วันอาทิตย์ 8 ธันวาคม 2562
ติดตามเว็บไซต์
หน้าแรก > ข่าววันนี้ > ครม.ถก เพิ่มงบกองทุน กสศ.แก้เหลื่อมล้ำได้จริง

ครม.ถก เพิ่มงบกองทุน กสศ.แก้เหลื่อมล้ำได้จริง

หมวดหมู่ : ข่าววันนี้ 1 ธันวาคม 2562 เปิดอ่าน 80 ครั้ง

รมว.ศธ.เผย ครม.อนุมัติการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานให้กับนักเรียนในโครงการโรงเรียนประชารัฐจังหวัดชายแดนภาคใต้ ระยะเวลาการดำเนินการ 5 ปีงบประมาณ พ.ศ.2562-2566 พร้อม  ถก ปมตัดงบฯกองทุนกสศ. ชี้ กองทุนกสศ.แก้เหลื่อมล้ำได้จริง รมว.คลัง รับต้องนำกลับมาพิจารณากันใหม่

วันนี้ (26 พ.ย.) นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานให้กับนักเรียนในโครงการโรงเรียนประชารัฐจังหวัดชายแดนภาคใต้ ระยะเวลาการดำเนินการ 5 ปีงบประมาณ (พ.ศ.2562-2566) ในกรอบวงเงินงบประมาณทั้งสิ้นกว่า 3,700 ล้านบาท  โดยในปีงบประมาณ2561-2562 สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ใช้งบประมาณของส่วนราชการสนับสนุนการดำเนินงานโครงการจำนวนกว่า 300 ล้านบาท และในปีงบประมาณ 2563-2566 สพฐ.ขอความเห็นชอบหลักการและกรอบงบประมาณ 2563-2566 กว่า 3,400 ล้านบาท สำหรับโครงการดังกล่าวเป็นการช่วยเหลือนักเรียนที่มีความเสี่ยงที่อาจจะออกนอกระบบการศึกษา เนื่องจากประสบปัญหาทางเศรษฐกิจ เพราะอยู่ในครอบครัวที่มีรายได้น้อย มีปัญหาสังคม โดยการสนับสนุนให้นักเรียนเข้ามาอยู่ในความดูแลของโรงเรียนมีอาหาร มีที่พักอย่างเพียงพอ จะช่วยลดภาระทางเศรษฐกิจของครอบครัวในจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้มากกว่า 4,000 ครอบครัว  ทั้งนี้การจัดการศึกษาสำหรับโครงการโรงเรียนประชารัฐจังหวัดชายแดนภาคใต้จะส่งเสริมให้เด็กมีทักษะอาชีพด้วย เพื่อเด็กจบการศึกษาไปแล้วจะได้มีงานทำ

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ในที่ประชุม ครม.ได้มีอภิปรายถึงกองกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ซึ่งเป็นกองทุนที่ช่วยเหลือเด็กยากจน โดยปีงบประมาณ 2563 สำนักงบประมาณ กระทรวงการคลัง ได้จัดสรรงบประมาณให้เพียงจำนวน 5,000 ล้านบาท จากเดิมที่มีการตั้งงบประมาณของกองทุนนี้ไว้ 25,000 ล้านบาท ซึ่งถือว่างบประมาณที่ถูกตัดออกไปจำนวนมากไม่มีความเพียงพอต่อภารกิจที่ดำเนินการอยู่ เพราะกองทุน กสศ.เป็นกองทุนที่ช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาอย่างแท้จริง ดังนั้นก็เป็นเรื่องที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) และ กระทรวงการคลัง จะมาพิจารณาร่วมกันอีกครั้ง เนื่องจากถือว่าการลงทุนที่เป็นเรื่องของการลงทุนทางการศึกษาจะมีประโยชน์อย่างมากหากผ่านมาจากกองทุนนี้ เพราะถือว่าเงินที่ได้รัยจัดสรรเข้าถึงเด็กโดยตรง ขณะเดียวกัน รมว.คลัง ยังสนับสนุนแนวคิดที่จะให้ดำเนินการลดหย่อนภาษีให้แก่ภาคเอกชนที่เข้ามาสนับสนุนการศึกษา จำนวน 200%ของจำนวนเงินที่สนับสนุนการศึกษาด้วย

 

 

ที่มา : https://www.dailynews.co.th/education/743664