www. k r u t h a i . i n f o  ชุมชนครูและบุคลากรทางการศึกษาออนไลน์ |
วันพุธ ที่ 23 เมษายน 2557
หน้าแรก
ข่าวสารประจำวัน
ข่าวการศึกษา
ค้นข่าวมาเล่า
วิพากษ์การศึกษา
กระดานสนทนา
กฎ ระเบียบ แนวปฏิบัติ
พระราชบัญญัติ
กฎกระทรวง
ระเบียบ แนวปฏิบัติ
งานวิชาการ
งานบุคคล
งานงบประมาณ
งานบริหารทั่วไป
บริการครูไทย
ข่าวประชาสัมพันธ์
ย้ายสับเปลี่ยน
เผยแพร่ผลงานวิชาการ
แนะนำเว็บไซต์โรงเรียน
KruThai Variety
สาระน่ารู้
สุขภาพ
วิทยาศาสตร์
รอบรู้ ICT
Clip VDO
คุณครูพาเที่ยว
ความสวย ความงาม
ความเชื่อ ราศี
ดูดวง
ตรวจลอตเตอรี่
 

ซวย!! บอร์ด ก.ค.ศ.ให้ ผอ.ร.ร.เพิกถอนครูผู้ช่วย 344 ราย

 
     
  โพสเมื่อ : 17 พ.ค. 2556 โดย : Kruthai เปิดอ่าน 12029 | คิดเห็น 80  
 
คะแนนของข่าวนี้
(77.65%-17 ผู้โหวต)
 
 

.....

 มติบอร์ด ก.ค.ศ.ให้ทำหนังสือแจ้ง อ.ก.ค.ศ.เขตฯ ให้ ผอ.ร.ร.เพิกถอนบรรจุ ขรก.ครูผู้ช่วย 344 รายตามที่ดีเอสไอชี้เข้าข่ายทุจริตสอบ หลังหารือนานกว่า 2 ชม.โดยปิดประตูล็อคกลอนเชิญคนไม่เกี่ยวข้องออกทั้งหมด “พงศ์เทพ” เชื่อ ผอ.ร.ร.จะทำตาม ชี้การแจ้งเป็นถ้อยคำตาม กม.แต่นัยยะคือการสั่ง ขณะที่ เลขาธิการ ก.ค.ศ.เตรียมส่งหนังสือไป อ.ก.ค.ศ.เขตฯสัปดาห์หน้า
       
       วันนี้ (17 พ.ค.) นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ในฐานประธานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการ (ก.ค.ศ.) เปิดเผยภายหลังการประชุม ก.ค.ศ.ว่า ที่ประชุมได้หารือกรณีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ได้ส่งหนังสือถึง ก.ค.ศ.และคณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) เขตพื้นที่การศึกษา 119 เขตเพื่อให้พิจารณาเพิกถอนการบรรจุแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย จำนวน 344 ราย เนื่องจากเห็นว่าบุคคลเหล่านี้กระทำการเข้าข่ายทุจริตในการสอบ และมีมติให้ ก.ค.ศ.แจ้งไปยัง อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษา แจ้งให้ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุแต่งตั้ง ตามมาตรา 53 ซึ่งหมายถึงผู้อำนวยการโรงเรียน ดำเนินการมาตรา 49 ของ พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา สั่งให้ผู้ได้รับการบรรจุแต่งตั้งออกจากราชการ เพราะขาดคุณสมบัติทั่วไปของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา เพราะได้กระทำการทุจริตในการสอบเข้ารับราชการและบกพร่องในศีลธรรม อย่างไรก็ตาม ทั้ง 344 รายนั้นยังไม่ได้รับการบรรจุแต่งตั้งทั้งหมด ดังนั้น ก.ค.ศ.จึงมีอำนาจดำเนินการได้เฉพาะผู้ที่ได้รับการบรรจุแล้วเท่านั้น โดยใช้อำนาจอำนาจตามมาตรา 19 ของ พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูฯ
       
