www. k r u t h a i . i n f o  ชุมชนครูและบุคลากรทางการศึกษาออนไลน์ |
วันพุธ ที่ 5 สิงหาคม 2558
หน้าแรก
ข่าวสารประจำวัน
ข่าวการศึกษา
ค้นข่าวมาเล่า
วิพากษ์การศึกษา
กระดานสนทนา
 

การยุบโรงเรียนขนาดเล็ก

 
     
  โพสเมื่อ : 25 พ.ค. 2556 โดย : Kruthai เปิดอ่าน 8821 | คิดเห็น 15  
 
คะแนนของข่าวนี้
(65.71%-7 ผู้โหวต)
 
 

.....

วีรพงษ์ รามางกูร : การยุบโรงเรียนขนาดเล็ก

 

กระแสทรรศน์ มติชน 23 พ.ค. 2556


เห็นข่าวเรื่องการโต้เถียงกันระหว่างกระทรวงศึกษาธิการกับผู้นำชุมชนในเรื่องการยุบโรงเรียนขนาดเล็ก ที่มีนักเรียน 50-60 ลงมาถึง 20-30 คน เพื่อให้รวมกันไปเรียนที่โรงเรียนใหญ่ขึ้น ปัญหานี้ยังเป็นปัญหาที่เถียงกันไม่จบ ถ้าหากไม่ได้ลงไปสัมผัสด้วยตนเองในพื้นที่ นั่งนึกเอาเองในกรุงเทพฯหรือในหัวเมืองใหญ่ๆ ก็คงไม่ได้

ชนบทไทยนั้นกว้างใหญ่ไพศาล มีความแตกต่างกันในเรื่องต่างๆ มากมาย ทั้งลักษณะภูมิศาสตร์ อาชีพ การคมนาคม เชื้อชาติ ศาสนา อบรม เชื่อถือ การเคลื่อนไหวย้ายถิ่น มีความเป็นพลวัตสูงต่ำไม่เท่ากัน

ปัจจัยที่ทำให้โรงเรียนที่เคยมีนักเรียนเป็นจำนวนมาก เมื่อเวลาผ่านไป กลับมีจำนวนน้อยลง จนถึงระดับที่ไม่มีความเหมาะสมที่จะพัฒนาให้มีคุณภาพได้ คงมีหลายอย่าง อย่างแรก ก็คงเป็นเพราะนโยบายการวางแผนครอบครัวประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก ขนาดของครอบครัวเล็กลง จำนวนบุตรน้อยลงจากที่เคยมี 6-7 คน ลดลงเหลือ 2-3 คน ทำให้ประชากรวัยเด็กมีสัดส่วนลดลง

ประการที่สอง คุณภาพของโรงเรียนไม่เท่ากันซึ่งเป็นไปตามหลักเศรษฐศาสตร์การศึกษา โรงเรียนที่มีจำนวนนักเรียนมากก็ย่อมได้รับงบประมาณมาก เพราะงบประมาณจัดให้ตามจำนวนนักเรียน การที่ได้งบประมาณต่อหัวเท่ากัน ทำให้โรงเรียนที่มีจำนวนนักเรียนมาก เกิดการประหยัด สามารถพัฒนาอุปกรณ์การเรียนการสอนได้ตามกรอบงบประมาณที่ตนได้รับ อุปกรณ์การเรียนการสอนก็มีการใช้อย่างคุ้มค่า ไม่สูญเปล่า

กิจกรรมทุกอย่างไม่ใช่แต่การศึกษา ต้องมีขนาดที่เหมาะสม จึงจะทำกิจกรรมนั้นๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โรงเรียนก็เหมือนกัน ต้องไม่เล็กเกินไปและต้องไม่ใหญ่เกินไป จนดูแลไม่ทั่วถึง ขนาดที่เหมาะสมคงจะคำนวณด้วยสูตรสำเร็จแล้วใช้สูตรเดียวกันทั้งประเทศไม่ได้ คงต้องคำนึงถึงข้อจำกัดต่างๆ ด้วย

ประการต่อไป เป็นเรื่องประสิทธิภาพของครูและผู้บริหาร ถ้าโรงเรียนมีครูแค่ 2-3 คน สอนหนังสือ 6 ชั้น ชั้น ป.1 ถึง ป.6 ทำอย่างไรการสอนก็ไม่มีทางมีประสิทธิภาพได้ เพราะครูไม่ใช่เครื่องจักร ถ้าอย่างนั้นทำไมไม่เพิ่มจำนวนครูให้มากเหมือนกับโรงเรียนขนาดใหญ่ แต่มีนักเรียนน้อย ก็ท่าจะดี เพราะครูจะได้เอาใจใส่นักเรียนได้ใกล้ชิดยิ่งขึ้น ปัญหาก็คงมีอีกในแง่ความคุ้มค่าของการใช้งบประมาณแผ่นดินเป็นข้อหลัก

