วันอังคาร 20 ตุลาคม 2563
ติดตามเว็บไซต์
หน้าแรก > รอบรั้วเสมา > ยื่นผลสอบ O-NET แทนการสอบเข้า ม.1 และ ม.4 ดีไหม

ยื่นผลสอบ O-NET แทนการสอบเข้า ม.1 และ ม.4 ดีไหม

หมวดหมู่ : รอบรั้วเสมา 19 เมษายน 2563 เปิดอ่าน 210 ครั้ง

สัปดาห์นี้คุยกันเรื่องของการสอบเข้าชั้น ม.1 และ ม.4 ของนักเรียน โดยใช้ผลสอบ  O-NET แทนดีหรือไหม ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคงต้องพิจารณา…??

สถานการณ์การแพร่ระบาดครั้งรุนแรงของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในขณะนี้ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในโลก ทั้งเรื่องความผันผวนของเศรษฐกิจ และที่สำคัญคือการใช้ชีวิตของผู้คนที่เปลี่ยนไป และอีกเรื่องที่มีความสำคัญไม่แพ้กันคือเรื่องการศึกษา ซึ่งสถานการณ์ของการศึกษาของไทยมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องเลื่อนการเปิดภาคเรียนออกไป เป็นวันที่ 1 กรกฎาคม 2563

เพื่อเป็นป้องกันการติดเชื้อโรคระบาดของเด็กนักเรียน นักศึกษาทุกคน การเปิดเทอมจึงถูกเลื่อนออกไป เพราะอาจเป็นสถานที่แพร่ระบาดของเชื้อได้ อีกทั้งยังเพื่อให้ทุกคนได้เตรียมความพร้อมในการเรียนออนไลน์และเรียนผ่านทีวี ทั้งผู้บริหาร ครู บุคลากรทางการศึกษา นักเรียนนักศึกษา และผู้ปกครอง

และอีกหนึ่งเรื่องสำคัญของวงการการศึกษาของไทยที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) ได้ประกาศ เลื่อนการรับสมัครนักเรียน ม.1 และ ม.4 ออกไปก่อน จนกว่าจะมีการประกาศเปลี่ยนแปลงต่อไป

ดังนั้นผมในฐานะที่เป็นตัวแทนของประชาชน เห็นว่าเรื่องนี้ยังเป็นปัญหาอยู่ และหากสถานการณ์ไม่คลี่คลาย จึงขอเสนออีกหนึ่งทางเลือกสำหรับการรับสมัครและสอบคัดเลือกนักเรียน ม.1 และ ม.4 ที่ถูกเลื่อนออกไป โดยใช้คะแนนสอบ O-NET สำหรับชั้น ป.6 ยื่นเข้า ม.1 และใช้คะแนนสอบ O-NET ระดับชั้นม.3 เพื่อยื่นเข้า ม.4 ที่พึ่งมีการจัดสอบและประกาศผลคะแนนแล้วเรียบร้อย แทนการจัดสอบที่ถูกเลื่อนออกไป

ซึ่งการสอบ O-NET เป็นการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐานที่ถือเป็นมาตรฐานเดียวกันสำหรับนักเรียนทั่วประเทศ ดังนั้นผลการสอบจึงเป็นทางการและได้มาตรฐาน โดยให้นักเรียนและผู้ปกครองไปยื่นกับโรงเรียนที่ตนเองประสงค์จะเข้าเรียน เพื่อโรงเรียนจะได้ทำการคัดเลือกต่อไป เพื่อช่วยลดความล่าช้าของการดำเนินการการสอบเข้าที่ถูกเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนดได้อีกด้วย

ในขณะเดียวกัน สถานศึกษา ก็ต้องมีการปรับตัวโดยการใช้เทคโนโลยีการเรียนออนไลน์เข้ามาช่วยในการเรียนการสอนให้มากขึ้น ซึ่งสามารถทดแทนกันได้อย่างเหมาะเจาะ โดยการคาดการณ์ในอนาคตของระบบการศึกษาทั้งประเทศไทยและต่างประเทศก็อาจต้องมีการปรับเปลี่ยนและหันมาใช้รูปแบบการเรียนออนไลน์กันมากขึ้น

แม้การเรียนออนไลน์นี้จะมีประสิทธิภาพที่ดี แต่อาจต้องมีการร่วมมือกันกับผู้ปกครองของนักเรียกที่เป็นเด็กเล็กจำเป็นที่จะต้องมีพ่อแม่ร่วมเรียนไปพร้อมกัน เนื่องด้วยปัญหาของการใช้อุปกรณ์และการให้ความสนใจในการเรียน นี่จึงเป็นข้อจำกัดของการเรียนออนไลน์ที่เรียกร้องเวลาจากผู้ปกครองเป็นอย่างมาก

อย่างไรก็ตาม เรื่องการสมัครและสอบเข้าในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 และ 4 ก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ควรถูกดำเนินการและสรุปผลอย่างเร่งด่วน และแม้จะได้ข้อสรุปแล้วก็ควรต้องให้เวลากับผู้ปกครองของนักเรียนในการปรับและเตรียมตัวเพื่อเตรียมพร้อมต่อการสมัครเข้าศึกษาต่อในระดับชั้นดังกล่าว เพื่อให้ป้องกันการล่าช้าและทันต่อภาคการศึกษาต่อไปที่เปิดในเดือนกรกฎาคมที่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ

ด้วยความห่วงใย เรามาก้าวข้ามผ่านวิกฤตินี้ไปด้วยกัน Stay healthy and be positive+

 

 

ที่มา : https://www.dailynews.co.th/article/769666

เปิดอ่าน 210 ครั้ง