วันพฤหัสบดี 13 สิงหาคม 2563
ติดตามเว็บไซต์
หน้าแรก > รอบรั้วเสมา > จับตาอวสานแท็บเล็ต ศธ. หรือเป็นเพียงเกมล่อเป้า…เพื่อหมุดหมายที่เหนือกว่า?

จับตาอวสานแท็บเล็ต ศธ. หรือเป็นเพียงเกมล่อเป้า…เพื่อหมุดหมายที่เหนือกว่า?

หมวดหมู่ : รอบรั้วเสมา 18 เมษายน 2563 เปิดอ่าน 266 ครั้ง

แวดวงการศึกษาที่ค่อนข้างเครียดและอึมครึมตลอดเกือบ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา เริ่มเข้าสู่บรรยากาศแห่งการผ่อนคลายทันที ทันทีที่ นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ ออกมายืนยันว่ากระทรวงศึกษาธิการไม่ได้จัดซื้อแท็บเล็ตแล้ว เพราะมีทางอื่นที่ดำเนินการได้หลายทาง  โดยไม่จำเป็นต้องสูญเสียงบประมาณ อีกทั้งขบวนการจัดซื้อจัดจ้างในเรื่องดังกล่าวมีช่องโหว่มาก ดูแล้วไม่เหมาะสมในตอนนี้

เป็นการเอ่ยปากยืนยันหลังจากได้เข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพื่อรายงานการดำเนินการเกี่ยวกับการเรียนการสอน โดยจะหารือกับมูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม ในพระบรมราชูปถัมภ์ (DLTV) โรงเรียนวังไกลกังวล และ กสทช. และจะใช้เนื้อหาของ มูลนิธิฯเป็นหลัก หากต้องเรียนออนไลน์ โดยวันที่ 16 พ.ค. นี้ จะมีการทดลองระบบก่อน

ทั้งยังนำข้อห่วงใยของนายกรัฐมนตรี ที่ย้ำในทำนองให้สติว่า เป็นเรื่องดีที่มีการทดลอง เพื่อจะได้รู้ว่าตรงไหนมีปัญหาอย่างไร ต้องใช้วิกฤติเป็นโอกาสพัฒนา พื้นที่ไหนรับสัญญาณไม่ได้  ครูในแต่ละพื้นที่สามารถเข้าถึงหรือไม่  พื้นที่ไหนเรียนรูปแบบปกติได้ก็ใช้รูปแบบปกติ พื้นที่ไหนเรียนรูปแบบปกติไม่ได้จะเอาวิธีการเรียนออนไลน์เข้าไปเสริม และวันที่ 1 ก.ค. จะต้องมีการเรียนการสอน ก็จะได้นำปัญหามาปรับปรุงแก้ไขให้ถูกจุดต่อไป

  • “…เป็นการถอยที่ดูแมนเอามาก ๆ
  • เหมือนรู้ว่าขืนดันทุรังเดินหน้าจัดซื้อจัดหาแท็บเล็ตแจกนักเรียนอย่างที่เป็นข่าว
  • ด้วยเชื่อที่ปรึกษาใหญ่ข้างตัวหรือผู้บริหารรอบข้างที่ซ่อนข้อมูลบางอย่างไว้
  • อาจจะมีหลายมือที่มองไม่เห็นจากหลายทิศทางเข้ามาช่วย
  • ทำให้เสียเก้าอี้คาโควิด-19 ก็ได้…” 

ว่าไปแล้วแทบไม่น่าเชื่อเลยว่า กลุ่มเหลือบกลุ่มเก่าที่เคยสร้างความอัปยศเรื่องซื้อ Tablet หรือ Laptop แจกมาแล้ว จะกล้านำมุกเดิม ๆ วิธีการเดิม ๆ ขึ้นมาใช้อีก และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงฯ ยังกล้าขานรับให้น้ำหนักเรื่องนี้จนถูกสังคมโต้กลับอย่างเผ็ดร้อน เหมือนไม่เคยรู้ว่าประเทศนี้ บ้านเมืองนี้ กระทรวงนี้ยังมีการจัดการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม หรือ DLTV ซึ่งสามารถทำให้นักเรียน ผู้ปกครอง ครูผู้สอนได้เข้าถึงอย่างทั่วถึงมีประสิทธิภาพและลดทอนค่าใช้จ่ายได้อย่างมหาศาลลงได้

ซึ่งการจัดการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม ที่ว่านี้ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในหลวงรัชกาลที่ 9 ได้พระราชทานทุนประเดิม 50 ล้านบาท ที่ บ.ทีโอที จำกัด (มหาชน) หรือองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยในขณะนั้น ทูลเกล้า ฯ ถวาย ในวโรกาสทรงครองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี ในปีกาญจนาภิเษก พ.ศ. 2539 จากสิ่งที่พระองค์ทรงริเริ่มไว้ตั้งแต่ปี 2538 และมีการปรับโฉมครั้งใหญ่จากระบบ SD เป็นระบบ SD ที่มีประสิทธิภาพสูง นอกจากรับชมผ่านทางโทรทัศน์ได้ตามปกติแล้ว ยังสามารถรับชมผ่านระบบอินเตอร์เน็ตที่ไหนเวลาไหนก็ได้

