www. k r u t h a i . i n f o  ชุมชนครูและบุคลากรทางการศึกษาออนไลน์ |
วันศุกร์ ที่ 24 ตุลาคม 2557
หน้าแรก
ข่าวสารประจำวัน
ข่าวการศึกษา
ค้นข่าวมาเล่า
วิพากษ์การศึกษา
กระดานสนทนา
กฎ ระเบียบ แนวปฏิบัติ
พระราชบัญญัติ
กฎกระทรวง
ระเบียบ แนวปฏิบัติ
งานวิชาการ
งานบุคคล
งานงบประมาณ
งานบริหารทั่วไป
บริการครูไทย
ข่าวประชาสัมพันธ์
ย้ายสับเปลี่ยน
เผยแพร่ผลงานวิชาการ
แนะนำเว็บไซต์โรงเรียน
KruThai Variety
สาระน่ารู้
สุขภาพ
วิทยาศาสตร์
รอบรู้ ICT
Clip VDO
คุณครูพาเที่ยว
ความสวย ความงาม
ความเชื่อ ราศี
ดูดวง
ตรวจลอตเตอรี่
 

ผลประชุมกระทรวงศึกษาธิการ ครั้งที่ 3/2556 วันที่ 6 มี.ค.56

 
     
  โพสเมื่อ : 7 มี.ค. 2556 โดย : Kruthai เปิดอ่าน 6139 | คิดเห็น 0  
 
คะแนนของข่าวนี้
(45.71%-7 ผู้โหวต)
 
 

.....

ศึกษาธิการ - นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุมกระทรวงศึกษาธิการ ครั้งที่ ๓/๒๕๕๖ เมื่อวันที่ ๖ มีนาคม ๒๕๕๖ ณ ห้องประชุมราชวัลลภ โดยมีนายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วยผู้บริหารฝ่ายการเมือง คือนายสุวัฒน์ ตันติพัฒน์/นางฉวีวรรณ คลังแสง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ  ผู้ช่วยศาสตราจารย์ประแสง มงคลศิริ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ  ศาสตราจารย์ ธเนศวร์ เจริญเมือง ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และ ดร.วรกร คำสิงห์นอก ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เข้าร่วมประชุมกับผู้บริหารองค์กรหลักและหน่วยงานในกำกับของกระทรวงศึกษาธิการ โดยมีสาระสำคัญสรุปดังนี้


 

  • รับทราบสรุปวงเงินและคำของบประมาณรายจ่ายฯ ปี ๒๕๕๗ ของ ศธ. ๖๕๓,๘๗๔ ล้านบาท

ที่ประชุมรับทราบสรุปวงเงินและคำของบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๗ ของกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่ง ศธ.ได้เสนอวงเงินไปให้สำนักงบประมาณพิจารณาในภาพรวมแล้ว เมื่อวันที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖จำนวนทั้งสิ้น ๖๕๓,๘๗๔.๔๓๖๗ ล้านบาท ประกอบด้วยงบประมาณรายจ่ายจำนวน ๖๔๔,๔๙๐.๓๓๔๓ ล้านบาท และงบประมาณกองทุนและเงินทุนหมุนเวียน จำนวน ๙,๓๘๔.๑๐๒๔ ล้านบาท เพื่อการดำเนินงาน ตามภารกิจหลักสำคัญที่เป็นความจำเป็นพื้นฐาน นโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลที่ต้องดำเนินการต่อเนื่อง นโยบายการศึกษาของรัฐบาล ยุทธศาสตร์ประเทศของรัฐบาล และจุดเน้นการขับเคลื่อนนโยบายด้านการศึกษาของ ศธ. ที่เชื่อมโยงกับยุทธศาสตร์การจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๕๗ ของรัฐบาล


@ งบประมาณรายจ่าย ๖๔๔,๔๙๐.๓๓๔๓ ล้านบาท ประกอบด้วย
- สป. ๖๖,๙๙๔ ล้านบาท
- สกศ. ๓๕๒
 ล้านบาท
- สพฐ. ๓๕๕,๑๔๖
 ล้านบาท
- สอศ. ๒๗,๕๗๓
 ล้านบาท
- สกอ. ๑๘๘,๒๔๘
 ล้านบาท
- หน่วยงานในกำกับฯ และองค์การมหาชน ๖,๑๗๓
 ล้านบาท คือ 
- สสวท.๒,๕๘๐
 ล้านบาท  
- สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา ๓๕๘
 ล้านบาท   
- สกสค. ๑,๐๘๕
 ล้านบาท   
- โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ ๓๔๖
 ล้านบาท   
- สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา ๙๗
 ล้านบาท   
- สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ ๑,๖๗๘
 ล้านบาท

