วันพฤหัสบดี 21 พฤศจิกายน 2562
ติดตามเว็บไซต์
หน้าแรก > ข่าววันนี้ > เลขาฯ สพฐ.ดอดเคลียร์ ‘ผอ.สพท.-ครู’ เลิกแต่งดำต้านรื้อโครงสร้าง ศธ. อธิการบดี มรภ.โคราช แนะยุบทั้ง ‘ศธจ.-สพท.’

เลขาฯ สพฐ.ดอดเคลียร์ ‘ผอ.สพท.-ครู’ เลิกแต่งดำต้านรื้อโครงสร้าง ศธ. อธิการบดี มรภ.โคราช แนะยุบทั้ง ‘ศธจ.-สพท.’

หมวดหมู่ : ข่าววันนี้ 28 ตุลาคม 2562 เปิดอ่าน 703 ครั้ง

จากกรณีสมาคมผู้บริหารเขตพื้นที่การศึกษาแห่งประเทศไทย สมาคมนักบริหารการศึกษาขั้นพื้นฐานแห่งประเทศไทย และชมรมผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาแห่งประเทศไทย ขอความร่วมมือข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) และสถานศึกษาทุกแห่งทั่วประเทศ แต่งชุดดำในวันที่ 28 ตุลาคมนี้ เพื่อแสดงความไม่เห็นด้วยต่อแนวคิดในการปรับปรุงโครงสร้างกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) หลังจากนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการ ศธ.ให้คณะอนุกรรมการในคณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาค ไปศึกษา และวิเคราะห์ข้อมูลว่าสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) และ สพท.ยังคงอยู่หรือไม่ เพราะอาจมีความซ้ำซ้อนในการบริหารงานนั้น

เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม นายอำนาจ วิชยานุวัติ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้ทำความเข้าใจกับผู้อำนวยการ สพท., ครู และบุคลากรทางการศึกษาแล้ว ในวันที่ 28 ตุลาคมนี้ จะไม่มีการแต่งชุดดำมาทำงานแล้ว สำหรับการปรับโครงสร้างนั้น ต้องหารือกันอย่างรอบคอบในหลายประเด็น ผ่านการรับฟังความคิดเห็นที่หลากหลายในทุกภาคส่วน เพื่อหาความเป็นไปได้ในการแก้ไขปัญหาการศึกษาไทย โดยจะต้องมองภาพกว้าง ต้องหารือร่วมกัน และจะต้องเรียกตัวแทนกลุ่มเข้ามาหารือประเด็นนี้ร่วมกัน ให้สะท้อนถึงความต้องการ และความต้องการของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง ซึ่งรัฐมนตรีว่าการ ศธ.มอบนโยบายไว้ชัดเจนว่าจะต้องทำเรื่องนี้ให้สอดคล้องกับการทำงานในการปฏิรูปการศึกษาของสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) ด้วย ซึ่งตนจะประชุมผู้อำนวยการ สพท.วันที่ 7 พฤศจิกายน ที่ จ.ตราด เพื่อมอบนโยบาย และหารือในประเด็นการศึกษาต่างๆ ด้วย

ด้านนายอดิศร เนาว์นนท์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.) นครราชสีมา กล่าวว่า คิดว่าการทำงานของศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) และ สพท.โดยหลักแล้วไม่มีความซ้ำซ้อนมากนัก แต่ในความเป็นจริงแล้วปัญหาหลักคือการไม่ยอมรับกัน และลักษณะของงาน วิธีการทำงานมีความซ้ำซ้อนกันอยู่ เนื่องจากสายบังคับบัญชา ปลัด ศธ.เป็นผู้ดูแลสั่งการลงมาที่ศึกษาธิการภาค (ศธภ.) และต่อมาที่ ศธจ.ซึ่งโดยหลักแล้วการมีคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ฉบับที่ 19/2560 เรื่องการปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาคของ ศธ.เพราะต้องการให้ ศธจ.เป็นตัวแทนของ ศธ.เข้ามาทำงานยุทธศาสตร์การศึกษาของจังหวัด และทำหน้าที่เป็นเลขานุการองค์กรที่มีปัญหาเดิม คือคณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) เขตพื้นที่การศึกษา ซึ่งปัจจุบันคือคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) ส่วนอีกสายบังคับบัญชาหนึ่งคือ จากเลขาธิการ กพฐ.ส่งการดูแล สพท.และลงมาถึงโรงเรียน

