วันพฤหัสบดี 21 พฤศจิกายน 2562
ติดตามเว็บไซต์
หน้าแรก > ข่าววันนี้ > จี้ สพฐ. เปิดข้อมูลอัตราบรรจุรายจังหวัด หึ่งเปิดโควตาพิเศษรับคนใน

จี้ สพฐ. เปิดข้อมูลอัตราบรรจุรายจังหวัด หึ่งเปิดโควตาพิเศษรับคนใน

หมวดหมู่ : ข่าววันนี้ 25 ตุลาคม 2562 เปิดอ่าน 364 ครั้ง

เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม นายสมบัติ นพรัก คณบดีวิทยาลัยการศึกษา มหาวิทยาลัยพะเยา (มพ.) เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีกระแสข่าวว่าในปีการศึกษา 2562 สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จะไม่จัดสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย เนื่องจากรายชื่อคงค้างในบัญชีจากปีก่อน ยังมีมากพอจะทยอยเรียกบรรจุได้ถึงปีการศึกษา 2563 เท่ากับนิสิตนักศึกษาที่เรียนจบหลักสูตรครุศาสตร์ และศึกษาศาสตร์ ในปีการศึกษา 2562 และปีการศึกษา 2563 ส่อโดนลอยแพ และต้องไปสอบบรรจุในปีการศึกษา 2564 พร้อมกัน ซึ่งจะทำให้มีบัณฑิตที่จบหลักสูตรครุศาสตร์ และศึกษาศาสตร์ ตกค้างกว่า 100,000 คน ล่าสุดทางคุรุสภา ให้สถาบันผลิครู และกระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ดูความเหมาะสมในการผลิตครูในระบบปิด นั้น ทราบว่า ทางสพฐ.ออกมาชี้แจงว่า จะเปิดสอบครูผู้ช่วยได้ต่อเมื่อมีอัตราว่าง และปีนี้คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) แจ้งว่ายังมีบัญชีค้างอยู่เพียงพอที่จะเรียกบรรจุได้ตามอัตราที่ได้รับการจัดสรร ซึ่งปี 2562 มีอัตราเกษียณ 28,246 คน ปี 2563 มีอัตราเกษียณ จำนวน 26,372 คน โดยจะต้องบรรจุบัญชีค้างก่อนเช่นกัน โดยปี2561 มีอัตราเกษียณ จำนวน 27,952 คน มีผู้สอบขึ้นบัญชีได้ถึง 20% ถือว่าค่อนข้างมาก ซึ่งถ้ามีผู้สอบขึ้นบัญชีได้ ปี 2562 และปี 2563 จำนวนจะไม่ใช่ 20% เนื่องจากจำนวนครูเกษียณ ปี 2562 จำนวน 28,246 คน และ ปี2563 จำนวน 26,372 คน รวม 54,618 คน เท่ากับ 195.399 % ของอัตราบรรจุ ปี 2561 สรุปคือสอบบรรจุหนึ่งเท่า สำรองสองเท่า จึงประกาศผู้สอบได้สามเท่าของจำนวนที่ต้องการ ดังนั้นจึงต้องเร่งบรรจุผู้ที่ขึ้นบัญชีไว้ก่อน

“ข้อสงสัย คือ การสอบบรรจุแต่ละปีการศึกษา แต่ละจังหวัดจะต้องมีการประกาศรับสมัครการสอบบรรจุ โดยระบุ สาขาวิชาเอกและจำนวนที่ต้องการรับบรรจุ ในปีการศึกษานั้นๆ การคัดเลือกตามหลักการบริหารงานบุคคลและหลักธรรมาภิบาล จะต้องดำเนินการโดยต้องใช้กระบวนการในการคัดเลือก 2 ขั้นตอน 1 นำผลคะแนนสอบของผู้ที่สอบได้คะแนนผ่านเกณฑ์ที่กำหนด ร้อยละ 60 มาเรียงลำดับคะแนนจากสูงสุดไปหาต่ำสุด แล้วตัดจำนวนผู้สอบได้แต่ละสาขาวิชาเอกตามจำนวนที่ต้องการบรรจุ ไปประกาศเพื่อดำเนินการบรรจุ ขั้นตอนที่ 2 กำหนดจำนวนผู้สอบผ่านคะแนนตามเกณฑ์เรียงลำดับคะแนน ประกาศเป็นตัวสำรองขึ้นบัญชีไว้เพื่อทดแทนผู้สละสิทธิ์ คำถามที่เกิดขึ้นคือ การขึ้นบัญชีสำรองจะใช้ในกรณีการแก้ปัญหาการสละสิทธิ์ในการสอบครั้งนั้นๆ เท่านั้น เหตุใดจึงคัดเลือกผู้สอบได้เป็นบัญชีสำรองเกินไว้เกือบสองเท่า ซึ่งเป็นเรื่องผิดปกติอย่างยิ่ง และการใช้บัญชีสำรองจะสิ้นสุดการใช้บัญชี เมื่อได้จำนวนผู้บรรจุตามจำนวนที่ต้องการในครั้งนั้นๆเท่านั้น เหตุใดจึงอ้างว่าต้องใช้บัญชีสำรองจนหมด โดยจะนำไปบรรจุในอัตราว่างที่ไม่ได้ประกาศรับในครั้งนั้นๆด้วย เป็นเรื่องผิดหลักการบริหารอย่างยิ่ง”นายสมบัติกล่าว

นายสมบัติกล่าวต่อว่า ตนขอเรียกร้องให้ นายอำนาจ วิชยานุวัติ รักษาราชการแทนเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ดังนี้ 1.เปิดเผยข้อมูลผลการสอบบรรจุครู ปี 2561 ทุกจังหวัด โดยขอให้แจ้งจำนวนอัตราบรรจุ จำนวนผู้ที่ขึ้นบัญชีไว้ รวมทั้งข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้อง 2.ตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงกรณีที่มีการขึ้นบัญชีผู้สอบได้ไว้มากเกินปกติ และไม่กำหนดการสิ้นสุดการใช้บัญชี 3.ขอให้ตรวจสอบกระแสข่าวข่าวที่ยังไม่ยืนยันว่า เป็นข้อเท็จจริงหรือไม่ เช่น ได้มีการจัดสอบบรรจุเฉพาะกลุ่มบุคคลโดยที่ไม่มีการประกาศรับบุคคลภายนอก ได้มีการสอบโควตาพิเศษ ได้มีการเบียดบังอัตราบรรจุไปเพื่อประโยชน์เฉพาะกลุ่ม ฯลฯ การดำเนินการในการบริหารงานบุคคลที่ขาดธรรมาภิบาลข้างต้น นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) และ นายอำนาจจะต้องรับผิดชอบในฐานะผู้บังคับบัญชา และดำเนินการโดยรีบด่วน ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดความชอบธรรมแก่สังคมโดยเร็ว ซึ่งหากละเลยส่อเจตนาทุจริต เป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157

 

 

ที่มา https://www.matichon.co.th/education/news_1725482

เปิดอ่าน 364 ครั้ง