วันอังคาร 15 ตุลาคม 2562
ติดตามเว็บไซต์
หน้าแรก > ข่าววันนี้ > ‘ณัฏฐพล’ สุดฟิตเร่งทุกแท่งพัฒนาการศึกษา ลั่นต้องเห็นผลใน ‘1 ด.’ พร้อมพัฒนาครู แก้ปัญหาทุจริต

‘ณัฏฐพล’ สุดฟิตเร่งทุกแท่งพัฒนาการศึกษา ลั่นต้องเห็นผลใน ‘1 ด.’ พร้อมพัฒนาครู แก้ปัญหาทุจริต

หมวดหมู่ : ข่าววันนี้ 18 กรกฎาคม 2562 เปิดอ่าน 567 ครั้ง

‘ณัฏฐพล’ สุดฟิตเร่งทุกแท่งพัฒนาการศึกษา ลั่นต้องเห็นผลใน ‘1 ด.’ พร้อมพัฒนาครู แก้ปัญหาทุจริต

เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยภายหลังมอบนโยบายแก่ผู้บริหารองค์กรหลักและองค์กรในกำกับ ศธ.ว่า นโยบายการศึกษาการศึกษามีหลายประเด็น ที่ถือเป็นวาระเร่งด่วน ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของประเทศ โดยเฉพาะเยาวชนให้มีความรู้ความสามารถ มีทักษะที่จะสามารถแข่งขันในศตวรรษที่ 21 ได้ ในขณะที่โลกเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ดังนั้น เราต้องพัฒนาบุคลากรให้มีความพร้อมในการปรับตัว ให้มีความรู้พื้นฐาน และปรับทักษะของตนเองเพื่อรองรับการแข่งขัน ซึ่งตนจะพัฒนาคุณภาพการศึกษาให้เทียบเท่าสากล และอยากให้ผู้บริหารศธ. นำนโยบายเหล่านี้ของตน ไปต่อยอดบูรณาการกับเรื่องที่ทำอยู่ในปัจจุบันให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

“ทั้งนี้ตนขอศึกษาข้อมูลของศธ. ที่มีอยู่เบื้องต้นก่อน และมาดูว่าจะสามารถ แก้ไขจุดอ่อน แก้ไขปัญหา พัฒนาการศึกษาและต่อยอดการทำงานด้านการศึกษาได้อย่างไรบ้าง แม้ขณะนี้การศึกษาไทยไม่ได้อยู่ในสถานะที่เป็นเลิศมากนัก แต่ถ้าผู้บริหารทุกคนเปิดกว้างในการช่วยกันแก้ปัญหาการศึกษา จะทำให้เราเดินไปข้างหน้าง่ายขึ้น เพราะทำให้ผู้บริหาร ศธ.พร้อมที่จะรับฟังความคิดเห็น รับฟังแนวคิดต่างๆ เพื่อให้การศึกษาไทยก้าวไปข้างหน้าอย่างก้าวกระโดด ทั้งนี้ตนจะฟังเสียงสะท้อนจากพื้นที่และข้าราชการครูเป็นหลัก พร้อมกับดึงทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเข้ามาร่วมกันขับเคลื่อนงานการศึกษา”นายณัฏฐพล กล่าว

นายณัฏฐพล ปัจจุบันโลกเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว จะต้องพัฒนาการศึกษาขั้นพื้นฐานให้ทุกคนความรู้เบื้องต้น และเท่าเทียมกัน แต่ยังมีเด็กหลายกลุ่มที่มีศักยภาพ และพร้อมรับการพัฒนาอย่างก้าวกระโดด เราต้องหาเด็กกลุ่มนี้ให้เจอ และพัฒนาสนับสนุนความสามารถ สร้างเด็กเหล่านี้ให้เป็นช้างเผือก ซึ่งตนเชื่อว่าเด็กเหล่านี้มีจำนวนมาก ถ้าวางแผนพัฒนาเด็กเหล่านี้อย่างเหมาะสม เด็กกลุ่มนี้จะกลายเป็นผู้นำของประเทศในอนาคต รวมถึงการพัฒนาการศึกษาเด็กปฐมวัยเป็นเรื่องที่ตนและ รัฐมนตรีช่วยทั้ง 2 ท่าน ให้ความสนใจและให้ความสำคัญมาก เนื่องจากการศึกษาปฐมวัยเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาการศึกษา เพราะเด็กเหล่านี้จะแบกภาระในการพัฒนาประเทศ ดังนั้นต้องสร้างความพร้อมให้เด็กเหล่านี้มีคุณภาพ เติบโตไปพัฒนาให้ประเทศเดินให้เดินไปข้างหน้าได้

รัฐมนตรีว่าการ ศธ.กล่าวอีกว่า รวมถึงครูที่เป็นส่วนสำคัญในการการพัฒนาเยาวชนทุกคน ซึ่งตนถือว่าเป็นเรื่องเร่งด่วนที่อยากจะพัฒนาเป็นอย่างแรก เพราะครูเป็นหลักในการพัฒนานักเรียนให้ความรู้ความสามารถ ตนอยากพัฒนาครูให้เข้าสู่ศตวรรษที่ 21 โดยขอไปดูข้อมูลว่าอะไรที่ทำให้การพัฒนาครูติดขัด หรือทำให้ช้าลง เราต้องสร้างเส้นทางพัฒนาครูกว้างและสะดวกต่อการพัฒนามากขึ้น มองว่าปัจจุบันความสามารถในการสอนของครูต้องได้รับการต่อยอด ต้องให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิต คุณภาพการทำงานของครู ต้องสร้างขวัญกำลังใจ ส่งเสริมให้ครูมีความพร้อมในการเป็นแม่พิมพ์ พ่อพิมพ์ของชาติ อย่างไรก็ตาม นโยบายพัฒนาครูต่างๆ ต้องได้รับการตอบสนองจากครูด้วยถึงจะเดินหน้าต่อไปได้ และทุกอย่างจะต้องมีตัวชี้วัด มีกรอบระยะเวลาในการดำเนินงาน และสามารถจับต้องได้ และต้องสร้างครูให้มีมาตรฐานเท่ากัน และภายใน 1 ปีนี้ จะต้องคืนครูสู่ห้องเรียนให้ได้เพิ่มมากขึ้น

