วันพฤหัสบดี 21 พฤศจิกายน 2562
ติดตามเว็บไซต์
หน้าแรก > ข่าววันนี้ > อธิการบดี มรภ.โคราชรับมหา’ลัยผลิตครูเกินความต้องการ เหตุ ‘อว.-สกอ.’ ไม่มีนโยบายชัดเจน

อธิการบดี มรภ.โคราชรับมหา’ลัยผลิตครูเกินความต้องการ เหตุ ‘อว.-สกอ.’ ไม่มีนโยบายชัดเจน

หมวดหมู่ : ข่าววันนี้ 28 ตุลาคม 2562 เปิดอ่าน 232 ครั้ง

เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม นายอดิศร เนาว์นนท์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.) นครราชสีมา เปิดเผยว่า กรณีที่ในปีการศึกษา 2562 สพฐ.จะไม่จัดสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย เนื่องจากรายชื่อคงค้างในบัญชีจากปีก่อน ยังมีมากพอจะทยอยเรียกบรรจุได้ถึงปีการศึกษา 2563 เท่ากับนิสิตนักศึกษาที่เรียนจบหลักสูตรครุศาสตร์ และศึกษาศาสตร์ ในปีการศึกษา 2562 และปีการศึกษา 2563 ส่อโดนลอยแพ และต้องไปสอบบรรจุในปีการศึกษา 2564 พร้อมกัน ซึ่งจะทำให้มีบัณฑิตที่จบหลักสูตรครุศาสตร์และศึกษาศาสตร์ตกค้างกว่า 100,000 คน ล่าสุดคุรุสภาให้สถาบันผลิตครู และกระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ดูความเหมาะสมในการผลิตครูในระบบปิด โดยนายอำนาจออกมาตั้งคำถามถึง อว.และสถาบันผู้ผลิตครูว่าได้ดูอัตราว่างหรือไม่ หรือผลิตตามที่อยากผลิต ทำให้มีจำนวนบัณฑิตจบครูจำนวนมากกว่าความต้องการนั้น มองว่าเรื่องดังกล่าวถือเป็นข้อเท็จจริง และเกิดขึ้นมานานแล้ว ที่การผลิตครูในสถาบันการผลิตครูไม่เป็นเอกภาพ เพราะไม่มีนโยบายที่ชัดเจนจาก อว.หรือสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) เดิม

“ทั้งนี้ หากมองในมุมของสถาบันผลิตครูซึ่งมีกว่า 200 แห่งทั่วประเทศ ทั้ง 38 มรภ., มหาวิทยาลัยรัฐเดิม และมหาวิทยาลัยเอกชน ซึ่งการผลิตครูนั้นได้กระจายไปทั่ว จึงทำให้กระบวนการผลิตครูไม่สอดคล้องกับความต้องการของ สพฐ.อย่างไรก็ตาม สพฐ.ไม่ได้เป็นหน่วยงานเดียวที่รองรับบัณฑิตครูที่จบไป เพียงแต่เป็นหน่วยใหญ่ที่รับครูจำนวนมากเท่านั้น ยังมีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) และโรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) และโรงเรียนนานาชาติ ที่ต้องการครูด้วย

นายอดิศรกล่าวต่อว่า เดิมแล้วการผลิตครูมีกลไกที่ชัดเจน คือมีคุรุสภาควบคุมอยู่ โดยจะเข้ามาตรวจสอบ รับรองหลักสูตร และอนุญาตให้สถาบันผลิตครู ผลิตบัณฑิตตามที่กฎของคุรุสภากำหนด เช่น ต้องมีอาจารย์นิเทศก์จำนวนเท่าใด และรับนักศึกษาได้เท่าใด เป็นต้น แต่ได้ผลระดับหนึ่งเท่านั้น แม้จะมีคุรุสภากำหนด ควบคุมอยู่ แต่มีสถาบันผลิตครูจำนวนมาก และความต้องการพื้นฐานของคนส่วนมากคือการรับราชการ ครูจึงถือเป็นหนึ่งในอาชีพข้าราชการที่สอบเข้าแข่งขันได้ง่าย คนจึงนิยมเรียนเป็นจำนวนมาก ซึ่งผู้เรียนเองก็รู้ความเสี่ยงดีว่าขณะนี้ผู้ที่จบครูมีจำนวนมากกว่าความต้องการ

“ดังนั้น ควรมีกลไกหลักระดับชาติที่ควบคุมการผลิตครูที่ชัดเจน หากปล่อยไว้เช่นนี้ จะต้องรับสภาพว่าจะมีการผลิตครูเกินเช่นนี้อยู่ตลอดเวลา ประเทศต้องชัดเจนว่าต้องการผลิตครูอย่างไร และต้องทำให้การผลิตครูเป็นระบบปิดที่ชัดเจน รัฐต้องมาตกผลึกปัญหานี้ ซึ่งเป็นเรื่องยากในการแก้ไขปัญหา อว.และ ศธ.ควรจะหารือเพื่อหาทางออกในเรื่องนี้ร่วมกัน” นายอดิศร กล่าว

 

 

ที่มา https://www.matichon.co.th/education/news_1729165