อีกข้อหนึ่ง ทางด้านจิตวิทยา ลองคิดดูถ้ามีครู 20 คน แต่มีนักเรียนเพียง 40 คน โรงเรียนนั้นก็คงจะผิดปกติ ครูก็คงจะไม่มีจิตใจอยากจะสอน ผลตอบแทนของครูนั้นไม่ใช่เงินเดือนอย่างเดียว แต่ผลทางจิตวิทยาอย่างอื่น เป็นผลงานของตน ได้เห็นลูกศิษย์ลูกหาประสบความสำเร็จด้วยก็คงจะไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาที่ถูก



สมัยก่อนบ้านเมืองยังไม่เจริญ ภาคเหนือ ภาคอีสาน รวมทั้งภาคกลาง ส่วนผู้คนนิยมอยู่กันเป็นหมู่บ้าน ไม่อยู่ที่ไร่นา สมัยนี้ราคาสินค้าเกษตรแพงขึ้น ภาคเกษตรมีความหลากหลายมากขึ้น มีทั้งแปลงผักสวนผลไม้ การประมงน้ำจืด การเลี้ยงเป็ดไก่ สุกร โคเนื้อ โคนม และอื่นๆ ความจำเป็นต้องออกไปอยู่ในไร่นาเรือกสวนบ่อปลาบ่อกุ้งฟาร์มเป็ด ไก่ สุกร เป็นของจำเป็น จนทำให้นักมานุษยวิทยาเกิดความกังวลว่าเป็นการแตกสลายของชุมชนหมู่บ้านทำให้วัฒนธรรมดีๆ ของเราพลอยเสื่อมสลายไปด้วย

การที่ผู้คนกระจัดกระจายไปในพื้นที่ไม่รวมกันเป็นหมู่บ้าน ประกอบกับระบบถนนหนทาง ยานพาหนะส่วนตัวไม่ว่าจะเป็นจักรยานหรือรถปิกอัพ ก็มีกันเกือบทุกครัวเรือนแล้ว การที่ผู้ปกครองจะเลือกสถานศึกษา ที่คนคิดว่ามีคุณภาพสูงกว่า แล้วส่งบุตรหลานของตนไปที่นั้น ก็เป็นสิ่งที่เขาเลือกได้ ไม่จำเป็นต้องให้ลูกหลานไปเรียนที่โรงเรียนใกล้บ้านเท่านั้น

นักเรียนที่เหลืออยู่ 20-30 คน ที่อยู่ในโรงเรียนเดิมก็ไม่ใช่ว่าไม่อยากไปเรียนที่โรงเรียนที่ใหญ่กว่าคุณภาพสูงกว่า แต่อาจจะเป็นเพราะผู้ปกครองยากจนกว่า ไม่สามารถขี่รถจักรยานยนต์ไปส่งได้ก็เลยต้องทนอยู่ในโรงเรียนขนาดเล็กต่อไป แต่ถ้ามีรถรับส่งหรือมีเงินค่ารถแล้ว ก็ยินดีที่จะไปเรียนที่โรงเรียนชุมชนที่ใหญ่กว่า

ไปอยู่ที่บ้านคลองเดื่อ หมู่ 6 ตำบลหมูสี อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา กว่า 6-7 ปีมาแล้วก็เลยได้มีโอกาสคุยกับคนสวนที่บ้านบ้าง กับผู้นำชุมชนบ้าง ว่าทำไมพ่อแม่เด็กจึงนิยมส่งลูกไปเรียนที่โรงเรียนท่าช้าง แทนที่จะส่งลูกหลานไปเรียนที่โรงเรียนวัดอุทุมธสาสาร หรือวัดท่าเดื่อ ใกล้บ้าน ก็ได้รับคำตอบว่า โรงเรียนท่าช้างมีถึงมัธยม 6 ประการหนึ่งคุณภาพดีกว่า ดีพอๆ กับโรงเรียนในตัวอำเภอปากช่อง แล้วจะต้องขี่รถจักรยานยนต์ไปส่งลูกอยู่ชั้น ป.3 คนหนึ่ง ป.6 คนหนึ่งก็ยินดีขี่รถไปรับไปส่งทุกวัน เพื่อให้ลูกได้เข้าโรงเรียนที่เชื่อว่ามีคุณภาพสูงกว่า

ปัญหาเด็กนักเรียนลดลงสำหรับโรงเรียนในเขตชนบท คงจะเป็นปัญหาของกระทรวง ศึกษาฯไปอีกเป็นเวลานาน คงต้องทำการศึกษา และต้องทำความเข้าใจกับชุมชน



