www. k r u t h a i . i n f o  ชุมชนครูและบุคลากรทางการศึกษาออนไลน์ |
วันพุธ ที่ 30 กรกฎาคม 2557
หน้าแรก
ข่าวสารประจำวัน
ข่าวการศึกษา
ค้นข่าวมาเล่า
วิพากษ์การศึกษา
กระดานสนทนา
กฎ ระเบียบ แนวปฏิบัติ
พระราชบัญญัติ
กฎกระทรวง
ระเบียบ แนวปฏิบัติ
งานวิชาการ
งานบุคคล
งานงบประมาณ
งานบริหารทั่วไป
บริการครูไทย
ข่าวประชาสัมพันธ์
ย้ายสับเปลี่ยน
เผยแพร่ผลงานวิชาการ
แนะนำเว็บไซต์โรงเรียน
KruThai Variety
สาระน่ารู้
สุขภาพ
วิทยาศาสตร์
รอบรู้ ICT
Clip VDO
คุณครูพาเที่ยว
ความสวย ความงาม
ความเชื่อ ราศี
ดูดวง
ตรวจลอตเตอรี่
 

ครม.ไฟเขียว ขรก.ออกจาก กบข.

 
     
  โพสเมื่อ : 24 เม.ย. 2556 โดย : Kruthai เปิดอ่าน 22702 | คิดเห็น 73  
 
คะแนนของข่าวนี้
(84.91%-53 ผู้โหวต)
 
 

.....

ครม.ไฟเขียวแก้กฎหมาย กบข.ให้สิทธิ ขรก.ย้ายไปใช้บำนาญแบบเก่าใช้งบเพิ่มอื้อ

นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง กล่าวว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวานนี้ มีมติเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (ฉบับที่ ...) พ.ศ. ... โดยข้าราชการที่เป็นสมาชิกกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) ที่เข้ารับราชการก่อนวันที่ 27 มี.ค. 2540 และสมัครเป็นสมาชิก กบข. เลือกกลับไปใช้สิทธิบำเหน็จบำนาญตาม พ.ร.บ.บำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ. 2494 ได้ มีผลบังคับใช้ในปีงบ 2558 เป็นต้นไป โดยจะได้รับเงินสมทบคืนทั้งหมด

ทั้งนี้ หากร่างกฎหมายมีผลบังคับใช้ สมาชิก กบข.มีสิทธิเลือกกลับไปใช้สิทธิบำเหน็จบำนาญก่อนเดือน มี.ค. 2540 ได้ โดยรัฐบาลได้ให้เวลาข้าราชการที่เป็นสมาชิก กบข.มีเวลาไตร่ตรองว่าจะลาออกจากการเป็นสมาชิก กบข.หรือไม่ ตั้งแต่เดือน มี.ค.-เม.ย. 2557 ไปจนถึงวันที่ 30 ก.ย. 2557

“หากมีสมาชิก กบข.ลาออกจำนวนมาก จะไม่กระทบกองทุน กบข. เพราะรัฐบาลยังคงทุนประเดิมในส่วนของรัฐไว้ในกองทุน ซึ่งเป็นเงินแสนล้านบาท และกฎหมายฉบับนี้ไม่เพียงแต่บังคับใช้กับข้าราชการที่ยังไม่เกษียณ แต่ให้รวมถึงผู้ที่กำลังจะเกษียณและผู้ที่เกษียณอายุราชการไปแล้วด้วย แต่ต้องคืนเงินก้อนที่ได้รับจากกองทุน” นายกิตติรัตน์ กล่าว

น.ส.สุทธิรัตน์ รัตนโชติ ที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบการเงิน การคลัง กรมบัญชีกลาง กล่าวว่า คาดว่าสมาชิก กบข.ที่เกษียณไปแล้วและยังไม่เกษียณจะเลือกกลับไปใช้ระบบบำนาญแบบเดิม 7.33 แสนคน