นายอดิศรกล่าวต่อว่า แต่การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น คือเมื่ออำนาจการสั่งบรรจุแต่งตั้งบุคคลกลับมาอยู่ที่ ศธจ.จากเดิมที่ สพท.ทำหน้าที่นี้โดยตรง ทำให้เกิดปัญหาขึ้น และความซ้ำซ้อนที่เห็นเป็นรูปธรรมมากที่สุดคือการย้ายศึกษานิเทศก์มาอยู่ที่ ศธจ.โดยศึกษานิเทศก์มีหน้าที่ตรวจเยี่ยมให้คำแนะนำ และนิเทศก์งานโรงเรียน เดิมอยู่ภายใต้การสั่งการของผู้อำนวยการ สพท.โดยตรง เมื่อย้ายศึกษานิเทศก์ไปอยู่ภายใต้ ศธจ.การทำงานจึงเกิดความซ้ำซ้อนกันทันที ถ้า ศธจ.จะให้ศึกษานิเทศก์เข้ามาตรวจงาน โรงเรียนจะเกิดความสับสน เพราะผู้อำนวยการ และครูสับสนว่าใครเป็นหัวหน้าตนเอง เพราะหัวหน้ามีหลายส่วนเกินไป ซึ่งจุดนี้ต่างหากเรียกว่าความซ้ำซ้อน

“ในเชิงกฎหมายไม่มีความซ้ำซ้อน แต่การทำงาน การปฏิบัติ กลับมีความซ้ำซ้อน สายป่านการบริหารงานบุคคลยาวขึ้น จากเดิมที่จบที่ สพท.เท่านั้น และโดยหลักการบริหารองค์กรทุกหน่วยงาน คนที่เป็นหัวหน้า บรรจุลูกน้อง ไม่มีอำนาจให้ความดีความชอบ และปลดลูกน้องออก จะสามารถบริหารงานได้หรือ และให้หน่วยงานอื่นมาทำงานบริหารบุคคลแทน จะทำได้หรือไม่ ดังนั้น เรื่องความขัดแย้งที่เกิดขึ้นนั้น เกิดจากการบริหารงานบุคคลเป็นหลัก ตอนนี้การบริหารงานต่างๆ ที่ทำกันอยู่ เรียกได้ว่าเป็นสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ ทำอะไรไม่ได้ ไม่มีความชัดเจน ผมอยากเสนอว่าหากต้องการจัดการปัญหา ศธ.รีบลงมาจัดการตรงนี้ให้มีเพียงหน่วยงานเดียวในการบริหารงาน ซึ่งอาจจะไม่มี ศธจ.หรือ สพท.เลยก็ได้ แต่ ศธ.ต้องสร้างหน่วยงานขึ้นมาใหม่เพียงหน่วยเดียว และกำกับโดยภาคประชาชน และภาคประชาสังคมให้มากที่สุด มาทำหน้าที่แทน ศธจ.และ สพท.” นายอดิศร กล่าว

นายอดิศรกล่าวอีกว่า ที่ผ่านมา สาเหตุที่ ศธ.ต้องดึงการบริหารงานบุคคลออกจาก สพท.ให้ ศธจ.นั้น เพราะเกิดปัญหาการมีผลได้ผลเสียเข้ามาเกี่ยวข้อง และไม่มีธรรมาภิบาล แต่เมื่อย้ายงานบุคคลให้ ศธจ.รับผิดชอบ กลับมีธรรมาภิบาล มีความโปร่งใสในปีแรกเท่านั้น ปีต่อไปกลับพบปัญหา แม้กระทั่งรายชื่อผู้แทนจากแต่ละหน่วยงานใน กศจ.ชุดใหม่ที่ตั้งขึ้น พบปัญหาจนต้องยกเลิก และแต่งตั้งใหม่ มองว่าการย้าย และบรรจุคนในปัจจุบันเหมือน อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษาเดิมที่เคยมีปัญหา กลายเป็นว่าไปอยู่หน่วยไหนก็เละอยู่หน่วยนั้น ดังนั้น ต้องรีบแก้ไขให้มีเพียงหน่วยงานเดียวที่ควบคุมดูแลการบริหารงานบุคคล เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาเหมือนปัจจุบัน

 

 

ที่มา https://www.matichon.co.th/education/news_1728440