@ งบประมาณกองทุนและเงินทุนหมุนเวียน ๙,๓๘๔.๑๐๒๔ ล้านบาท

ทั้งนี้ รมว.ศธ.ได้ย้ำให้ทุกส่วนราชการ หน่วยงานในกำกับฯ และองค์การมหาชน บันทึกข้อมูลรายละเอียดและวงเงินคำขอดังกล่าวลงในระบบคำของบประมาณอิเล็กทรอนิกส์ e-Budgeting ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๕๗ ระดับกระทรวง และระดับกรมด้วย เพื่อนำส่งข้อมูลไปยังสำนักงบประมาณต่อไป

  
  

  •   รับทราบปฏิทินงบประมาณรายจ่ายประจำปีฯ พ.ศ.๒๕๕๗

ที่ประชุมรับทราบปฏิทินงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๕๗ ตามมติ ครม. ๒๑ มกราคม ๒๕๕๖ ดังนี้

 ๙ เมษายน ๒๕๕๖  ครม.พิจารณาให้ความเห็นชอบรายละเอียดงบประมาณ พร้อมหลักเกณฑ์การปรับปรุงงบประมาณ ปี ๒๕๕๗
๑๐-๑๗ เมษายน ๒๕๕๖  ทุกส่วนราชการปรับปรุงรายละเอียดงบประมาณ ตามหลักเกณฑ์ที่ ครม.ให้ความเห็นชอบ และส่งสำนักงบประมาณ
๓๐ เมษายน ๒๕๕๖  ครม.ให้ความเห็นชอบการปรับปรุงงบประมาณ
๑๔ พฤษภาคม ๒๕๕๖  ครม.พิจารณาให้ความเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.งบประมาณและเอกสารประกอบงบประมาณเพื่อนำเสนอสภาผู้แทนราษฎร
๒๙-๓๐ พฤษภาคม ๒๕๕๖  สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ วาระที่ ๑
๑๔-๑๕ สิงหาคม ๒๕๕๖ 
 สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ วาระที่ ๒ และ ๓
๒ กันยายน ๒๕๕๖  วุฒิสภา
สภาพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ
๙ กันยายน ๒๕๕๖  สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี นำร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๕๗ ขึ้นทูลเกล้าถวายฯ เพื่อประกาศบังคับใช้เป็นกฎหมายต่อไป

  • รับทราบรายงานความก้าวหน้าโครงการ ๑ อำเภอ ๑ ทุน รุ่นที่ ๔

ที่ประชุมรับทราบ สป.ศธ.ได้รายงานความก้าวหน้าการดำเนินงานตามโครงการ ๑ อำเภอ ๑ ทุน รุ่นที่ ๔ ซึ่งมติ ครม.เมื่อวันที่ ๒๑ มกราคม ๒๕๕๖ ได้เห็นชอบในหลักการให้จัดสรรทุนเป็น ๒ ประเภท คือ ทุนประเภท ๑ สำหรับผู้ที่เรียนดี มีคะแนนเฉลี่ยสะสมระดับ ม.ปลาย ไม่ต่ำกว่า ๓.๐๐ มีความประพฤติดี แต่มีรายได้น้อย ครอบครัวมีรายได้ไม่เกิน ๒ แสนบาทต่อปี จำนวน ๙๒๘ ทุน ให้ไปศึกษาใน ๓๕ ประเทศ และทุนประเภท ๒ สำหรับผู้ที่เรียนดี มีคะแนนเฉลี่ยสะสมระดับ ม.ปลายไม่ต่ำกว่า ๓.๐๐ มีความประพฤติดี ให้ไปศึกษาในสาขาวิชาที่ขาดแคลนด้านวิทยาศาสตร์ จำนวน ๙๒๘ ทุน

จากการรับสมัครผู้รับทุนทั้ง ๒ ประเภท ระหว่างวันที่ ๒๘ มกราคม - ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ มีผู้สมัครรับทุนรวมทั้ง ๒ ประเภทจำนวนประมาณ ๒๐,๐๐๐ คน แบ่งเป็นทุนประเภท ๑ มีผู้สมัครจำนวน ๖,๕๘๒ คน และทุนประเภท ๒ จำนวนกว่า ๑๔,๐๐๐ คน (รอรับรายงานเพิ่มอีก ๓ เขตพื้นที่การศึกษา) โดยกลุ่มนักเรียนที่สมัครสอบส่วนใหญ่อยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รองลงมาคือ ภาคเหนือ ภาคใต้ และภาคกลาง ตามลำดับ

