www. k r u t h a i . i n f o  ชุมชนครูและบุคลากรทางการศึกษาออนไลน์ |
วันพุธ ที่ 1 ตุลาคม 2557
หน้าแรก
ข่าวสารประจำวัน
ข่าวการศึกษา
ค้นข่าวมาเล่า
วิพากษ์การศึกษา
กระดานสนทนา
กฎ ระเบียบ แนวปฏิบัติ
พระราชบัญญัติ
กฎกระทรวง
ระเบียบ แนวปฏิบัติ
งานวิชาการ
งานบุคคล
งานงบประมาณ
งานบริหารทั่วไป
บริการครูไทย
ข่าวประชาสัมพันธ์
ย้ายสับเปลี่ยน
เผยแพร่ผลงานวิชาการ
แนะนำเว็บไซต์โรงเรียน
KruThai Variety
สาระน่ารู้
สุขภาพ
วิทยาศาสตร์
รอบรู้ ICT
Clip VDO
คุณครูพาเที่ยว
ความสวย ความงาม
ความเชื่อ ราศี
ดูดวง
ตรวจลอตเตอรี่
 

จี้ครูเปลี่ยนวิธีสอน เพื่อให้ชาติไปรอด แนะทำทันทีไม่ต้องรอนโยบายสั่ง

 
     
  โพสเมื่อ : 30 พ.ย. 2555 โดย : Kruthai เปิดอ่าน 1647 | คิดเห็น 0  
 
คะแนนของข่าวนี้
(51.52%-33 ผู้โหวต)
 
 

.....

จากการเสวนา "มองย้อนหลัง 120 ปี การฝึกหัดครูไทย : ทางออกในศตวรรษที่ 21" เมื่อวันที่ 29 พ.ย.ที่ม.ราชภัฏพระนคร รศ.ดร.วรากรณ์ สามโกเศศ อดีต รมช.ศึกษาธิการ กล่าวว่า งานวิจัยทั่วโลกยืนยันตรงกันว่าคุณภาพการศึกษาไม่มีทางแซงหน้าคุณภาพครู ดังนั้นหัวใจสำคัญของการจัดการศึกษาที่มีคุณภาพจึงต้องให้ความสำคัญกับการพัฒนาครู ซึ่งครูที่ดีจะต้องมีความรู้ดี รักในอาชีพครูและมีจิตวิญญาณของความเป็นครู แต่การศึกษาของไทยยังมีปัญหาเพราะการเมืองกับการศึกษายังแยกกันไม่ออก ทุกอย่างขึ้นอยู่กับกระแสการเมือง ไม่มีอะไรแน่นอน ขาดความต่อเนื่อง เราจึงต้องหาทางทำให้การศึกษาอยู่เหนือการเมือง และเอาใจใส่ครูในทางที่ถูกต้อง เช่น ส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพครู เลิกเอาใจครูในทางที่ผิด โดยเฉพาะการให้กู้เงินได้คนละ 8 แสนบาท โดยไม่ต้องค้ำประกันซึ่งไม่ถูกต้อง ส่วนโรงเรียนที่มีความเข้มแข็งก็ต้องปล่อยให้เป็นอิสระ นอกจากนี้จะต้องพัฒนาระบบความก้าวหน้าของครูให้สัมพันธ์กับผลสัมฤทธิ์ของเด็ก ไม่ใช่เด็กสอบตกแต่ครูยังได้ขึ้นเงินเดือน และที่สำคัญจะต้องพัฒนาหลักสูตรผลิตครูให้เป็นมาตรฐานเดียวกันด้วย 

"จากสภาพที่เป็นอยู่ ผมคิดว่าภาคการศึกษาอย่าไปมัวสนใจภาครัฐ เลิกรอนโยบายได้แล้ว แต่เราสามารถทำเองได้ในหลาย ๆ เรื่อง เช่น การให้ทุนเพื่อคัดเด็กเก่งมาเรียนครู และดูแลปลูกฝังให้มีจิตวิญญาณของความเป็นครูอย่างแท้จริง และที่สำคัญต้องเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมครูและนักเรียนในห้องเรียน ครูต้องสอนกระบวนการเรียนรู้เพื่อให้เด็กรู้จักการเรียนรู้ด้วยตนเอง" รศ.ดร.วรากรณ์ กล่าว 