นพ.ทศพร เสรีรักษ์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่า ระหว่างปี 2558-2601 ภาครัฐจะมีภาระงบประมาณเพื่อจ่ายบำเหน็จบำนาญ 21.38 ล้านล้านบาท แต่หากสมาชิก กบข.กลับไปใช้ระบบบำนาญสูตรเดิม ภาครัฐจะมีภาระ 22.46 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 2.45 หมื่นล้านบาทต่อปี แต่เมื่อลบกับงบที่ภาครัฐไม่ต้องสมทบ ภาครัฐจะมีภาระเพิ่ม 2.15 หมื่นล้านบาทต่อปี

กระทรวงการคลังวิเคราะห์ว่า ไม่ว่าข้าราชการจะเป็นสมาชิกกบข.หรือเลือกกลับไปใช้ระบบบำนาญแบบเก่า ภาครัฐจะมีภาระงบประมาณเพิ่มขึ้นจำนวนมาก กระทรวงการคลังจึงเสนอให้จัดสรรงบประมาณเข้าบัญชีเงินสำรองให้สูงกว่าอัตราขั้นต่ำที่กำหนดไว้ในพ.ร.บ.กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ ปี 2539 เพื่อรองรับภาระดังกล่าวระยะยาว

 


ขอขอบคุณข่าวสาร/ข้อมูลดีๆ จากเว็บไซต์หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์


ครม.อนุมัติตามข้าราชการออกจาก กบข.ได้

ครม.มีมติอนุมัติตามข้าราชการเลือกออกจากกบข.ได้ สามารถเลือกกลับไปรับบำนาญตามระบบเดิม

นพ.ทศพร เสรีรักษ์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามมติคณะกรรมการกลั่นกรองเรื่องเสนอคณะรัฐมนตรี คณะที่ 3 (ฝ่ายเศรษฐกิจ) ในคราวประชุม ครั้งที่ 7/2556 เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 28 มี.ค. 56 ตามที่รองนายกรัฐมนตรี(นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง) เสนอ และให้ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา แล้วเสนอคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาก่อนเสนอสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาต่อไป ดังนี้ 1. เห็นชอบในหลักการตามร่างพระราชบัญญัติกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ 2. เห็นชอบให้สำนักงบประมาณจัดสรรงบประมาณเข้าบัญชีเงินสำรองเพิ่มขึ้น เพื่อรองรับภาระการจ่ายบำเหน็จบำนาญ และ3. เพื่อเป็นการให้ความช่วยเหลือและลดภาระให้แก่ข้าราชการและผู้รับบำนาญ จึงเห็นชอบให้ยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับเงินสะสมและผลประโยชน์ของเงินดังกล่าว รวมทั้งเงินบำนาญส่วนเพิ่ม จากการดำเนินการตามแนวทางที่ให้ข้าราชการและผู้รับบำนาญ ซึ่งเป็นสมาชิกกบข. โดยสมัครใจสามารถเลือกกลับไปรับบำนาญตามระบบเดิม

โดยสาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... การแก้ไขปัญหาสมาชิก กบข. ในเรื่องบำนาญ มีดังนี้ 1. ข้าราชการ (สมาชิก กบข. ซึ่งเข้ารับราชการก่อนวันที่ 27 มีนาคม 2540 และสมัครเป็นสมาชิก กบข.) 1.1 สมาชิก กบข. ซึ่งประสงค์จะกลับไปใช้สิทธิในบำเหน็จบำนาญตามพระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ. 2494 ให้แสดงความประสงค์ได้ตั้งแต่วันที่กฎหมายมีผลใช้บังคับ จนถึงวันที่30 กันยายน 2557 และให้ถือว่าสมาชิกภาพของสมาชิกผู้นั้นสิ้นสุดลง ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2557 1.2 ผู้ซึ่งจะต้องออกจากราชการไม่ว่ากรณีใด ๆ ยกเว้นกรณีถึงแก่ความตาย ก่อนวันที่1 ตุลาคม 2557 ให้สมาชิกภาพของสมาชิกผู้นั้นสิ้นสุดลงเมื่อวันออกจากราชการ 1.3 การแสดงความประสงค์ ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2557 หรือวันออกจากราชการ และให้มีสิทธิได้รับบำเหน็จบำนาญตามพระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ. 2494 ทั้งนี้ การแสดงความประสงค์ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กระทรวงการคลังกำหนด 1.4 ข้าราชการตามข้อ (1)-(3) ไม่มีสิทธิได้รับเงินประเดิม เงินชดเชย เงินสมทบ และผลประโยชน์ของเงินดังกล่าว โดยให้ กบข. ส่งเงินดังกล่าวเข้าบัญชีเงินสำรอง สำหรับเงินสะสมและผลประโยชน์ของเงินดังกล่าว กบข. จะจ่ายคืนให้แก่ข้าราชการผู้นั้น