การดำเนินงานขั้นตอนต่อไป จะมีการสอบข้อเขียนในวันที่ ๑๗ มีนาคม ๒๕๕๖ ซึ่งจะจัดสอบในศูนย์สอบแต่ละจังหวัดๆ ละ ๑ แห่ง ยกเว้นบางจังหวัด คือ  กรุงเทพฯ เชียงใหม่ และตาก มีศูนย์สอบ ๒ แห่ง โดยจะประกาศรายชื่อผู้สอบผ่านข้อเขียนในวันที่ ๑๙ เมษายน ๒๕๕๖ สอบสัมภาษณ์ในวันที่ ๒๘ เมษายน ๒๕๕๖ และประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์ได้รับทุนในวันที่ ๘ พฤษภาคม ๒๕๕๖ จากนั้นจะมีการปฐมนิเทศระหว่างวันที่ ๑๙-๒๖ พฤษภาคม ๒๕๕๖  และการเตรียมความพร้อมของผู้รับทุนด้านภาษาและวัฒนธรรมของประเทศที่ผู้รับทุนเลือกไปศึกษาในช่วงเดือนมิถุนายน-สิงหาคม ๒๕๕๖ ซึ่งผู้รับทุนทุกรายจะเริ่มเดินทางไปศึกษาต่อต่างประเทศ ตั้งแต่เดือนกันยายน ๒๕๕๖ เป็นต้นไป

  
  

  • รับทราบผลการประชุมระดับภูมิภาคด้านการศึกษาเพื่อปวงชน ครั้งที่ ๑๓

ที่ประชุมรับทราบ สป.ศธ.ได้รายงานผลการประชุมระดับภูมิภาคผู้ประสานงานระดับชาติด้านการศึกษาเพื่อปวงชน ครั้งที่ ๑๓ (13th Regional Meeting of National EFA Coordinators : The Big Push) จัดโดยสำนักงานยูเนสโก กรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ ๒๖-๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ ที่โรงแรมอิมพีเรียล ควีนส์ปาร์ค กรุงเทพฯ (รายละเอียดติดตามได้ในข่าวสำนักงานรัฐมนตรี ๘๕/๒๕๕๖)

  • รับทราบข้อมูลการประเมินระดับนานาชาติของ PISA ปี ๒๕๕๕

ที่ประชุมรับทราบ สพฐ.ได้นำเสนอข้อมูลที่ธนาคารโลกได้สรุปผลวิเคราะห์และให้ข้อเสนอแนะข้อมูลจากผลการประเมินในระดับนานาชาติของประเทศไทย คือ PISA (2000-2009) และ TIMSS (1999-2007) ออกเผยแพร่ในเดือนมกราคม ๒๕๕๕ โดยใช้ชื่อเรื่อง Learning Outcomes in Thailand, What Can We Learn from International Assessments? ซึ่งผลคะแนนระดับนานาชาติจะมีส่วนสำคัญในการกระตุ้นให้ภาครัฐ ประชาชน และระบบการศึกษาของประเทศ ต้องเร่งปรับปรุงคุณภาพการศึกษาของประเทศอย่างจริงจัง เพื่อป้องกันไม่ให้ประชาชนขาดทักษะที่จำเป็นในการแข่งขันทางสังคมและประชาคมระหว่างประเทศ

  
  
ภาพ สถาพร ถาวรสุข

นอกจากนี้ รมว.ศธ.และ รมช.ศธ. ได้ฝากให้ที่ประชุมรับทราบและดำเนินการในประเด็นต่างๆ คือ

  • การสอบบรรจุครูผู้ช่วย  ซึ่งจะต้องรอผลสอบสวนจาก DSI ให้เสร็จสิ้นก่อน จึงเห็นควรเลื่อนการประชุม ก.ค.ศ.ในวันที่ ๑๓ มีนาคมนี้ออกไปก่อน อย่างไรก็ตาม รมว.ศธ.ย้ำว่าการสอบบรรจุครูผู้ช่วยควรจะต้องดำเนินการจัดสอบให้เสร็จสิ้นโดยเร็วภายในเดือนเมษายน ๒๕๕๖ เพื่อไม่ให้โรงเรียนเอกชนประสบปัญหาการขาดแคลนครู กรณีที่ครูเอกชนได้รับการบรรจุแต่งตั้งเป็นครูผู้ช่วย โดยจะมีการให้มหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงและเป็นที่ยอมรับของสังคม มาดำเนินการจัดสอบ โดย รมว.ศธ.ย้ำว่าต้องป้องกันการทุจริตในกระบวนการสอบแข่งขันอย่างรัดกุมมากขึ้น ไม่ให้เกิดปัญหาขึ้นอีก

