วันอังคาร 20 สิงหาคม 2562
ติดตามเว็บไซต์
หน้าแรก > ข่าววันนี้ > ชี้ภาษาไทย 4.0 หนีไม่พ้นการเปลี่ยนแปลง

ชี้ภาษาไทย 4.0 หนีไม่พ้นการเปลี่ยนแปลง

หมวดหมู่ : ข่าววันนี้ 28 กรกฎาคม 2562 เปิดอ่าน 194 ครั้ง

สำนักงานราชบัณฑิตยสภาจัดเสวนา “ภาษาไทยในกระแส4.0” ชี้ภาษาไทยตกอยู่ท่ามกลางการหลั่งไหลเข้ามาของข้อมูลข่าวสารภาษาต่างประเทศ เชื่อภาษาไทยยังอยู่รอดถ้าปรับตัวรับการเปลี่ยนแปลงได้

วันนี้(25ก.ค.) ที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพฯ ศ.นพ.สุรพล อิสรไกรศีล นายกราชบัณฑิตยสภา ได้เป็นประธานเปิดงานเสวนาทางวิชาการเนื่องในวันภาษาไทยแห่งชาติ ประจำปี 2562 ในหัวข้อ “ภาษาไทยในกระแส 4.0″ จัดโดยสำนักงานราชบัณฑิตยสภา พร้อมกล่าวว่า ภาษาไทยมีความสำคัญต่อการดำรงชีวิต และทำให้ทุกคนรู้สึกถึงความเป็นชาติร่วมกัน เกิดความรักความสามัคคี เราจึงจำเป็นต้องช่วยกันอนุรักษ์ โดยรักษาวิธีการใช้ภาษาไว้ให้ถูกต้อง

ดร.นิตยา กาญจนะวรรณ ราชบัณฑิตประเภทวิชาวรรณศิลป์ สาขาวิชาภาษาไทย กล่าวว่า ทุกคนเกิดมาต้องมีภาษาแม่ในแต่ละท้องถิ่นของตน แล้วก็ต้องเรียนรู้ภาษาไทยกลาง เพื่อให้สามารถสื่อสารกับคนกลุ่มใหญ่ของประเทศได้ แต่หากเราจะสื่อสารกับคนทั้งโลกก็ต้องมีตัวกลางเช่นกัน  ซึ่งปัจจุบันต้องยอมรับว่าภาษาอังกฤษเป็นภาษากลางที่ทำให้ประสานความเข้าใจกันได้ทั้งโลก และเชื่อว่าอีก 20 ปีข้างหน้าก็จะยังเป็นภาษากลางได้อยู่ ข้อมูลข่าวสารและความรู้ที่เข้ามาทางโลกออนไลน์ส่วนใหญ่ก็เข้ามาเป็นภาษาอังกฤษ เราจึงปฏิเสธการเรียนรู้ภาษาอังกฤษไม่ได้ แต่เราเกิดเป็นคนไทย ถึงอย่างไรก็ต้องใช้ภาษาไทยควบคู่ไปด้วยจะละทิ้งไม่ได้ เหมือนคนที่ใช้ภาษาไทยกลางแต่ก็ต้องไม่ละทิ้งภาษาแม่ในท้องถิ่นของตน

” ต่อไปเราสามารถเรียนรู้อะไรได้มากมายจากสื่อออนไลน์ ดังนั้นข้อมูลมหาศาลจะทำให้การเรียนการสอนต้องเปลี่ยนไป ต้องสอนให้รู้ว่าไม่ใช่เห็นปุ๊บเชื่อปั๊บ แต่ต้องใช้หลักกาลามสูตร สอนวิธีอ่าน สอนวิธีพิจารณาเลือกรับข้อมูลข่าวสาร และต่อไปคงไม่จำเป็นต้องหัดสะกดคำ เพราะคำศัพท์มีเกิดใหม่อยู่ตลอดเวลา คงไม่มีใครสามารถจดจำคำที่ถูกต้องได้ทั้งหมด แต่สามารถใช้พจนานุกรมเป็นเครื่องมือช่วยในการสะกดคำที่ถูกต้องได้” ดร.นิตยา กล่าว

ผศ.ดังกมล ณ ป้อมเพชร รองคณบดีคณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวว่า คำว่า 4.0 มาจากเรื่องของอุตสาหกรรมที่มุ่งตอบสนองคนกลุ่มใหญ่ที่หลากหลายอย่างรวดเร็วทันใจ ยุคนี้จึงมีคำภาษาต่างประเทศหลั่งไหลเข้ามาให้ใช้ตลอดเวลา เราจึงต้องเปิดกว้างรับความแตกต่าง และรู้จักว่าจะใช้ภาษาในบริบทที่แตกต่างกันได้อย่างไร ซึ่งตนมองว่าภาษาสามารถเปลี่ยนแปลงได้ คำว่าภาษาวิบัติจึงแค่เป็นวิวัฒนาการทางภาษาอย่างหนึ่ง แต่ปัญหาคือ ในขณะที่โลกไปไกล 4.0 แล้ว แต่ดูเหมือนเรายังเป็น 3.0 จะคุยกันเองในประเทศอย่างไรให้รู้เรื่อง แล้วจะรับมือกับโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วได้อย่างไร

ด้านนายสุผจญ กลิ่นสุวรรณ สื่อมวลชน กล่าวว่า ถ้าไม่มีภาษา มนุษย์อาจสูญพันธุ์ไปแล้ว เพราะภาษาเป็นเครื่องมือในการสื่อสารที่ทำให้มนุษย์เกิดความเข้าใจกันและรวมตัวกันได้ หากภาษาทำให้มนุษย์เป็นหนึ่งเดียวสามัคคีกันได้ก็ไม่เห็นจะเป็นปัญหาอะไร แต่ก็อดตั้งข้อสงสัยไม่ได้ว่า เราทำภาษาไทยให้ยากขึ้นหรือไม่ ซึ่งตนก็มองว่าภาษาสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามเงื่อนไข ณ เวลานั้นๆ แม้แต่พจนานุกรม ฉบับออกซฟอร์ด ที่รวบรวมไว้กว่า 1.7 แสนคำก็ยังประกาศเลิกพิมพ์เพราะอัปเดตคำศัพท์ไม่ทันที่มีแนวโน้มเกิดใหม่มากขึ้นเรื่อยๆ และหากจะพิมพ์เป็นหนังสือก็จะมีขนาดใหญ่เกินกว่ามนุษย์จะพกพาได้ แสดงให้เห็นว่าต่างชาติก็ยอมรับในการเปลี่ยนแปลง

” ในโลกออนไลน์จะมีข้อมูลที่ไม่ถูกต้องและไม่สมบูรณ์เยอะมาก แต่เทคโนโลยีจะทำให้เราสามารถปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติมได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ดี ดังนั้นข้อดีของการเป็น 4.0 จะทำให้เรายอมรับการเปลี่ยนแปลงได้มากขึ้น และจะเอื้อให้ภาษาไทยอยู่ต่อไปได้ยาวขึ้นด้วย รวมถึงในบ้านเราถ้าสื่อสารด้วยภาษาอื่น เช่น ภาษาอังกฤษแล้วทำให้เข้าใจได้มากกว่าก็ไม่เห็นว่าจะต้องค้านทำไม หากภาษาที่เราสื่อออกไปทำให้เข้าใจได้ก็ถือว่าประสบความสำเร็จแล้ว” นายสุผจญ กล่าว

 

 

ที่มา : https://www.dailynews.co.th/education/722326

เปิดอ่าน 194 ครั้ง