1.5 การส่งเงินเข้าบัญชีเงินสำรองและการจ่ายคืนเงินสะสมและผลประโยชน์ให้เป็นไปตามที่ กบข. กำหนด โดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง ซึ่งจะกำหนดให้ กบข. นำเงินประเดิม เงินสมทบ เงินชดเชย และผลประโยชน์ของเงินดังกล่าวที่ได้รับคืนจากสมาชิกส่งเข้าบัญชีเงินสำรอง ทั้งนี้ กบข. จะต้องจัดทำรายงานการนำเงินประเดิม เงินชดเชย เงินสมทบ และผลประโยชน์ของเงินดังกล่าวส่งเข้าบัญชีเงินสำรองต่อกรมบัญชีกลาง ตามวิธีการที่กระทรวงการคลังกำหนด ซึ่งจะกำหนดรายละเอียดข้อมูลที่ กบข. จะต้องรายงานให้กรมบัญชีกลางทราบ และ1.6 หากข้าราชการซึ่งได้แสดงความประสงค์ไว้แล้วถึงแก่ความตายก่อนวันที่ 1 ตุลาคม 2557 หรือก่อนวันออกจากราชการ ให้ถือว่าการแสดงความประสงค์นั้นไม่มีผลใช้บังคับ

2. ผู้รับบำนาญ (สมาชิก กบข. ซึ่งเข้ารับราชการก่อนวันที่ 27 มีนาคม 2540 และสมัครเป็นสมาชิก กบข. แต่ได้ออกจากราชการแล้ว) 2.1 หากประสงค์จะขอกลับไปรับบำนาญตามสูตรเดิม (พระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ. 2494) ให้แสดงความประสงค์ได้ตั้งแต่วันที่กฎหมายมีผลใช้บังคับจนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2557 และผู้รับบำนาญจะต้องคืนเงินก้อน (เงินประเดิม เงินชดเชย เงินสมทบ และผลประโยชน์ของเงินดังกล่าว) ที่ได้รับไปแล้วแก่ทางราชการ โดยผู้รับบำนาญจะได้รับบำนาญตามสูตรเดิม ตั้งแต่วันที่ออกจากราชการจนถึงวันที่ 30 กันยายน 2557 โดยวิธีหักกลบลบกัน 2.2 การหักกลบลบกัน หากมีกรณีที่ผู้รับบำนาญต้องคืนเงิน ให้ผู้รับบำนาญคืนเงินแก่ส่วนราชการผู้เบิกภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2557 เพื่อนำส่งให้กรมบัญชีกลาง โดยเงินที่ส่วนราชการได้รับคืน ไม่เป็นรายได้ที่ต้องนำส่งคลังตามกฎหมายว่าด้วยเงินคงคลังและกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ หากมีกรณีที่ต้องคืนเงินให้ผู้รับบำนาญ กรมบัญชีกลางจะคืนเงินให้ผู้รับบำนาญ หากมีเงินเหลือจะนำส่งเข้าบัญชีเงินสำรอง

