www. k r u t h a i . i n f o  ชุมชนครูและบุคลากรทางการศึกษาออนไลน์ |
วันเสาร์ ที่ 26 กรกฎาคม 2557
หน้าแรก
ข่าวสารประจำวัน
ข่าวการศึกษา
ค้นข่าวมาเล่า
วิพากษ์การศึกษา
กระดานสนทนา
กฎ ระเบียบ แนวปฏิบัติ
พระราชบัญญัติ
กฎกระทรวง
ระเบียบ แนวปฏิบัติ
งานวิชาการ
งานบุคคล
งานงบประมาณ
งานบริหารทั่วไป
บริการครูไทย
ข่าวประชาสัมพันธ์
ย้ายสับเปลี่ยน
เผยแพร่ผลงานวิชาการ
แนะนำเว็บไซต์โรงเรียน
KruThai Variety
สาระน่ารู้
สุขภาพ
วิทยาศาสตร์
รอบรู้ ICT
Clip VDO
คุณครูพาเที่ยว
ความสวย ความงาม
ความเชื่อ ราศี
ดูดวง
ตรวจลอตเตอรี่
 

รอ 1 เดือนปรับสูตรบำนาญ

 
     
  โพสเมื่อ : 31 มี.ค. 2555 โดย : Kruthai เปิดอ่าน 11104 | คิดเห็น 0  
 
คะแนนของข่าวนี้
(73.58%-536 ผู้โหวต)
 
 

.....

นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยภายหลังการหารือกับเครือข่ายสมาชิกกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) แห่งประเทศไทย และนายธงทอง จันทรางศุ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ว่า ตัวแทนสมาชิกกบข.เรียกร้องแก้ไข พ.ร.บ. กบข.2539 มาตรา 63 เรื่องการคิดคำนวณบำเหน็จบำนาญข้าราชการ รวมถึงการแก้ไขพ.ร.บ. กบข.มาตรา 59 เพื่อให้ข้าราชการที่เสียชีวิตควรได้รับเงินชดเชย และผลประโยชน์อื่นจากการลงทุนของ กบข. ซึ่งกรมบัญชีกลางและสำนักนายกฯ รับทราบข้อเสนอ เพื่อพิจารณาหาข้อสรุปให้ได้ภายใน 1 เดือน

ทั้งนี้ สมาชิก กบข.เสนอขอแก้มาตรการ 63 โดยเสนอให้คำนวณจากอัตราเงินเดือนเฉลี่ย 24 เดือนสุดท้าย คูณด้วยเวลาราชการ หารด้วย 50 และไม่ควรต่ำกว่า 85% ของเงินเดือนเฉลี่ย 24 เดือนสุดท้าย จากปัจจุบันที่คำนวณจากอัตราเงินเดือนเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย ย้อนหลัง 5 ปี แต่ไม่เกิน 70% ของเงินเดือนเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้ายทำให้ได้รับบำนาญน้อยลง อย่างไรก็ดี นายธงทองได้ชี้แจงว่า คงเป็นไปไม่ได้ที่จะประกันการจ่ายบำนาญอย่างน้อยไม่ต่ำกว่า 85% จากปัจจุบันอยู่ที่ 70%