  • กองทุนตั้งตัวได้  หลังจากที่นายกรัฐมนตรีได้เป็นประธานเปิดตัวโครงการกองทุนตั้งตัวได้ไปแล้ว ขอให้ สกอ.เร่งดำเนินการ โดยเชิญคณะกรรมการบริหารกองทุนตั้งตัวได้ มาร่วมประชุมเพื่อดำเนินการขับเคลื่อนกองทุน พร้อมทั้งให้ สกอ.รายงานผลความคืบหน้าการดำเนินการเป็นระยะด้วย

  •  เชิญข้าราชการ นักเรียนนักศึกษา และประชาชนผู้สนใจเข้าร่วมชมนิทรรศการ Thailand 2020 "ก้าวใหม่เชื่อมไทยสู่โลก การลงทุนของประชาชน...เพื่อประชาชน" ระหว่างวันที่ ๘-๑๒ มีนาคม ๒๕๕๖ ณ อาคาร B (อาคารรัฐประศาสนภักดี) ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ ถนนแจ้งวัฒนะ จ.นนทบุรี ซึ่งนายกรัฐมนตรีรับเชิญเป็นประธานเปิดงานในวันที่ ๘ มีนาคม ๒๕๕๖ เวลา ๑๗.๓๐ น. โดยมีกิจกรรมสำคัญในงาน เช่น การสัมมนาหัวข้อ "ยุทธศาสตร์การลงทุนเพื่ออนาคตประเทศไทย" และ "การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ๒ ล้านล้าน... ประเทศชาติและประชาชน ๔ ภาคได้อะไร" พร้อมทั้งมีการจำหน่ายสินค้า OTOP ระดับ ๕ ดาว ร้านธงฟ้าราคาประหยัด เป็นต้น

  •  การจัดงานรำลึกคุรุวีรชนชายแดนใต้ ครั้งที่ ๕ ที่โรงแรมซีเอส ปัตตานี ในวันที่ ๒๘ มีนาคม ๒๕๕๖ โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน

  •  มาตรการประหยัดพลังงาน  รมว.ศธ.ย้ำให้ทุกท่านได้ใส่ใจดูแลเรื่องการประหยัดพลังงาน ซึ่งนอกจากจะช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานของประเทศแล้ว จะช่วยรักษาด้านสิ่งแวดล้อมด้วย

  •  การลงโทษนักเรียนโดยใช้ไม้เรียวเฆี่ยนตีนักเรียน  ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการได้นำคลิปวีดิโอให้ รมว.ศธ.ดูกรณีที่ครูผู้ช่วยรายหนึ่งใน จ.ชลบุรี ทำโทษนักเรียนโดยใช้ไม้เรียวตีเด็กนักเรียนอย่างรุนแรง จากการที่นักเรียนรายนั้นไม่ได้ทำรายงานส่งตามเวลาที่กำหนดซึ่งมีการออกข่าวทางโทรทัศน์ช่อง ๗ ด้วยว่า ครูรายนั้นได้รับการว่ากล่าวตักเตือนจากสถานศึกษา และรายงานให้เขตพื้นที่การศึกษาทราบเท่านั้น จึงขอให้ สพฐ.ได้พิจารณาดำเนินการกรณีดังกล่าว เพื่อป้องกันไม่ให้ครูกระทำรุนแรงต่อนักเรียน ซึ่งสถานศึกษาหรือหน่วยงานต้นสังกัดไม่ควรปล่อยปละละเลยกรณีครูกระทำการลงโทษนักเรียนด้วยวิธีการที่รุนแรง และยุติเรื่องเพียงแค่ว่ากล่าวตักเตือนครูเท่านั้น

 


ขอขอบคุณข่าวสาร/ข้อมูลดีๆ จากเว็บไซต์ กระทรวงศึกษาธิการ
 
 
  ภาพเพิ่มเติม

ไม่มีความเห็น
 
 
 

[ข่าวในหมวดเดียวกัน]
การบรรจุผู้สำเร็จการศึกษาทุนโครงการเพชรในตม [418]
ประกาศผลการพัฒนาข้าราชการครูฯก่อนแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ผอ.สพท. รุ่นที่ 2/2557 [1943]
แนวปฏิบัติเกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอนกลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา [3560]
การจัดทำข้อมูลและรายงานตำแหน่งว่างจากผลการเกษียณอายุราชการเมื่อสิ้นปีงบประมาณ พ.ศ. 2557 [2296]
รมว.ศธ.หารือกับคณะกรรมการคุรุสภา [2286]

 
***ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริง หรือชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาทางอีเมล์ webmaster@kruthai.info เพื่อให้ผู้ดูแลระบบทราบ และทำการลบข้อความนั้นออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้
 


ชมรมครูและบุคลากรทางการศึกษาออนไลน์แห่งประเทศไทย (ชคบท.)