       “มติดังกล่าวดำเนินการโดยใช้อำนาจของตามมาตรา 19 ของ พ.ร.บ.ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งเป็นการใช้อำนาจตามที่กฏหมายให้ ส่วนที่ไม่ใช้ คำว่า “สั่ง” ให้ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่และผู้มีอำนาจสั่งบรรจุและแต่งตั้งดำเนินการเพิกถอน แต่ใช้คำว่า “แจ้ง” นั้นเป็นการใช้คำตามกฎหมาย ซึ่งเชื่อว่า อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่และผู้มีอำนาจสั่งบรรจุและแต่งตั้ง คือ ผู้อำนวยการโรงเรียน จะเข้าใจและดำเนินการจะทำตามมติ ก.ค.ศ.เพราะโดยนัยยะก็คือการสั่ง และในการประชุมครั้งต่อไป ก.ค.ศ.จะต้องกลับมารายงานว่าผู้อำนวยการโรงเรียนได้สั่งให้ออกราชการไปครบหรือยัง” นายพงศ์เทพ กล่าว
       
       ด้าน นางรัตนา ศรีหิรัญ เลขาธิการ ก.ค.ศ.กล่าวว่า ในสัปดาห์หน้า ก.ค.ศ.จะทำหนังแจ้งไปยัง อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษา ให้ดำเนินการตามมติดังกล่าว และคิดว่าทางผู้อำนวยการโรงเรียนจะดำเนินการตามมติของ ก.ค.ศ.เพราะถ้าไม่ทำ ก็ถือว่าไม่ดำเนินการตามมติที่ ก.ค.ศ.แจ้งไป ซึ่ง รมว.ศึกษาธิการ พูดชัดเจนว่าคำว่า “แจ้ง” ถือเป็นภาษากฎหมายเท่านั้น แต่โดยนัยยะต้องปฏิบัติตาม
       
       “ทั้ง 344 รายที่ดีเอสไอ เห็นว่าบุคคลเหล่านี้กระทำการเข้าข่ายทุจริตในการสอบ ทำข้อสอบผิดในข้อเดียวกันและมีคะแนนสอบที่สูงผิดปกติ นั้นยังไม่ได้รับการบรรจุทกคน ดังนั้น ก.ค.ศ.จึงสามารถดำเนินการได้เฉพาะผู้ที่ได้รับการบรรจุแต่งตั้งแล้วเท่านั้น ส่วนผู้ที่ยังไม่ได้รับการบรรจุแต่งตั้ง ก.ค.ศ.ไม่มีอำนาจไปดำเนินการอะไรได้ เพราะถือว่ายังไม่เข้ารับราชการ แต่ทั้ง 344 รายก็ถือว่าถูกขึ้นบัญชีดำ ซึ่งตามระเบียบแล้วไม่สามารถกลับมารับราชการครูได้อีก” เลขาธิการ ก.ค.ศ.กล่าว
       
       ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการประชุม ก.ค.ศ.เมื่อถึงวาระการพิจารณาผลสอบสวนการสอบกรณีทุจริตการสอบครูผู้ช่วย ได้มีการเสนอว่าควรให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องออกจากห้องประชุมทั้งหมด ให้มีเฉพาะคณะกรรมการ ก.ค.ศ.เท่านั้น โดยให้หุตผลว่าเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องละเอียดอ่อน และเป็นที่สนใจของสังคมจึงต้องการให้อยู่เฉพาะผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเท่านั้นและตลอดการพิจารณาเรื่องนี้ได้มีการล็อกประตูห้องด้วย ซึ่งที่ประชุมใช้เวลาหารือเรื่องนี้กว่า 2 ชั่วโมง


ขอขอบคุณข่าวสาร/ข้อมูลดีๆ จากเว็บไซต์หนังสือพิมพ์ASTVผู้จัดการ


สั่งให้ออก! 344 ครู ผช.ทุจริตสอบ สั่งเขต-ร.ร.ลงดาบศธ.เปิดชื่อ3บิ๊กสพฐ. ส่อผิดวินัยร้ายแรง

เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ในฐานะประธานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) เปิดเผยภายหลังการประชุม ก.ค.ศ.ว่า ที่ประชุมได้หารือกรณีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ ส่งหนังสือถึง ก.ค.ศ. และคณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) เขตพื้นที่การศึกษา 119 เขต ให้พิจารณาเพิกถอนการบรรจุแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการครู ตำแหน่งครูผู้ช่วย ในการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการครู ในตำแหน่งครูผู้ช่วย กรณีมีความจำเป็น หรือเหตุพิเศษ ว12 ในครั้งที่ผ่านมา จำนวน 344 ราย เนื่องจากเห็นว่าบุคคลเหล่านี้กระทำการเข้าข่ายทุจริตในการสอบ ทำข้อสอบผิดในข้อเดียวกัน และมีคะแนนสอบที่สูงผิดปกติ ซึ่งที่ประชุมมีมติให้สำนักงาน ก.ค.ศ.แจ้งไปยัง อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ฯ 119 เขต ให้แจ้งผู้มีอำนาจสั่งบรรจุแต่งตั้งตามมาตรา 53 แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งหมายถึงผู้อำนวยการโรงเรียน ดำเนินการตามมาตรา 49 แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูฯ สั่งให้ผู้ได้รับการบรรจุแต่งตั้งเหล่านี้ออกจากราชการ 

"ดีเอสไอได้แจ้งว่า ทั้ง 344 รายขาดคุณสมบัติทั่วไปของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา เพราะได้กระทำการเข้าข่ายทุจริตในการสอบเข้ารับราชการและบกพร่องในศีลธรรม อย่างไรก็ตาม ทั้ง 344 รายดังกล่าวยังไม่ได้รับการบรรจุแต่งตั้งเป็นครูผู้ช่วยทั้งหมด ดังนั้น ก.ค.ศ.จึงมีอำนาจดำเนินการได้เฉพาะผู้ที่ได้รับการบรรจุแล้วเท่านั้น โดยใช้อำนาจตามมาตรา 19 แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูฯ ซึ่งเป็นการใช้อำนาจตามที่กฎหมายให้ ส่วนที่มติ ก.ค.ศ.ไม่ใช้คำว่า ?สั่ง? ให้ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ฯ และผู้มีอำนาจสั่งบรรจุและแต่งตั้งดำเนินการเพิกถอน แต่ใช้คำว่า ?แจ้ง? เพราะเป็นการใช้คำตามกฎหมาย ซึ่งเชื่อว่า อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ฯ และผู้อำนวยการโรงเรียนจะเข้าใจและดำเนินการตามมติ ก.ค.ศ. และในการประชุม ก.ค.ศ.ครั้งต่อไป สำนักงาน ก.ค.ศ.จะต้องมารายงานว่า ผู้อำนวยการโรงเรียนได้สั่งให้ออกราชการไปครบแล้วหรือยัง" นายพงศ์เทพกล่าว