ขอขอบคุณข่าวสาร/ข้อมูลดีๆ จากเว็บไซต์หนังสือพิมพ์ข่าวสด


นอกจากนี้เว็บครูไทยได้รับการเปิดเผยจากสมาชิก กบข.ท่านหนึ่งเกี่ยวกับ กบข. ดังนี้

ลักษณะภัยวิบัติของ“กองทุนเบียดเบียนข้าราชการ” “กบข.อัปยศ”ดังนี้

1.ทำให้สมาชิกสิ้นอิสรภาพทันที นับแต่วันเข้าเป็นสมาชิกไม่สามารถลาออกได้ แม้แต่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรียังสามารถลาออกได้
2. สมาชิกตายได้ค่าตอบแทนน้อย (ต่ำกว่าครึ่ง)
3. ได้รับเงินก้อนน้อยลงทุกปี ไม่เป็นไปตามที่โฆษณาประชาสัมพันธ์ไว้ตั้งแต่แรกว่าจะได้คนละ 1-3 ล้านบาท
4. เมื่อเกษียณได้รับบำนาญน้อย สมาชิกไม่สามารถดำรงชีพอยู่ได้ในวัยเกษียณ
5. นำอายุราชการมาคำนวณบำนาญได้แค่ 35 ปีเวลาทวีคูณมากๆ ไม่มีประโยชน์ใดๆ
6. นำเงินของสมาชิกไปลงทุนโดยที่สมาชิกไม่มีส่วนรู้เห็น ขาดทุนแล้วกรรมการไม่รับผิดชอบ โยนให้สมาชิกรับไปทั้งหมด รัฐบาลไม่ประกันความเสี่ยงให้
7. บริหารงานไม่โปร่งใส มีผลประโยชน์ซับซ้อน
8. กรรมการตัวแทนของแต่ละกระทรวงไม่เป็นปากเป็นเสียงแทนสมาชิก รับแต่เบี้ยเลี้ยง เบี้ยประชุมอย่างเดียวและเป็นตัวแทนของฝ่ายผลประโยชน์ ไม่มีตัวแทนของฝ่ายสมาชิกอย่างแท้จริง
9. นำเงินที่หักสะสมของสมาชิกไปใช้ฟุ่มเฟือยในหมู่คณะของเจ้าหน้าที่ กบข. ทั้งเงินเดือน (เลขาธิการ กบข.เงินเดือน 400,000 บาท) เบี้ยประชุมเงิน โบนัส ค่าประชาสัมพันธ์ทุกรูปแบบ ค่าทนาย ต่อสู้คดีกับสมาชิก ค่าที่ปรึกษาทางการเงิน ฯลฯ เป็นเงินมหาศาล
10. ประชุมใหญ่ประจำปีทุกปี ไม่มีการรับรองงบดุลรายรับ-รายจ่าย เพียงแต่แจ้งให้ที่ประชุมทราบก็ถือว่าสมบูรณ์แล้ว ซึ่งมีที่เดียวในโลก แม้แต่งบประมาณประจำปีของรัฐบาล ยังต้องมีการรับรอง
11. ใช้ระบบเผด็จการกีดกันสมาชิก ผู้ที่จะอภิปรายถึงส่วนได้ส่วนเสีย ไม่ให้เข้าร่วมประชุม ทำให้สมาชิกขาดการรับรู้ ขาดการมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการอย่างสิ้นเชิง ให้ตัวแทนไปร่วมรับฟังเพียงอย่างเดียว เขาบอกเพียงอย่างเดียวว่าสมาชิกโง่......ไม่รู้เรื่องเงิน กบข...บัดซบสิ้นดี

สมาชิกโปรดวิเคราะห์ว่า
          1. เมื่อมี กบข.แล้ว...ใครได้...ใครเสีย
          2. กบข.ทำให้เราเดือดร้อนจริงหรือไม่ (แม้แต่เดินขบวนให้แก้ไขกฎหมาย กบข.ก็เดือดร้อนไปหมด แล้วเงินของเรา...ทำไมจึงให้เราเดือดร้อนได้ขนาดนี้)
          3. กบข.ยังจะมีประโยชน์และยังมีความจำเป็นกับชีวิตเราอีกหรือไม่

ตัวอย่างเปรียบเทียบการคำนวณเงินบำนาญ


สมมุติว่า นาย ก มีเงินเดือนสุดท้าย
21,970 บาท อายุราชการ 37 ปี

          การคำนวณบำนาญแบบเดิม

                   บำนาญ = (เงินเดือนเดือนสุดท้าย x จำนวนปีเวลาราชการ) / 50

                             = (21,970 x 37) / 50

                             = 16,257.80 บาท

                             จะได้รับเงินบำนาญ จำนวน 16,257 บาท 80 สตางค์

          การคำนวณบำนาญแบบใหม่ที่ใช้ในปัจจุบัน

                   บำนาญ = (เงินเดือนเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย x จำนวนปีเวลาราชการ) / 50

                             = (18,423 x 37.49) / 50

                             = 13,813.56

                   ไม่เกิน 70% ของเงินเดือนเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย

                             = (18,423 x 70) / 100

                             = 12,896.10

                   จะได้รับเงินบำนาญ จำนวน 12,896 บาท 10 สตางค์

จะเห็นได้ว่า นาย ก ควรได้บำนาญ 16,257.80 บาท แต่คำนวณตามสูตรแบบใหม่ได้ 13,813.56 บาท ยังไม่พอ ยังโกงเราอีกด้วยการกำหนดว่า “ไม่เกิน 70% ของเงินเดือน 60 เดือนสุดท้าย” โดยคำนวณแล้วเหลือเพียง 12,896.10 บาท

นั่นหมายความว่า นาย ก ถูกโกงไป 16,257.80 – 12,896.10 = 3,361.70 บาท ต่อเดือน

แล้ว นาย ก เงินเดือน 2 หมื่นกว่า ถูกโกงไปเดือนละ 3 พันกว่า จะถูกโกง ? ต่อปี

แล้วเรา เกษียณที่เงินเดือน ...? จะถูกโกง ?