2.3 ผู้รับบำนาญที่ได้แสดงความประสงค์แล้ว เป็นผู้รับบำนาญตามพระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ. 2494 ตั้งแต่วันที่ออกจากราชการ แต่หากผู้รับบำนาญมีกรณีที่ต้องคืนเงิน ให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2557 จึงจะได้รับสิทธิดังกล่าว และ2.4 หากผู้รับบำนาญซึ่งได้แสดงความประสงค์ไว้แล้วถึงแก่ความตายก่อนวันที่ 1 ตุลาคม 2557 ให้ถือว่าการแสดงความประสงค์นั้นไม่มีผลใช้บังคับ และหากมีกรณีต้องคืนเงินให้ส่วนราชการผู้เบิกแจ้งกรมบัญชีกลางเพื่อถอนเงินที่ผู้รับบำนาญคืนให้แก่ส่วนราชการผู้เบิก เพื่อคืนให้แก่ผู้มีสิทธิรับมรดกของผู้รับบำนาญตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กระทรวงการคลังกำหนด โดยหลักเกณฑ์และวิธีการที่กระทรวงการคลังกำหนด จะกำหนดเรื่องการดำเนินการถอนเงินคืนให้แก่ผู้มีสิทธิรับมรดกของผู้รับบำนาญที่ตายไปก่อนกฎหมายมีผลใช้บังคับ


ขอขอบคุณข่าวสาร/ข้อมูลดีๆ จากเว็บไซต์หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ



“กิตติรัตน์” เผย ครม. ไฟเขียว ขรก. ปี 40 กลับไปใช้บำนาญสูตรเดิมได้

ครม.ไฟเขียวแก้กฎหมายกองทุนฯ กบข.ให้สิทธิข้าราชการที่เป็นสมาชิก กบข.ก่อน 27 มี.ค.2540 กลับไปใช้ระบบบำเหน็จบำนาญได้
       
       นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันนี้ (23 เม.ย.) มีมติเห็นชอบในหลักการปรับปรุงพระราชบัญญัติกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เพื่อเปิดโอกาสให้ข้าราชการที่เป็นสมาชิก กบข.โดยสมัครใจ ทั้งที่เป็นข้าราชการ และผู้รับบำนาญ มีทางเลือกในการกลับไปเลือกรับบำนาญตามกฎหมายบำเหน็จบำนาญข้าราชการฉบับเดิมได้ ซึ่งจะเริ่มดำเนินการตั้งแต่ปีงบประมาณ 2558 เป็นต้นไป
       
       ทั้งนี้ กระทรวงการคลังได้รายงานให้ที่ประชุม ครม.ทราบว่า สาระสำคัญของการแก้ไขร่าง พ.ร.บ.กองทุน กบข.กำหนดให้ข้าราชการที่เป็นสมาชิกของ กบข.ที่เข้ารับราชการก่อนวันที่ 27 มี.ค.2540 ที่ต้องการกลับไปใช้สิทธิบำเหน็จบำนาญตามเดิม ให้แสดงความประสงค์ได้ตั้งแต่เดือน มี.ค.-30 ก.ย.2557และให้ถือว่าสมาชิกภาพสิ้นสุดลงตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2557 เป็นต้นไป โดยให้มีสิทธิได้รับบำเหน็จนาญตามกฎหมายเดิม
       
       อย่างไรก็ตาม เมื่อสิ้นสุดสมาชิกภาพแล้วไม่มีสิทธิได้รับเงินประเดิมเงินชดเชย เงินสมทบจากภาครัฐ และผลประโยชน์ของเงินตามหลักเกณฑ์ของ กบข.แต่อย่างใด โดยจะได้รับเฉพาะเงินออมสะสม และผลประโยชน์ของเงินออมของตัวเองที่เคยสะสมอยู่ในกองทุน กบข.เท่านั้น ส่วน กบข.จะนำเงินประเดิมชดเชย เงินสมทบจากภาครัฐ และผลประโยชน์ของเงินตามหลักเกณฑ์ กบข.เข้าบัญชีเงินทุนสำรองของ กบข.ต่อไปเพื่อนำไปใช้ดูแลสมาชิก กบข.ในอนาคตต่อไป แต่หากข้าราชการที่ใช้สิทธิกลับเสียชีวิตก่อนวันที่ 1 ต.ค.2557 หรือก่อนออกจากราชการ ให้ถือว่าการแสดงความประสงค์ครั้งนี้ไม่มีผลใช้บังคับ
       
