วันอังคาร 24 กันยายน 2562
ติดตามเว็บไซต์
หน้าแรก > ข่าววันนี้ > ‘ครูตั้น’เล็งปรับเกณฑ์วิทยฐานะ วัดความสามารถครูทำผลงานจริง

‘ครูตั้น’เล็งปรับเกณฑ์วิทยฐานะ วัดความสามารถครูทำผลงานจริง

หมวดหมู่ : ข่าววันนี้ 9 กันยายน 2562 เปิดอ่าน 513 ครั้ง

เมื่อวัน 8 กันยายน นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่เพื่อมอบนโยบายและติดตามผลการดำเนินงานด้านการศึกษาของสถานศึกษาในจังหวัดนครพนม ว่า การลงพื้นที่ในครั้งนี้ ได้มาพบปะและหารือกับผู้บริหารสถานศึกษา เพื่อรับฟังข้อมูลและนำมาวางแผนการพัฒนาสถานศึกษาร่วมกัน และถือเป็นโอกาสดีที่จะทำให้ครูได้รับทราบนโยบายของศธ.ขณะเดียวกันก็ยินดีรับฟังข้อคิดเห็นจากทุกฝ่าย เป็นการแลกเปลี่ยนความคิดซึ่งกันและกัน เพื่อนำไปสู่การเตรียมกำลังคน ให้มีความพร้อมในการแข่งขันในระดับโลก ด้วยการพัฒนา ปรับปรุง และต่อยอดการศึกษาของไทย เพื่อพัฒนาประเทศเป็นเป้าหมายเดียวกัน

นายณัฏฐพล กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ครูคือคนที่ต้องได้รับการสนับสนุนการทำงานทุกมิติ เพราะครูเปรียบเสมือนสะพานเชื่อมความสำเร็จของประเทศ จึงเน้นการทำให้ครูมีเวลาอยู่ในห้องเรียนกับเด็กมากที่สุด โดยจะหารือผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายเกี่ยวกับเกณฑ์การวัดและประเมินผลเพื่อเลื่อนวิทยฐานะ ที่เหมาะสม พร้อมทำความเข้าใจในวงกว้าง เพื่อให้ยอมรับสิ่งใหม่ที่จะเข้ามาทดแทนการขอวิทยฐานะแบบเดิม แน่นอนว่าจะต้องเป็นแนวทางที่มีความชัดเจน จับต้องได้ และสามารถบ่งชี้ได้ว่า ครูที่ได้รับการเลื่อนวิทยฐานะ เป็นผู้มีความสามารถและดำเนินการสิ่งนั้นด้วยตนเอง ส่วนปัญหาหนี้สินครูที่มีมากกว่าแสนล้านบาท เราต้องมาช่วยกันแก้ปัญหาในรายละเอียดต่าง ๆ พร้อมร่วมกันสร้างและเปลี่ยนแปลงการศึกษาไทยไปด้วยกัน อย่างไรก็ตามศธ. ให้ความสำคัญกับการศึกษาในทุกระดับ โดยเฉพาะผู้สูงวัยทั้งยังมีแนวทางและติดตามการใช้จ่ายงบประมาณอย่างใกล้ชิด มีการกำหนดตัวชี้วัดผลความสำเร็จที่ชัดเจน เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพมากที่สุด

“ในส่วนของนโยบายการควบรวมโรงเรียนขนาดเล็กนั้นจะต้องมีการศึกษาข้อมูลอย่างรอบด้าน ทั้งข้อมูลตัวเลข บริบทของพื้นที่ การประเมินการจัดการศึกษาหากโรงเรียนจัดการเรียนการสอนที่มีคุณภาพดีอยู่แล้ว จะส่งเสริมให้มีคุณภาพมากขึ้น ผมขอสร้างความเข้าใจกับผู้ที่เกี่ยวข้องว่าศธ.ยึดมั่นผลประโยชน์ของเด็กและเยาวชนเป็นหลักต้องการทำให้โรงเรียนที่มีอยู่เป็นโรงเรียนที่มีคุณภาพ และขอให้มั่นใจว่า ศธ.ไม่ทำอะไรที่มีผลกระทบในวงกว้าง เช่นเดียวกับ กรณีกระแสข่าวการทุจริตโครงการอาหารกลางวันของนักเรียน เป็นปัญหาที่ทำให้เราทุกคนรู้สึกเจ็บปวด ไม่ควรปล่อยให้เด็กมีภาวะทุพโภชนาการ จึงได้กำชับทุกฝ่ายให้ดูแลอย่างจริงจัง เชื่อว่าจะทำให้ปัญหาคลี่คลายได้”นายณัฏฐพลกล่าว

 

 

ที่มา https://www.matichon.co.th/education/news_1661337