สมาชิก กบข. ที่โดนโกงเหมือน นาย ก มี ?


เลขาธิการ ก.พ.ยืนยันไม่มีแนวคิดยุบ กบข. และกลับไปใช้บำนาญสูตรเดิม
 
เลขาธิการ ก.พ.ในฐานะบอร์ด กบข. ย้ำไม่มีแนวคิดเสนอให้ยุบ กบข. และให้กลับไปใช้บำนาญสูตรเดิม

เลขาธิการ ก.พ.ในฐานะบอร์ด กบข. ย้ำไม่มีแนวคิดเสนอให้ยุบ กบข. และให้กลับไปใช้บำนาญสูตรเดิม ระบุเป็นเรื่องระดับนโยบาย เกี่ยวโยงกับงบประมาณแผ่นดิน ทุกฝ่ายต้องหารือกันอย่างรอบคอบ เพื่อหาออกร่วมกัน สำหรับผลตอบแทนการลงทุนของ กบข.เฉลี่ยที่ 7% ถือเป็นระดับที่สูงกว่าอัตราเงินเฟ้อ สอดคล้องกับเป้าหมายการลงทุนของ กบข.

จากกรณีที่หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ ฉบับวันพุธที่ 28 มีนาคม 2555 นำเสนอข่าวว่า นายนนทิกร กาญจนะจิตรา เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ระบุว่า สำนักงาน ก.พ.จะเสนอให้มีการยกเลิกกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) และกลับไปจ่ายเงินบำนาญแบบเดิมนั้น

นายนนทิกร กาญจนะจิตรา เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ในฐานะคณะกรรมการกบข. และประธานคณะอนุกรรมการสมาชิกสัมพันธ์ กบข. กล่าวว่า มีความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนในการนำเสนอข่าว เนื่องจาก สำนักงาน ก.พ. ไม่มีแนวคิดที่จะเสนอให้มีการยกเลิกกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) และกลับไปจ่ายเงินบำนาญแบบเดิมแต่อย่างใด เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องระดับนโยบาย ปัจจุบันทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างหารือ เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับ พ.ร.บ. กบข. ดังกล่าวแล้ว

อย่างไรก็ดี สำหรับการลงทุนของ กบข. นั้นมีเป้าหมายการลงทุน เพื่อสร้างผลตอบแทนการลงทุนระยะยาวสูงกว่าอัตราเงินเฟ้อ ที่ผ่านมาผลตอบแทนเฉลี่ยตั้งแต่จัดตั้งกองทุน( ปี 2540 – 2554 ) ที่ 7% ถือเป็นระดับที่สูงกว่าอัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยที่ 2.97% ท่ามกลางสถานการณ์ลงทุนในปัจจุบันที่เปลี่ยนไปจากอดีตค่อนข้างมาก



ที่มา http://www.gpf.or.th/web/GPF_News.asp?newsid=377

---------------------------------------

โต้คำชี้แจงของ กบข.


เรียน บรรณาธิการข่าวสด 

เรื่อง ทุกข์ของลูกค้ากบข. 

ผมได้อ่านกบข.ชี้แจงทหารชั้นผู้น้อย ในบ.ก.ตอบจดหมาย เมื่อ 13 มี.ค.2555 โดยนางศรีกัญญา ยาทิพย์ ผู้ช่วยเลขาธิการ กบข.ชี้แจงว่า สมาชิกจะได้รับเงินบำนาญจากกรมบัญชีกลางแล้ว ยังจะได้รับเงินก้อนจากกบข.ซึ่งเป็นเงินสะสมของสมาชิก เงินสมทบ เงินชดเชยและเงินประเดิม รวมทั้งผลประโยชน์ ฯลฯ เป็นคำชี้แจงที่เหมือนเดิม เพราะไม่ได้เอาตัวเลขมาพูด ถ้าพวกเขาไม่เดือดร้อนคงไม่ร้องหรอกครับ