นางรัตนา ศรีหิรัญ เลขาธิการ ก.ค.ศ. กล่าวว่า ในสัปดาห์หน้าสำนักงาน ก.ค.ศ.จะทำหนังสือแจ้งไปยัง อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ฯให้ดำเนินการตามมติดังกล่าว และคิดว่าทางผู้อำนวยการโรงเรียนจะดำเนินการตามมติของ ก.ค.ศ. เพราะถ้าไม่ทำ ก็ถือว่าไม่ดำเนินการตามมติที่ ก.ค.ศ.แจ้งไป ซึ่งรัฐมนตรีว่าการ ศธ.ก็พูดชัดเจนว่า คำว่า "แจ้ง" ถือเป็นภาษากฎหมายเท่านั้น แต่โดยนัยยะต้องปฏิบัติตาม อย่างไรก็ตาม ทั้ง 344 รายที่ดีเอสไอเห็นว่า กระทำการเข้าข่ายทุจริตในการสอบนั้น ยังไม่ได้รับการบรรจุทุกคน ดังนั้น ก.ค.ศ.จึงสามารถดำเนินการได้เฉพาะผู้ที่ได้รับการบรรจุแต่งตั้งแล้วเท่านั้น ส่วนผู้ที่ยังไม่ได้รับการบรรจุแต่งตั้ง ก.ค.ศ.ไม่มีอำนาจไปดำเนินการอะไรได้ เพราะถือว่ายังไม่เข้ารับราชการ แต่ทั้ง 344 รายนี้ถือว่าถูกขึ้นบัญชีดำ ซึ่งตามระเบียบแล้วไม่สามารถกลับมารับราชการครูได้อีก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในระหว่างที่ที่ประชุม ก.ค.ศ.พิจารณาวาระผลการสอบสวนทุจริตการสอบครูผู้ช่วย ได้เชิญบุคคลอื่นออกจากห้องประชุมทั้งหมด และให้เหลือแต่เฉพาะคณะกรรมการ ก.ค.ศ.เท่านั้น โดยให้เหตุผลว่า เป็นเรื่องละเอียดอ่อนและเป็นที่สนใจของสังคม โดยใช้เวลาหารือเรื่องนี้กว่า 2 ชั่วโมง

แหล่งข่าวจาก ศธ.คนหนึ่ง เปิดเผยว่า จากกรณีที่ดีเอสไอได้ส่งหนังสือแจ้งมายัง ก.ค.ศ. และ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษา 119 เขต ที่มีผู้สอบบรรจุครูผู้ช่วยได้คะแนนสูงผิดปกติ 344 คน ให้พิจารณายกเลิกการบรรจุ เนื่องจากเห็นว่าบุคคลเหล่านี้กระทำการเข้าข่ายทุจริตในการสอบ ทำข้อสอบผิดในข้อเดียวกัน และมีคะแนนสอบที่สูงผิดปกตินั้น ทาง

ดีเอสไอยังได้แนบเอกสารประกอบคำให้การต่อเจ้าพนักงานคดีพิเศษ เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยเนื้อหาเอกสารส่วนหนึ่งได้ระบุถึงผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงชุดของ ศธ. ซึ่งในข้อที่ 3 ของข้อสรุประบุว่า "คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงฯพิจารณาเห็นว่า ควรมีการรายงานผู้บังคับบัญชาให้ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุ ตามมาตรา 57 แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551 ทราบ และดำเนินการทางวินัยกับข้าราชการพลเรือนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ที่มีกรณีมีมูลสงสัยว่า เป็นผู้ร่วมกระทำผิดวินัย กรณีละเลยหรือจงใจละเว้นการปฏิบัติหน้าที่่โดยมิชอบ ตามมาตรา 157 แห่งประมวลกฎหมายอาญา โดยพิจารณาจากพฤติการณ์ของนายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เป็นการจงใจละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ อันเป็นเหตุให้ราชการเสียหายอย่างร้ายแรง จึงเป็นกรณีมีมูลความผิดวินัยอย่างร้ายแรง ประกอบกับนายอนันต์ ระงับทุกข์ รองเลขาธิการ กพฐ. ซึ่งรับผิดชอบงานด้านการบริหารงานบุคคล และนายไกร เกษทัน ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาระบบบริหารงานบุคคลและนิติการ สพฐ. ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบอันสำคัญในการดำเนินการสอบคัดเลือกครูผู้ช่วยครั้งนี้ อยู่ในข่ายผิดวินัยดังกล่าว" 

