วันอังคาร 15 ตุลาคม 2562
ติดตามเว็บไซต์
หน้าแรก > ข่าววันนี้ > ครูเฮ! ศาลชี้ รมว.ศธ.-บิ๊ก ขรก.ผิดระเบียบหักเงินเดือนบำเหน็จบำนาญชำระหนี้เงินกู้เกินกฎหมายกำหนด

ครูเฮ! ศาลชี้ รมว.ศธ.-บิ๊ก ขรก.ผิดระเบียบหักเงินเดือนบำเหน็จบำนาญชำระหนี้เงินกู้เกินกฎหมายกำหนด

หมวดหมู่ : ข่าววันนี้ 27 กันยายน 2562 เปิดอ่าน 607 ครั้ง

ครูเฮ ศาลปกครองกลางพิพากษา รมว.ศธ.และคณะผู้บริหาร ศธ.ทั้งประเทศ ทำผิดระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ หักเงินเดือนเงินบำเหน็จบำนาญข้าราชการเพื่อชำระหนี้เงินกู้เกินกว่ากฎหมายกำหนด สั่งให้ดำเนินการให้ถูกต้องใน 180 วัน นับแต่วันที่คดีถึงที่สุด

เมื่อวันที่ 26 กันยายน ที่ศาลปกครอง ถนนเเจ้งวัฒนะ ศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ปลัด ศธ.) และเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ปฏิบัติหน้าที่ในการควบคุมดูแลหรือสั่งการให้หน่วยงานในสังกัด ดำเนินการหักเงินเดือนหรือเงินบำเหน็จบำนาญให้เป็นไปตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการหักเงินเดือนเงินบำเหน็จบำนาญข้าราชการเพื่อชำระหนี้เงินกู้ให้แก่สวัสดิการภายในส่วนราชการและสหกรณ์ พ.ศ.2551 กับให้ศึกษาธิการจังหวัด ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา รวมทั้งหัวหน้าสถานศึกษาในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ดำเนินการหักเงินเดือนหรือเงินบำเหน็จบำนาญให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของระเบียบดังกล่าว โดยให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 180 วัน นับแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุด

คดีนี้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่มีหนี้สินวิกฤต จากทั่วประเทศจำนวน 162 คน ยื่นฟ้อง รมว.ศธ. ปลัด ศธ. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) พร้อม ผอ.เขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ ต่อศาลปกครองกลาง เมื่อวันที่ 30 ต.ค.2561 รวม 45 สำนวนคดี ว่า รมว.ศธ.กับพวกตามคำฟ้อง ร่วมกันหักเงินเดือนเงินบำเหน็จบำนาญข้าราชการเพื่อการชำระหนี้สินเงินกู้ให้แก่สวัสดิการภายในส่วนราชการและสหกรณ์ ในอัตราเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด โดยไม่เป็นไปตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการหักเงินเดือนเงินบำเหน็จบำนาญข้าราชการเพื่อการชำระหนี้สินเงินกู้ให้แก่สวัสดิการภายในส่วนราชการและสหกรณ์ พ.ศ.2551 ที่กำหนดว่า เมื่อส่วนราชการและสหกรณ์ผู้ให้กู้ดำเนินการหักเงินเดือนเงินบำเหน็จบำนาญของข้าราชการผู้กู้เพื่อชำระหนี้สินเงินกู้ ผู้กู้จะต้องมีเงินเหลือจากการหักชำระหนี้ ณ ที่จ่าย ไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 ของอัตราเงินเดือนเงินบำเหน็จบำนาญที่ได้รับ ทำให้ข้าราชการครูทั่วประเทศได้รับความเดือดร้อนมีภาวะหนี้สินวิกฤต กระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่และการดำรงชีพของข้าราชการครู ตลอดจนระบบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ

โดยศาลให้เหตุผลว่า ภายหลังจากที่ได้มีการออกระเบียบดังกล่าว สำนักงานคณะกรรมการ สกสค. ซึ่งเป็นหน่วยงานที่เสนอให้ออกระเบียบ เมื่อวันที่ 31 ม.ค.2551 แจ้งเวียนระเบียบให้หัวหน้าหน่วยงานในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการทราบ แต่กลับปรากฏว่าศึกษาธิการจังหวัด ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา รวมทั้งหัวหน้าสถานศึกษาในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการยังคงหักเงินเดือนและเงินบำนาญของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาแต่ละรายไม่เป็นไปตามระเบียบฯ โดยไม่ได้คำนึงถึงหลักเกณฑ์ตามระเบียบฯ แต่อย่างใด ทำให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาแต่ละรายมีเงินเหลือสุทธิหลังจากหักชำระหนี้แล้วน้อยกว่าอัตราร้อยละ 30 พฤติการณ์ดังกล่าวย่อมแสดงให้เห็นถึงการที่ผู้บังคับบัญชาของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาแต่ละรายละเลยต่อการปฏิบัติตามระเบียบฯ และการละเลยกระทำการเช่นนี้ ย่อมเป็นการส่งเสริมให้ข้าราชการในสังกัดเป็นหนี้สินเพิ่มมากขึ้นโดยไม่มีวันจบสิ้น นอกจากนี้ รมว.ศธ. ปลัด ศธ. และเลขาธิการ สพฐ. ต่างให้การรับต่อศาลว่า มิได้มีการตรวจสอบหรือดำเนินการเพื่อให้มีการปฏิบัติตามระเบียบแต่อย่างใด จึงรับฟังได้ว่า รมว.ศธ. ปลัด ศธ. เลขาธิการ สพฐ. และหัวหน้าหน่วยราชการในสังกัดต่างละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติ จึงพิพากษาให้ทั้งหมดปฏิบัติตามระเบียบ

ด้านนายสุวัช ศรีสด ตัวแทนครู กล่าวหลังรับฟังคำพิพากษาว่า ยังมีความยุติธรรมอยู่ เพราะที่ผ่านมาการบังคับใช้กฎหมายไม่มีประสิทธิภาพ ครูถูกกระทำอย่างมีวาระซ่อนเร้น ภายใต้กฎระเบียบ และมีเหลือบไร ซึ่งคำพิพากษาพิสูจน์ว่าครูกำลังทำให้สังคมปกติสุข ที่ผ่านมาหลังโดนหักเงิน ครูบางคนเหลือเงินในบัญชีเพียง 21 – 100 กว่าบาท จึงอยากถามว่าคุณค่าความเป็นคนอยู่ตรงไหน โดยขอให้เหลือเงินร้อยละ 30 เพื่อที่จะให้ครูเหลือเงินซื้อข้าวกิน ทั้งนี้ครูเปรียบเสมือนกระดูกสันหลังหากครูอยู่ไม่ได้ สังคมจะอยู่ได้อย่างไร วันนี้ขอบคุณศาลที่ให้ความเป็นธรรม ทำให้สังคมครูอยู่เย็นเป็นสุข ขอแค่มีเงินเหลือกินข้าว แค่นี้ก็พอใจแล้ว ส่วนต่อไป กลุ่มครูก็จะทำการประนอมหนี้ เพื่อปรับโครงสร้างหนี้ตามที่วางไว้

นายสุวัชพร้อมขอฝากไปยังเจ้าหนี้ว่า เจ้าหนี้ที่รักขอให้ใจเย็นๆ หนี้ทุกบาททุกสตางค์จะใช้ ไม่หนีไปไหน อย่างเพิ่งฟ้องนะ

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังบรรดาตัวแทนครูได้รับฟังคำพิพากษาแล้วต่างก็สวมกอดกัน พร้อมร้องไห้ และส่งเสียงเฮแสดงความยินดีที่ศาลตัดสินให้ชนะคดี

 

 

ที่มา https://www.matichon.co.th/local/crime/news_1687134