เงิน 4 ก้อนที่ว่าก็คือ ก้อนที่ 1 เป็นเงินที่สมาชิกส่งเข้า กบข. 3% ของเงินเดือน ซึ่งเป็นเงินส่วนตัวของสมาชิกที่ออม เช่นเดียวกับเงินที่ฝากธนาคารไว้กินเมื่อแก่เฒ่า ถ้าไม่ฝากกบข. เขาก็ฝากธนาคารได้ กบข.ไม่ต้องเอามาคิด ส่วนอีก 3 ก้อน (เงินประเดิม เงินชดเชย เงินสมทบ) ที่ได้รับจากกบข.ไม่คุ้มเลยกับที่หายไป เพราะเงิน 3 ก้อนที่ได้รับ พร้อมดอกผลที่ว่านั้นเท่ากับเงินบำนาญส่วนที่หายไปไม่เกิน 3 ปีเท่านั้น แต่พวกเขาไม่ได้ตายเมื่อครบ 3 ปีนี่ครับ ยังต้องมีชีวิตอยู่ต่อไปอีก แต่บำนาญส่วนที่หายไปนั้นหายไปตลอดชีวิต ผมขอเอาตัวเองเป็นตัวอย่างมาชี้แจงดังนี้

1.ผมเป็นสมาชิกกบข.เกษียณได้เงินบำนาญ 18,264 บาท/เดือน แต่เพื่อนผมไม่เป็นสมาชิกกบข.ได้ 30,730 บาท/เดือน (เงินผมหายไป 12,466 บาท/เดือน)

2.ผมได้เงินก้อนกบข. (เงินสมทบ เงินชดเชยและเงินประเดิม) 425,770 บาท ซึ่งเท่ากับเงินที่หายไป 12,466 บาท เป็นเวลา 34 เดือนเศษหรือ 2 ปี 10 เดือนเท่านั้น หลังจากนั้นก็หายไปตลอดชีวิต 

3.เหตุที่สมัครเข้ากบข. เพราะมีเจ้าหน้าที่กบข.มาชี้แจง พร้อมคำนวณตัวเลขให้ดูก่อนสมัครว่า ผมจะได้เงินถึง 2 ล้านกว่าบาทเมื่อเกษียณ จึงได้สมัคร

4.ข้อสำคัญถ้าผมเสียชีวิต ตามระเบียบแล้วทายาทจะได้รับเงิน 30 เท่าของบำนาญ ผมเป็นสมาชิกกบข. ทายาทได้รับ 30 เท่าของเงิน 18,264 บาท แต่เพื่อนไม่เป็นสมาชิกกบข. ได้รับ 30 เท่าของเงิน 30,730 บาท มันน่าช้ำใจขนาดไหน ของผู้ตั้งใจอดออมเพื่ออนาคตกับ กบข. ลูกเมียก็พลอยรับกรรมไปด้วย

ฝากกราบเรียนผ่านไปยัง นายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร พิจารณาด้วย

กรุณาแก้ มาตรา 63 เถิดครับ อย่าให้ผู้ที่ตั้งใจอดออมเพื่ออนาคต เสียเปรียบผู้ที่ไม่ยอมเก็บออมเงินเลย และกบข.ก็เกิดสมัยนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร ด้วยครับ

ขอแสดงความนับถือ

สมาชิกกบข.

ตอบ สมาชิก กบข.

มีเสียงร้องเรียนและมีคำชี้แจงจากกบข. พร้อมกับจะมีปฏิกิริยาตอบโต้ตามมาอยู่เรื่อยๆ นั่นแสดงว่ายังมีความไม่ลงตัว คงจะต้องหาคำตอบที่ชัดเจนกันต่อไป



ขอขอบคุณข่าวสาร/ข้อมูลดีๆ จากเว็บไซต์หนังสือพิมพ์ข่าวสด
 
 
  ภาพเพิ่มเติม

ไม่มีความเห็น
 
 
 

[ข่าวในหมวดเดียวกัน]
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย(ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 [6599]
10 อันดับมหาวิทยาลัย ‘สาขาการแพทย์’ ที่ดีที่สุดในโลก 2014 [3583]
ห้ามลงโทษมากกว่าหนึ่งครั้ง...สำหรับความผิดที่ได้กระทำเพียงครั้งเดียว... [2424]
ปฏิทินกำหนดการสอบ O-NET ปีการศึกษา 2557 [5609]
การขอใช้บัญชีผู้สอบแข่งขันได้ ในเขตพื้นที่การศึกษาอื่น [2164]

 
***ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริง หรือชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาทางอีเมล์ webmaster@kruthai.info เพื่อให้ผู้ดูแลระบบทราบ และทำการลบข้อความนั้นออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้
 


ชมรมครูและบุคลากรทางการศึกษาออนไลน์แห่งประเทศไทย (ชคบท.)