“นอกจากนี้ จะต้องมีการปรับหลักสูตรให้มีความทันสมัยต่อโลกยุคดิจิทัล นำเทคโนโลยีในยุคดิจิทัลเข้ามาผสมผสานพัฒนาหลักสูตรให้เหมาะสมกับการศึกษาที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งเรื่องทั้งหมดตนมอบนโยบายไปให้ผู้บริหาร และองค์กรหลัก ศธ.ไปพัฒนาการศึกษาให้เหมาะสม ทันต่อการเปลี่ยนแปลง ซึ่งตนตั้งเป้าว่าภายใน 1 เดือน จะต้องเกิดขึ้นให้ได้ และต้องมีกรอบการดำเนินงานที่ชัดเจน ส่วนจะมีแนวทางทบทวนนโยบายเก่าหรือไม่ เช่น โครงการพัฒนาครูรูปแบบครบวงจร หรือ คูปองพัฒนาครู ที่มีเสียงสะท้อนจากพื้นที่ว่าเป็นการสร้างภาระให้ครู เป็นต้น ตนมองว่าเรื่องนี้ต้องเข้าไปดูรายละเอียดของคูปองพัฒนาครู ว่ามีข้อดีข้อเสียอย่างไร ถ้าหากมีอะไรที่ไม่เกี่ยวข้องในการพัฒนาความรู้ความสามารถครู จะต้องมาดูรายละเอียดถึงที่มาที่ไปว่ามีขึ้นมาได้อย่างไร ควรมี หรือไม่มี” นายณัฏฐพล กล่าว

นายณัฏฐพล กล่าวต่อว่า เรื่องนี้ไม่ต้องห่วงตนกล้าตัดสินใจแน่นอน เมื่อดูรายละเอียดแล้ว ตนสามารถวิเคราะห์ถึงความเหมาะสมว่าคูปองพัฒนาครูควรมีหรือไม่ ส่วนเรื่องการทบทวนนโยบายเก่า หรือแก้ไขกฎระเบียบต่างๆ ก็เป็นเรื่องสำคัญ อะไรที่ทำให้การพัฒนาการศึกษาไทยติดขัด หรือล่าช้า ซึ่งจะขอดูรายละเอียดเหล่านี้ก่อน เพราะการแก้ไขกฎระเบียบต่างๆ ต้องมีการประเมิน ศึกษา และวางแผนอย่างรอบคอบ ส่วนปัญหาทุจริตในกระทรวง มีฝ่ายกฎหมายของตนที่จะดูแลเรื่องนี้โดยเฉพาะ เพื่อให้การแก้ไขปัญหาลุล่วงไปด้วยดี รวมถึงการวิเคราะห์ภาพรวมการใช้งบประมาณของ ศธ. ว่ามีปัญหาที่ผูกพันกับการทุจริตอย่างไร เพื่อแยกแยะและให้ศธ. ใช้งบประมาณได้อย่างเหมาะสม โดยคาดว่าก่อนสิ้นปี 2562 จะดำเนินการตรวจสอบแล้วเสร็จ

“ส่วนคำถามว่ามีความกังวลในการบริหารงานหรือไม่ เพราะขณะนี้มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงความเหมาะสมกับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการ ศธ. ที่ไม่มีประวัติการทำงานด้านการศึกษานั้น ขึ้นอยู่กับมุมมองของแต่ละคน ที่มองว่าประสบการณ์การทำงานด้านการศึกษานั้นวัดกันจุดใด ผมมีความสามารถในการบริหารแน่นอน มีความสามารถในการรับฟังปัญหาและแก้ไขปัญหา และสามารถแยกแยะถึงความเหมาะสมได้ ส่วนเรื่องความรู้ความสามารถด้านการศึกษา ผมยินดีน้อมรับคำวิจารณ์ อย่างไรก็ตามตนมีที่ปรึกษาด้านการศึกษาจำนวนมากที่พร้อมให้ทำการเสนอแนะทั้งจากไทยและต่างประเทศ จากผู้ทรงคุณวุฒิในทุกภาคส่วน เพื่อวางแผน หาแนวทางในการบริหารและพัฒนาการศึกษาให้ก้าวไปข้างหน้า ถ้ามีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่าตนไม่ดีไม่มีความสามารถ ตนก็พร้อมน้อมรับ และตนมั่นใจว่าทีมงานที่มีทั้งหมดจะสามารถทำงานผสมผสานกันและผลักดันให้การศึกษาไทยได้รับการพัฒนาอย่างมีประสิทธิภาพ ก้าวเข้าสู่ศตวรรษที่ 21” นายณัฏฐพล กล่าว

 

 

ที่มา https://www.matichon.co.th/education/news_1587026