ปัจจุบัน การจัดการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม ได้เปลี่ยนมาเป็นมูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม ในพระบรมราชูปถัมภ์ (DLTV) ที่มี พลเอก ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ องคมนตรี เป็นประธานกรรมการบริหาร และยังมีผู้บริหารในศธ.อาทิ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานและเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ร่วมเป็นกรรมการบริหาร ด้วย

นับเป็นสถานีโทรทัศน์ที่มีช่องออกอากกาศมากที่สุดถึง 15 ช่อง 24 ชั่วโมง มีการพัฒนาด้วยการจัดทำแอพพลิเคชั่นที่มีเนื้อหาที่หลากหลายให้เลือกรับชมย้อนหลัง มีการปรับการถ่ายทอดสดการเรียนการสอนตั้งแต่ระดับอนุบาลไปถึงชั้น ม.3 และ สามารถถ่ายทอดถึง ม.ปลายได้

ทั้งเด็ก ผู้ปกครอง และครู สามารถชมการจัดการเรียนการสอนระดับอนุบาล 1 – ม.3 ตามหลักสูตร สพฐ. รวมทั้งการอาชีพ อุดมศึกษา และพัฒนาวิชาชีพครู ได้ในหลากหลายช่องทาง คือ โทรทัศน์ดาวเทียม / True vision ช่อง 186-200 / เว็บไซต์ www.dltv.ac.th แบบเลือกช่วงชั้นได้ และ Mobile Application : DLTV ที่สำคัญ คือ การดูย้อนหลังเพื่อทบทวนบทเรียนได้ด้วย

ก็แปลกใจเช่นกันว่าสี่งดี ๆ ที่มีอยู่อย่างประจักษแจ้งในพระอริยะภาพที่ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในหลวงรัชกาลที่ 9  ได้พระราชทานสู่การศึกษาไทย แต่เหตุไฉน นายอำนาจ วิชยานุวัติ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(กพฐ.) ตลอดผู้บริหารศธ.ทั้งหลา ยจึงไม่พยายามที่ให้น้ำหนักการรับรู้ถึงคุณค่าของมูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม ในพระบรมราชูปถัมภ์ (DLTV) แก่ รมว.ศธ. และคณะฯ อย่างที่ควรจะตระหนักรู้และให้ความสำคัญมากกว่า

ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อวันที่ 9 เมษายน ที่ผ่านมา สพฐ.เองยังมีการให้สัมภาษณ์สื่ออีกครั้งด้วยว่า การดำเนินการจัดซื้อแท็บเล็ตหรือซื้ออุปกรณ์ที่จะมารองรับการเรียนการสอนออนไลน์ หรือไม่นั้น เรื่องนี้เป็นนโยบาย ซึ่งเป็นภาพใหญ่ ถ้าคณะรัฐมนตรี(ครม.)หรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการมีมติลงมาอย่างไร สพฐ.ก็พร้อมปฏิบัติ จนกลายเป็นประเด็นร้อนขึ้นมาอีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม ณ ล่าสุด แม้ว่าวันนี้ เรื่องการจัดซื้อแท็บเล็ตแจก เพื่อมารองรับการเรียนการสอนออนไลน์ ตอกตะปูปิดฝาโลงเรียบร้อยแล้ว แต่ก็ยังมีปลายเปิดไว้ที่ ม.ปลาย แบบเหนียม ๆ ชอบกล

ถึงกระนั้นแม้ว่าการจัดซื้อแท็บเล็ตหรือ Laptop แจกเด็กจะจบลงแล้วจะด้วยเหตุผลใด ๆ ก็ตาม ก็คงยังจบลงง่าย ๆ ไม่ได้ในประเด็นที่หลายคนน่าจะลืมไปแล้วกับเม็ดเงินจำนวน 1,300 ล้านบาท ที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้เคยอนุมัติกรอบวงเงินให้ สพฐ. เมื่อกลางปี 2557 ให้เอาไปเติมเต็มโครงการขยายผลการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม จากโรงเรียนวังไกลกังวล อย่างสมบูรณ์ เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในหลวงรัชกาลที่ 9  ในวโรกาสเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ 5 ธันวาคม 2557

ขณะนั้นมี นายกมล รอดคล้าย เป็นเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้นำไปดำเนินการในโครงการฯมีทั้งการจัดซื้อและซ่อมแซมชุดรับสัญญาณดาวเทียมของโรงเรียนที่ชำรุด สำรวจพบว่า มีจำนวนทั้งหมด 14,201 โรง จัดซื้อชุดรับสัญญาณให้กับโรงเรียนการกุศล สังกัดสำนักงานส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) จำนวน 26 โรง พร้อมจัดอบรม ผอ.ร.ร. รวมทั้งครูจะได้ฝึกใช้งานระบบ