นายธานินทร์ เปรมปรีดิ์ รองผู้บัญชาการสำนักคดีอาญาพิเศษ ดีเอสไอ กล่าวว่า ดีเอสไอส่งเอกสารหลักฐานเป็นคำให้การของนายพิษณุ ตุลสุข หัวหน้าผู้ตรวจราชการ ศธ. ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงชุดของ ศธ. และ ดร.ชอบ ลีซอ ผู้เชี่ยวชาญด้านสถิติ ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการฝ่ายวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับผลการสอบของผู้เข้าสอบคัดเลือกครูผู้ช่วย ประจำคณะกรรมการศูนย์ให้คำปรึกษาและติดตามผลการคัดเลือกครูผู้ช่วย เรื่องการวิเคราะห์สถิติผู้กระทำความผิด และในส่วนของดีเอสไอที่พบหลักฐานว่ามีการทุจริตเกิดขึ้น ซึ่งดีเอสไอได้ส่งเอกสารทั้ง 3 ส่วนไปยังเขตพื้นที่การศึกษา

นายธานินทร์กล่าวต่อว่า พนักงานสอบสวนคดีพิเศษไม่มีการตัดต่อคำให้การของนายพิษณุ หรือ ดร.ชอบ เนื่องจากเกรงว่าจะผิดวัตถุประสงค์ โดยทั้ง 2 คน ให้การเป็นลายลักษณ์อักษร โดยใช้ผลสอบสวนของคณะกรรมการที่แต่ละคนเข้าไปเกี่ยวข้องในการสอบสวน โดยในคำให้การของนายพิษณุจะมีชื่อผู้เกี่ยวข้องในส่วนของ สพฐ. ซึ่งเป็นหน้าที่ของ ศธ.ที่จะสอบสวนต่อไป ทั้งนี้ เหตุที่ต้องแนบเอกสารหลักฐานดังกล่าวไปด้วยทั้งหมด เพื่อต้องการให้ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ฯพิจารณาตัดสินใจได้ง่ายขึ้น เพราะมีผลการสอบสวนและหลักฐานที่เกี่ยวข้องในระดับหนึ่งแนบมาด้วย ซึ่งเพียงพอที่จะชี้ว่าบุคคลในเขตพื้นที่ฯของตัวเองเข้าไปเกี่ยวข้องกับการทุจริต และสามารถให้ออกจากราชการได้ ทั้งนี้ หากทาง อ.ก.ค.ศ.ยังไม่มั่นใจในพยานหลักฐานที่ดีเอสไอส่งไปให้ ก็อาจจะตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงได้ โดยเรียกดูกระดาษคำตอบของผู้เข้าสอบว่ามีการกระทำผิด หรือมีการตอบในข้อ 34 ผิด ซึ่งเป็นประเด็นต้องสงสัยจริงหรือไม่

นายชินภัทรกล่าวว่า ในที่ประชุม ก.ค.ศ.ได้พิจารณาหนังสือที่ดีเอสไอส่งถึง ศธ. โดยในภาคผนวกมีเอกสารดังกล่าวแนบมาด้วย แต่ในที่ประชุม ก.ค.ศ.ไม่ได้หยิบยกเนื้อหาในภาคผนวกขึ้นหารือ อย่างไรก็ตาม ได้เห็นหนังสือดังกล่าว ซึ่งเป็นข้อมูลจากการวิเคราะห์ของนายพิษณุ "ผมแปลกใจว่าดีเอสไอส่งหนังสือดังกล่าวไปยัง อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ฯได้อย่างไร ซึ่งไม่เหมาะสม เนื่องจากเป็นเอกสารลับ ส่วนที่มีชื่อของผมถูกพาดพิงว่า ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ถือว่ามีความผิดวินัยร้ายแรงนั้น ผมไม่รู้ว่าจะพูดอย่างไร ในเมื่อเอกสารถูกเผยแพร่ออกไปแล้ว" นายชินภัทรกล่าว

นายไกรกล่าวว่า ขอไม่ยุ่งกับเรื่องนี้ และขอไม่พูด อะไรอีกแล้ว จะทำอะไรก็เรื่องของดีเอสไอ

