสั่งรับโอนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษามาบรรจุเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญ และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาครู คณาจารย์และบุคลากรทางการศึกษา (สคบศ.) ดังกล่าว

ได้มีการประกาศให้ทราบกันโดยทั่วไปหรือไม่ ดังที่นายณัฏฐพลให้สัมภาษณ์ว่า “ต้องให้โอกาสคนที่มีความรู้ ความสามารถ” ซึ่งมีบุคลากรของ ศธ.ในกรม กองต่างๆ อีกจำนวนมากที่มีคุณสมบัติเท่าเทียมและเหนือกว่านายสัมนาการณ์ บุญเรือง

จึงข้องใจกันว่าทำไมจึงมีชื่อนายสัมนาการณ์ บุญเรือง เป็นผู้ขอโอนเพียงรายเดียวหรืออย่างไร มีการงุบงิบดำเนินการกันหรือไม่? เช่นที่เกิดขึ้นในหลายตำแหน่งในหลายหน่วยงานใน ศธ. อาทิ ในสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.)

อนึ่ง วันเดียวกัน นางรักขณา ตัณฑวุฑโฒ รองปลัด ศธ. แจงสื่อมวลชนใน ศธ.เรื่องนี้ว่า “ตนขอชี้แจงว่าการแต่งตั้งนายสัมมนาการณ์ถูกต้องตามระเบียบขั้นตอนทุกอย่าง โดยนายสัมมนาการณ์ได้มีหนังสือขอโอนมาดำรงตำแหน่ง ผอ.สคบศ. ข้าราชการพลเรือนสามัญ ตำแหน่งประเภทผู้อำนวยการระดับสูง ซึ่งสามารถดำเนินการได้ตามหนังสือสำนักงาน ก.พ.ที่ นร.1006/ว36 ลงวันที่ 29 ก.ย.2553

และรองปลัดกระทรวงศึกษาธิการที่ได้รับมอบหมายให้กำกับดูแลสถาบัน สคบศ.พิจารณาแล้วเห็นว่า นายสัมมนาการณ์เป็นผู้มีความสามารถในตำแหน่งดังกล่าว และสำนักงานปลัด ศธ.ได้ดำเนินการเทียบตำแหน่งนายสัมนาการณ์ ข้าราชการครูและบุคลารทางการศึกษา ตำแหน่งผู้อำนวยการ กศน.อำเภอหนองกี่ วิทยฐานะผู้อำนวยการเชี่ยวชาญ (ระดับ9) เทียบเท่ากับข้าราชการพลเรือนสามัญ ตำแหน่งประเภทอำนวยการระดับสูง ตามหนังสือสำนักงาน ก.พ.ที่ นร.1008/ว30 ลงวันที่ 15 ก.ย.2553

จึงถือได้ว่า นายสัมนาการณ์เป็นผู้มีคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งประเภทอำนวยการระดับสูง และได้รับความเห็นชอบจาก อ.ก.พ.กระทรวงศึกษาธิการให้เทียบเท่าประสบการณ์ในงานที่หลากหลายสำหรับตำแหน่งดังกล่าวแล้ว ตามหนังสือสำนักงาน ก.พ.ที่ นร.1008/ว15 ลงวันที่ 28 ก.ค.2558 และที่ นร 1006/ว17 ลงวันที่ 28 ก.ค.2558

การรับโอนนายสัมนาการณ์ มาดำรงตำแหน่ง ผอ.สคบศ.จึงเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งได้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่สำนักงาน ก.พ.กำหนดทุกอย่าง” นางรักขณากล่าว

 

 

ที่มา http://www.siamedunews.com/index.php?mo=3&art=42359901