  • “…สำหรับชุดรับสัญญาณหมดงบประมาณไปทั้งหมด 1,100 ล้านบาท
  • ส่วนที่เหลือเป็นการจัดอบรมผู้อำนวยการโรงเรียน 15,415 โรง
  • อบรมครู 109,915 คน และจะจัดอบรมแก่ครูในกลุ่มโรงเรียนแกนนำอีก 450 คน
  • โดยใช้วิธีการอบรมทางไกลผ่านดาวเทียม เพื่อตรวจสอบระบบไปในตัว…”

ซึ่ง นายกมล รอดคล้าย เลขาธิการ กพฐ. ขณะนั้น ให้สัมภาษณ์ว่าได้โอนเงินไปให้สถานศึกษาเป็นผู้จัดซื้อเองภายใต้การดูแลของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) โดยจะจัดซื้อได้ในเดือนสิงหาคม ปีเดียวกัน ใช้เวลาในการจัดซื้อและติดตั้งไม่เกิน 2 สัปดาห์จะเสร็จสิ้น เพราะจานดาวเทียมและชุดรับสัญญาณสามารถติดตั้งได้ภายในวันเดียว และคาดว่าจะเริ่มใช้ได้เต็มระบบในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2557

การขยายโครงการการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม ระบุว่า เมื่อครอบคลุมทุกโรงเรียนจะช่วยให้เด็ก 1,015,974 คน ได้มีโอกาสสัมผัสเทคโนโลยีดังกล่าว ถือเป็นการยกระดับคุณภาพการศึกษา หากทำได้ครบคลุมจะมีเด็ก ผู้ปกครองและครูนับล้าน ๆ ล้านคน ได้สัมผัสเทคโนโลยีการศึกษาทางไกลและในช่วงหลังเลิกเรียนยังมีรายการเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิตให้เลือกชมอีกด้วย

ซึ่ง นายกมล รอดคล้าย ครั้งนั้นได้แข็งขันรับว่า จะมีการติดตามผลดูว่านักเรียนของโรงเรียนที่ว่านี้ จะมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนดีขึ้นหรือไม่ โดยจะพิจารณาจากผลการเรียนและผลการทดสอบระดับชาติ ซึ่งก็คือ ผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-Net) และการสอบประเมินคุณภาพการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (NT)

มาถึงณ วันนี้จากปี 2557 มาถึง 2563 คงถึงเวลาทวงถามติดตามผลงานในรายละเอียดทั้งหลายได้แล้วกระมัง เริ่มต้นที่นายกมลรอดคล้าย ต้นน้ำที่ผ่านมาเกือบ 6 ปี แล้ว ไม่ทราบว่ามีการรายงานถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการแล้วหรือยังว่า ทุกอย่างเป็นไปดังที่ว่าไว้หรือไม่อย่างไร

หรือว่า คสช.เองก็คงลืมไปแล้วว่า เคยจัดงบ 1,300 ล้านบาท ให้ สพฐ. เมื่อประมาณกลางปี 2557 ไปทำอะไรบ้างในเรื่องนี้ และเรื่องนี้จะเป็นคุณแก่บ้านเมืองยามนี้ไม่น้อย หาก นายกมล รอดคล้าย อดีตเลขาธิการ กพฐ. ผู้รู้และดำเนินการในเรื่องนี้ วันนี้ยังนั่งเป็นที่เป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยฯ นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ จะจูงมือ นายวราวิช กำภู ณ อยุธยา ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ที่นั่งในตึกราชวัลลภ ศธ. ใกล้ ๆกัน ข้ามถนนไปพบเพื่อรายงาน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อม ๆ กันก็ดี

  • “…ดังนั้น ข้อสังเกตเล่น ๆ ที่ว่า การยอมสละแท็บเล็ตหรือ Laptop ของศธ.ครั้งนี้
  • เป็นการจบแบบยอมเจ็บ หรือเป็นการเจ็บเพื่อแลกกับสิ่งที่จะได้มากกว่า
  • อาจมีวาระแฝงซ่อนเร้นอยู่ภายใต้กระบวนการเรียนการสอน
  • เพื่อจะได้มาจากผลประโยชน์ชิ้นใหญ่ที่จะตามมาจากการสร้าง Platform และ Contents
  • อันเกิดจากกลุ่มเดิม ๆที่ค่อนข้างจะพัฒนาไปไกลเกินคนสุจริตจะคิดได้..”

หรือการอวสานของแท็บแล็ตของศธ.หรือจะเป็นแค่เกมล่อเป้า จนผู้คนในสังคมลืมบางสิ่งบางอย่างที่คนกลุ่มหนึ่ง คือ กลุ่มเดิม ได้เตรียมวางลอบดักรอจังหวะที่จะปล่อยของออกมาชนิดที่จะได้มากกว่าโดยไร้การต่อต้าน

ไว้มาคุยและตั้งข้อสังเกตกันถึงเป้าที่คาดไม่ถึงในคราวหน้าก็แล้วกัน

 

 

ที่มา http://www.siamedunews.com/articles/42359712/จับตาอวสานแท็บแล็ต-ศธ.-หรือเป็นเพียงเกมล่อเป้า…เพื่อหมุดหมายที่เหนือกว่า?.html

เปิดอ่าน 266 ครั้ง