ปัญหาอีกอันหนึ่งก็คือว่า เมื่อ 20-30 ปีก่อน เป็นระยะเวลาที่อัตราการเกิดและอัตราการอยู่รอดของทารกมีสูงมาก ผู้คนในเขตชนบทหลายรายมีจิตศรัทธา ยกที่ดินให้ทางการสร้างโรงเรียน เพื่อบุตรหลานของตนไม่ต้องเดินทางไปโรงเรียนไกล เพราะสมัยก่อน ถนนหนทางไม่ดี เด็กต้องเดินด้วยเท้า รองเท้าจะใส่เดินก็ไม่มี การเดินทาง 2-3 กิโลเมตร ก็เป็นเรื่องใหญ่ แต่เดี๋ยวนี้ ไม่ใช่อย่างนั้นเสียแล้ว ถนนหนทางก็ดีขึ้น ประชาชนมีรายได้ดีขึ้น ทุกคนมีรองเท้าใส่ นอกจากเขตห่างไกลจริงๆ จึงจะไม่มีรองเท้าใส่ กว่า 90 เปอร์เซ็นต์ ของครัวเรือนมีรถจักรยานยนต์ 1 คัน บางครัวเรือนมีมากกว่า 1 คัน นอกจากนั้นยังมีรถเมล์รถสองแถว มาคอยรับนักเรียนจากบ้านถึงโรงเรียนและจากโรงเรียนถึงบ้าน ค่ารถอาจจะแพงหน่อยแล้วแต่ระยะทาง โดยเอกชนเป็นคนจัด แม้อยู่ในชนบทก็ตาม

อย่างไรก็ตาม แม้ส่วนใหญ่จะไม่มีปัญหา แต่ต้องยึดหลักความจริงว่า ชนบทของเรานั้นกว้างใหญ่ไพศาล แต่ละแห่งแต่ละที่มีปัญหาไม่เหมือนกัน ความคิดความอ่านไม่เหมือนกัน ความรู้สึกความเชื่อถือไม่เหมือนกัน

เมื่อจะยุบโรงเรียน ที่มีนักเรียนน้อยไปรวมกับโรงเรียนใหญ่ ระยะทางไกลจากบ้านมากกว่า ก็ควรชดเชยค่ารถสองแถว หรือรถเมล์ หรือจัดรถเอกชนให้ไปรับส่ง เท่านั้นอาจจะไม่พออาจจะต้องทำประชาพิจารณ์ด้วยว่า ชุมชนยินดีที่จะให้ลูกหลานไปเรียนโรงเรียนที่ดีกว่าหรือไม่ ถ้าไม่ต้องการก็ไม่ควรจะฝืนทำ เพราะจะไม่ได้รับความร่วมมือ

แต่ดูตามสถานการณ์ที่เห็นที่ตำบลหมูสี อำเภอปากช่อง แล้วท่าจะเป็นที่ยินดี ถ้าหากจะช่วยค่าเดินทางและค่าใช้จ่ายอื่นที่จำเป็น เพื่อให้ลูกหลานของเขาได้ไปเรียนในโรงเรียนที่ใหญ่กว่ามีประสิทธิภาพมากกว่า

ที่สำคัญคือ เด็กจากโรงเรียนที่ถูกยุบต้องได้เข้าโรงเรียนที่ดีกว่า


ขอขอบคุณข่าวสาร/ข้อมูลดีๆ จากเว็บไซต์หนังสือพิมพ์มติชน
 
 
  ภาพเพิ่มเติม

ไม่มีความเห็น
 
 
 

[ข่าวในหมวดเดียวกัน]
ชำแหละ..อาณาจักรหมื่นล้าน ฉบับ..พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย "เหนื่อยใจ...แต่ก็ต้องทำ" [2414]
"ภาษาไทย" รักเยี่ยงไรให้ฟินเว่อร์! [265]
การศึกษาไทยหลายเรื่องคงต้องพึ่ง ม. 44 จริงๆ [513]
จริงหรือ? เรียน ม.เอกชน ต้องบ้านรวยกว่า ม.รัฐบาล อ่านผลสำรวจนี้! [578]
ปัญหาขาดแคลนครูในโรงเรียนขนาดเล็ก แก้ไขอย่างไรดี [1780]

 
***ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริง หรือชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาทางอีเมล์ webmaster@kruthai.info เพื่อให้ผู้ดูแลระบบทราบ และทำการลบข้อความนั้นออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้
 


ชมรมครูและบุคลากรทางการศึกษาออนไลน์แห่งประเทศไทย (ชคบท.)