www. k r u t h a i . i n f o  ชุมชนครูและบุคลากรทางการศึกษาออนไลน์ |
วันพุธ ที่ 27 กรกฎาคม 2559
หน้าแรก
ข่าวสารประจำวัน
ข่าวการศึกษา
ค้นข่าวมาเล่า
วิพากษ์การศึกษา
กระดานสนทนา
 

ผลวิจัยชี้ 12 ข้อเสนอรัฐต้องทำเพื่อพัฒนา รร.ขนาดเล็ก

 
     
  โพสเมื่อ : 25 ก.ค. 2559 โดย : Kruthai เปิดอ่าน 1140 | คิดเห็น 0  
 
คะแนนของข่าวนี้
(90.00% - 2 ผู้โหวต)
 
 

.....

มก.เผยผลวิจัย "การพัฒนาคุณภาพโรงเรียนขนาดเล็กในชุมชน" 12 ประการที่รัฐจะต้องดำเนินการ ชี้ประเทศไทยจัดสรรงบฯแบบเท่าเทียม ไม่สนความแตกต่าง ทำให้การศึกษาไม่มีคุณภาพเท่าเทียมกัน


วันนี้(25 ก.ค.)ผศ.ดร.พัทธนันท์  หรรษาภิรมย์โชค อดีตรองคณบดีฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการ คณะศึกษาศาสตร์และพัฒนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.)วิทยาเขตกำแพงแสน เปิดเผยว่า มก.ได้รับทุนวิจัยจากสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา(สกศ.) ศึกษาวิจัยเรื่อง “แนวทางการพัฒนาคุณภาพโรงเรียนขนาดเล็กในชุมชน” โดยเก็บข้อมูลจากโรงเรียนขนาดเล็กทั่วประเทศกว่า 400 แห่ง ซึ่งพบว่า แนวทางการพัฒนาโรงเรียนขนาดเล็กในชุมชนให้มีคุณภาพสูงขึ้นได้รัฐบาลจะต้องทำ 12เรื่องสำคัญ ดังนี้

1.กระตุ้นสังคมให้เข้าใจบทบาทหน้าที่ของคนไทยทุกคนในการสนับสนุนการศึกษาเพื่อให้เกิดการพัฒนาการศึกษาอย่างมั่นคง 
2.สนับสนุนการบูรณาการความร่วมมือกับกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นในการสร้างความเข้าใจแนวทางการสนับสนุนงบประมาณด้านการศึกษาให้กับโรงเรียนอย่างถูกต้อง
3.การเปิดโอกาสให้โรงเรียนสามารถบริหารจัดการงบประมาณด้วยตนเองให้มากขึ้น  

ผศ.ดร.พัทธนันท์  กล่าวต่อไปว่า 4.สร้างความเข้าใจเกี่ยวกับหน้าที่ของคณะกรรมการโรงเรียนขั้นพื้นฐานในการกำกับและส่งเสริมสนับสนุนกิจการของโรงเรียน
5. สนับสนุนการวางแผนร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการจัดกิจกรรมพัฒนาโรงเรียนขนาดเล็กให้เกิดความยั่งยืน
6 .สนับสนุนกลไกการถ่ายทอดนโยบายลงสู่การปฏิบัติให้กับโรงเรียนอย่างเป็นรูปธรรมและสามารถประเมินวัดผลได้จริง
7.เสนอให้คุรุสภาจัดทำข้อตกลง (MOU) ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และหน่วยผลิตครูในการจัดทำหลักสูตรระดับปริญญาตรีที่ตอบสนองกับสมรรถนะของบุคลากรทางการศึกษาในโรงเรียนได้จริง และปรับระเบียบกฎเกณฑ์ให้สามารถฝึกประการณ์วิชาชีพครูในโรงเรียนขนาดเล็กที่ไม่ผ่านการประเมินจากสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.)ได้ด้วย
8.มีแนวทางที่ชัดเจนในการทำอนุสัญญาระหว่างโรงเรียนในการรวมโรงเรียนเครือข่ายเพื่อให้การดำเนินงานของโรงเรียนต่อเนื่อง แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียน
9.วางแผนกำลังคนสำหรับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาของคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ในการกำหนดจำนวนและอัตราตำแหน่งของแต่ละหน่วยงานทางการศึกษา
10.ให้ปรับเกณฑ์และวิธีการประเมินเกี่ยวกับมาตรฐานภาระงานขั้นต่ำตามตำแหน่งและวิทยฐานะ โดยมุ่งเน้นให้เกิดผลลัพธ์กับนักเรียนเป็นหลัก
11. จัดทำกลไกให้โรงเรียนเกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในการนำนโยบายต่าง ๆ ลงสู่การปฏิบัติและการปรับปรุงอย่างเป็นระบบ และ
12.ส่งเสริมการรวมโรงเรียนโดยไม่ยึดติดกับรูปแบบการรวมโรงเรียนและวิธีการจัดการเรียนการสอนของโรงเรียน
 
"​นอกจากนี้สิ่งที่น่าสนใจเกี่ยวกับการจัดสรรและสนับสนุนการศึกษาโรงเรียนขนาดเล็กของประเทศไทยกับโรงเรียนขนาดเล็กในประเทศฟินแลนด์พบว่ามีความแตกต่างกันโดยประเทศฟินแลนด์ใช้หลักการจัดสรรที่แตกต่างกันตามความจำเป็น แต่เด็กนักเรียนจะได้รับการจัดการศึกษาที่เท่าเทียมกันทุกโรงเรียน ส่งผลให้การศึกษาของฟินแลนด์มีคุณภาพสูงสอดคล้องกับระดับการพัฒนาประเทศ ขณะที่การศึกษาไทยที่ใช้ระบบจัดสรรเงินรายหัวเท่าเทียมกันทุกพื้นที่ ทั้งๆ ที่แต่ละมีความพร้อมแตกต่างกันมาก ทำให้การศึกษาไทยไม่มีคุณภาพืเท่าเทียมกัน"ผศ.ดร.พัทธนันท์  กล่าว




ขอขอบคุณข่าวสาร/ข้อมูลดีๆ จากเว็บไซต์เดลินิวส์ออนไลน์

 
 
  ภาพเพิ่มเติม

ไม่มีความเห็น
 
 
 

[ข่าวในหมวดเดียวกัน]
คลอดเกณฑ์การสอบครูผู้ช่วย [76]
"บิ๊กหนุ่ย" ฉุน คดีทุจริต สกสค.ล่าช้า [111]
สพฐ.วางระบบเพิ่มชั่วโมงเรียนภาษาอังกฤษ [98]
สพฐ.ผุดมาตรฐานครูวิชาเอกทุกระดับ นำร่องแม่พิมพ์โรงเรียนสังกัด สพป.กทม.1 [713]
"บิ๊กหนุ่ย" ถก ผอ.ออมสิน สรุปแนวทางรีไฟแนนซ์หนี้ครู เหตุเห็นต่างแนวทางแก้ปัญหา 2 หน่วยงาน [774]

 
***ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริง หรือชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาทางอีเมล์ webmaster@kruthai.info เพื่อให้ผู้ดูแลระบบทราบ และทำการลบข้อความนั้นออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้
 


ชมรมครูและบุคลากรทางการศึกษาออนไลน์แห่งประเทศไทย (ชคบท.)