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สำหรับหนังสือที่ดีเอสไอส่งไปยัง 119 อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ฯ ประกอบด้วย สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) กาญจนบุรี เขต 1, สพป.กาฬสินธุ์ เขต 1, 2 และ 3, สพป.กำแพงเพชร เขต 1 และ 2, สพป.ขอนแก่น เขต 1, 2, 3, 4 และ 5, สพป.จันทบุรี เขต 2, สพป.ฉะเชิงเทรา เขต 2, สพป.ชลบุรี เขต 1 และ 2, สพป.ชัยนาท, สพป.ชัยภูมิ เขต 1, 2 และ 3, สพป.เชียงใหม่ เขต 5, สพป.ตรัง เขต 2, สพป.ตาก เขต 2

สพป.นครปฐม เขต 1, สพป.นครพนม เขต 1 และ 2, สพป.นครราชสีมา เขต 1, 2, 3, 4, 5, 6 และ 7, สพป.นครศรีธรรมราช เขต 4, สพป.นครสวรรค์ เขต 1, สพป.นราธิวาส เขต 2 และ 3, สพป.น่าน เขต 1 และ 2, สพป.บึงกาฬ เขต 1, สพป.บุรีรัมย์ เขต 1, 3 และ 4, สพป.ปทุมธานี เขต 1 และ 2, สพป.ปราจีนบุรี เขต 1, สพป.ปัตตานี เขต 1, สพป.พะเยา เขต 1, สพป.พัทลุง เขต 2, สพป.พิจิตร เขต 2, สพป.พิษณุโลก เขต 2 และ 3, สพป.เพชรบุรี เขต 2, สพป.เพชรบูรณ์ เขต 1 และ 3, สพป.แพร่ เขต 1 และ 2

สพป.มหาสารคาม เขต 1, สพป.มุกดาหาร เขต 1, สพป.แม่ฮ่องสอน เขต 2, สพป.ยโสธร เขต 2, สพป.ร้อยเอ็ด เขต 1 และ 2, สพป.ระยอง เขต 1 และ 2, สพป.ราชบุรี เขต 1, สพป.ลพบุรี เขต 1, สพป.เลย เขต 1, 2 และ 3, สพป.ศรีสะเกษ เขต 1, 2 และ 4, สพป.สกลนคร เขต 1, 2 และ 3, สพป.สงขลา เขต 2, สพป.สตูล, สพป.สระบุรี เขต 1 และ 2, สพป.สิงห์บุรี, สพป.สุรินทร์ เขต 1, 2 และ 3, สพป.หนองคาย เขต 2, สพป.หนองบัวลำภู เขต 1, สพป.อำนาจเจริญ, สพป.อุดรธานี เขต 1, 2, 3 และ 4, สพป.อุทัยธานี เขต 2 และ สพป.อุบลราชธานี 1, 2, 3 และ 4

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) เขต 2 (กรุงเทพมหานคร), สพม.เขต 4 (ปทุมธานี-สระบุรี), สพม.เขต 6 (ฉะเชิงเทรา-สมุทรปราการ), สพม.เขต 7 (ปราจีนบุรี-นครนายก-สระแก้ว), สพม.เขต 9 (สุพรรณบุรี-นครปฐม), สพม.เขต 10 (เพชรบุรี-ประจวบคีรีขันธ์-สมุทรสงคราม-สมุทรสาคร), สพม.เขต 18 (ชลบุรี-ระยอง), สพม.เขต 19 (เลย-หนองบัวลำภู), สพม.เขต 20 (อุดรธานี), สพม.เขต 21 (หนองคาย), สพม.เขต 24 (กาฬสินธุ์), สพม.เขต 25 (ขอนแก่น), สพม.เขต 27 (ร้อยเอ็ด), สพม.เขต 29 (อุบลราชธานี-อำนาจเจริญ), สพม.เขต 30 (ชัยภูมิ), สพม.เขต 31 (นครราชสีมา), สพม.เขต 33 (สุรินทร์), สพม.เขต 40 (เพชรบูรณ์), สพม.เขต 41 (กำแพงเพชร-พิจิตร), สพม.เขต 42 (นครสวรรค์-อุทัยธานี) และสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ

ดร.ชูเกียรติ วิเศษเสนา ผู้อำนวยการ สพม. เขต 31 นครราชสีมา เปิดเผยว่า มีผู้สมัครสอบแข่งขันบรรจุครูผู้ช่วยรอบใหม่ในสังกัด สพม. เขต 31 รวมทั้งสิ้น 1,386 คน จากจำนวนรับบรรจุ 9 อัตรา ใน 9 สาขาวิชาเอก โดยมีผู้ขาดคุณสมบัติไม่มีสิทธิสอบ 3 คน แยกเป็นไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู 2 คน และสมัครซ้ำซ้อนมากกว่า 1 เขตพื้นที่ฯ 1 คน นอกจากนี้ ยังมีผู้สมัครอีก 13 คน ที่เอกสารวุฒิการศึกษาวิชาเอกที่นำมาสมัครไม่ชัดเจน หรือจบไม่ตรงกับวิชาเอกที่สมัคร อย่างไรก็ตาม ในกลุ่มนี้ทาง ก.ค.ศ.จะให้สิทธิสมัครสอบไปก่อน หลังจากนั้นจะมีการพิจารณาคุณสมบัติเพื่อตัดสิทธิตามหลักเกณฑ์อีกครั้ง ส่วนขั้นตอนเรื่องการออกข้อสอบและตรวจข้อสอบนั้น ทางมหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.) นครราชสีมาได้ตอบรับแล้วในราคาว่าจ้างดำเนินการ 1.4 ล้านบาท ส่วนสนามสอบแข่งขันใช้สถานที่อาคารภายในโรงเรียนราชสีมาวิทยาลัย 

"ขอให้ผู้สมัครสอบอย่าหลงเชื่อกลุ่มผู้ไม่หวังดีแสวงหาผลประโยชน์จากการสอบครั้งนี้ โดยการโฆษณาชวนเชื่อ ว่าสามารถวิ่งเต้น หรือแอบอ้างว่าจะช่วยเหลือโกงข้อสอบได้" ดร.ชูเกียรติกล่าว

นายพิสิษฐ์ ชดกิ่ง ผู้อำนวยการ สพป.นครราชสีมา เขต 3 กล่าวว่า มี ผู้สมัครสอบทั้งสิ้น 2,749 คน แยกเป็นวิชาเอกคอมพิวเตอร์ 968 คน คณิตศาสตร์ 130 คน วิทยาศาสตร์ 402 คน ดนตรีศึกษา 43 คน ภาษาไทย 70 คน สังคมศึกษา 735 คน และปฐมวัย 401 คน โดยขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สมัครสอบ


ขอขอบคุณข่าวสาร/ข้อมูลดีๆ จากเว็บไซต์หนังสือพิมพ์มติชน
 
 
  ภาพเพิ่มเติม

ไม่มีความเห็น
 
 
 

[ข่าวในหมวดเดียวกัน]
โผล่อีกติวเตอร์ดังข้าราชการครูสอบครูผู้ช่วย [4242]
แฉ ผอ.โรงเรียนเป็นติวเตอร์แอ๊ดลำปลายมาศ [2895]
สพฐ.เซ็นตั้ง กก.สอบเท็จจริง ผอ.-2 ครู ลอบสอบครูผู้ช่วย [1297]
“จาตุรนต์” ไม่ง้อหาเงินอุ้มเด็ก กยศ.เอง [346]
ส่งมอบแท็บเล็ต '56 ม.1 ล็อตแรก “จาตุรนต์” มั่นใจส่งครบ 4 โซนทันปิดเทอมหนึ่ง [321]

 
***ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริง หรือชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาทางอีเมล์ webmaster@kruthai.info เพื่อให้ผู้ดูแลระบบทราบ และทำการลบข้อความนั้นออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้
 


ชมรมครูและบุคลากรทางการศึกษาออนไลน์แห่งประเทศไทย (ชคบท.)