ศ.ดร.ไพฑูรย์ สินลารัตน์ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัย ม.ธุรกิจบัณฑิตย์ กล่าวว่า เด็กไทยบริโภคนิยมสูง ชอบใช้เงิน หากไม่แก้ไขเราก็จะเป็นผู้ซื้อตลอดไป การศึกษาจึงต้องสอนให้เด็กเป็นผู้สร้าง หรือเป็นผลผลิตนิยม ดังนั้นบทบาทของครูจึงต้องเปลี่ยนไป โดยสอนให้เด็กรู้จักคิดสร้างเอง การผลิตครูในอนาคตจึงควรไปตามแนวทางนี้ รวมทั้งการเรียนการสอนในห้องเรียนที่ผู้เรียนอยู่กับวัฒนธรรมการรับจากครูมาตลอดก็ต้องเปลี่ยนเป็นเด็กไปหาความรู้ ไปคัดเลือกและสรุปประเด็นมาเอง วัฒนธรรมการเรียนรู้ต้องอยู่ที่เด็ก ส่วนครูมีหน้าที่คอยให้คำแนะนำ 

ด้าน รศ.วิทยากร เชียงกูล คณบดีกิตติคุณ วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม ม.รังสิต กล่าวว่า ประเทศไทยมีปัญหาเยอะ ซึ่งวิธีแก้ไขปัญหาต้องทำให้คนฉลาดขึ้น โดยเริ่มที่การพัฒนาครูที่ไม่รู้สึกภาคภูมิใจในอาชีพ ครูต้องปฏิรูปตนเองก่อน ไม่ใช่คิดว่าเป็นแค่คนทำหน้าที่สอนคนที่รู้น้อยกว่า หากผลิตครูให้ดีไม่ได้ เราก็จะผลิตนักเรียนให้คิดก้าวหน้าไม่ได้ จบปริญญาตรีออกมามากมายแต่ทำงานไม่เป็น ปัญหาของครูจึงถือว่าใหญ่กว่าปัญหาทุจริตจำนำข้าว 

"ครูต้องปรับบทบาทพยายามเป็นผู้เปลี่ยนแปลงสังคม ไม่ใช่กลายเป็นส่วนหนึ่งของระบบเศรษฐกิจที่คิดแค่สอนเพื่อแลกกับรายได้ ต่างจากครูเวียดนามที่เงินเดือนไม่ได้มากกว่าครูไทย แต่กลับสอนให้เด็กเก่งได้ เพราะครูของเขาภาคภูมิใจในอาชีพและมีจิตวิญญาณของความเป็นครู" รศ.วิทยากร กล่าว. 

 

ที่มา: หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

 
 
  ภาพเพิ่มเติม

ไม่มีความเห็น
 
 
 

[ข่าวในหมวดเดียวกัน]
วอน ครม.อย่าเลื่อนประเมินรอบสี่ [1222]
“กฤษณพงศ์” รับหารือ “ณรงค์” กรณีโยกสลับซี 11 ชี้เป็นอำนาจ รมว.ตัดสินใจ [840]
ศธ.เตรียมถก กกอ.ผลิตครูอาชีวะตามแนวทางรัฐ [489]
ชงเพิ่มเงินท็อปอัพค่าไฟฟ้า 2.4 พัน ล.- ขยายดูแล นร.ยากจนครบ 100% [836]
สพฐ.เทงบ 8,000 ล้านสร้างอาคารเรียนใช้กระตุ้นเศรษฐกิจ [1260]

 
***ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริง หรือชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาทางอีเมล์ webmaster@kruthai.info เพื่อให้ผู้ดูแลระบบทราบ และทำการลบข้อความนั้นออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้
 


ชมรมครูและบุคลากรทางการศึกษาออนไลน์แห่งประเทศไทย (ชคบท.)