       ส่วนกรณีผู้รับบำนาญที่เป็นสมาชิกของ กบข.ที่เข้ารับราชการก่อนวันที่ 27 มี.ค.2540 และสมัครเป็นสมาชิก กบข.แต่ได้ออกจากราชการไปก่อนหน้านี้แล้ว หากต้องการกลับไปใช้สิทธิบำเหน็จบำนาญตามกฎหมายเดิม ให้แสดงความประสงค์ได้ตั้งแต่ช่วงเดือน มี.ค. หรือ เม.ย.2557-30 มิ.ย.2557 และผู้รับำบนาญต้องคืนเงินก้อนคือ เงินประเดิม เงินชดเชย เงินสมทบ และผลประโยชน์ของเงินดังกล่าวที่ได้รับไปแล้วแก่ทางราชการ โดยผู้ที่ขอรับบำนาญจะได้รับเงินบำนาญตามสูตรเดิมตั้แงต่วันที่ออกราชการจนถึงวันที่ 30 เม.ย.2557 โดยหักกลบลบกัน ขณะเดียวกัน หากมีการคืนเงินตามที่กำหนดต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จในวันที่ 30 มิ.ย.2557 เช่นกัน รวมถึงความประสงค์นี้จะไม่มีผลในกรณีที่ข้าราชการเสียชีวิตก่อนวันที่ 1 ต.ค.2557 ด้วยเช่นกัน
       
       เบื้องต้น คาดว่าจะมีข้าราชการกลับไปใช้สิทธิตามกฎหมายเดิม ประมาณ 7.33 แสนคน หรือประมาณ 75% จากทั้งหมดที่เป็นสมาชิกของ กบข.โดยสมัครใจ ทั้งที่เป็นข้าราชการ และผู้รับบำนาญ รวม 9.77 แสนคน โดยมีสมมติฐานว่ามีอายุราชการมากกว่า 35 ปี และมีอายุวันที่สมัครเป็นสมาชิก กบข.เกินกว่า 40 ปี และทั้งหมดเมื่อคำนวณรายจ่ายที่เพิ่มขึ้น และรายรับที่ได้รับชดเชยกลับมาแล้ว รัฐจะมีภาระเพี่มขึ้นมากถึง 9.50 แสนล้านบาท ในช่วง 44 ปี หรือคิดเฉลี่ยปีละ 21,595 ล้านบาท ขณะที่ในปีแรกคือ ปีงบประมาณ 2558 จะใช้งบประมาณเพิ่มขึ้น 1,041 ล้านบาท ขณะเดียวกัน จะทำให้รัฐบาลมีภาระเพิ่มขึ้นประมาณ 3.6 แสนล้านบาท ในช่วง 44 ปีข้างหน้า



ขอขอบคุณข่าวสาร/ข้อมูลดีๆ จากเว็บไซต์หนังสือพิมพ์ASTVผู้จัดการ
 
 
  ภาพเพิ่มเติม

ไม่มีความเห็น
 
 
 

[ข่าวในหมวดเดียวกัน]
20 สาขาวิชาสุดแปลก สอนจริง...เรียนจริง ปริญญามิกกี้เม้าส์!!! [1328]
การตรวจสอบข้อมูลข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในระบบทะเบียนประวัติข้าราชการครู [2589]
สำรวจรายชื่อข้าราชการและลูกจ้างประจำที่จะมีอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์และต้องพ้นจากราชการเมื่อสิ้นปี 2558 [1882]
Download แผ่นป้าย ไวนิล โปสเตอร์ รณรงค์ค่านิยม 12 ประการ [3184]
ผลการประชุมผู้บริหารองค์กรหลัก ครั้งที่ 23/2557 เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2557 [843]

 
***ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริง หรือชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาทางอีเมล์ webmaster@kruthai.info เพื่อให้ผู้ดูแลระบบทราบ และทำการลบข้อความนั้นออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้
 


ชมรมครูและบุคลากรทางการศึกษาออนไลน์แห่งประเทศไทย (ชคบท.)