www. k r u t h a i . i n f o  ชุมชนครูและบุคลากรทางการศึกษาออนไลน์ |
วันจันทร์ ที่ 22 ธันวาคม 2557
หน้าแรก
ข่าวสารประจำวัน
ข่าวการศึกษา
ค้นข่าวมาเล่า
วิพากษ์การศึกษา
กระดานสนทนา
กฎ ระเบียบ แนวปฏิบัติ
พระราชบัญญัติ
กฎกระทรวง
ระเบียบ แนวปฏิบัติ
งานวิชาการ
งานบุคคล
งานงบประมาณ
งานบริหารทั่วไป
บริการครูไทย
ข่าวประชาสัมพันธ์
ย้ายสับเปลี่ยน
เผยแพร่ผลงานวิชาการ
แนะนำเว็บไซต์โรงเรียน
KruThai Variety
สาระน่ารู้
สุขภาพ
วิทยาศาสตร์
รอบรู้ ICT
Clip VDO
คุณครูพาเที่ยว
ความสวย ความงาม
ความเชื่อ ราศี
ดูดวง
ตรวจลอตเตอรี่
 

เจาะปม "สหกรณ์ครู" ฉาว!! ทุ่มซื้อ "หวยรัฐ" หลายพันล้าน??

 
     
  โพสเมื่อ : 4 มี.ค. 2555 โดย : Kruthai เปิดอ่าน 1016 | คิดเห็น 0  
 
คะแนนของข่าวนี้
(50.91%-22 ผู้โหวต)
 
 

.....

   กลายเป็นประเด็นฉาวขึ้นมา เมื่อ สหกรณ์ออมทรัพย์ครูหลายจังหวัดทางภาคอีสาน นำเงินสมาชิกไปลงทุนซื้อ  สลากกินแบ่งรัฐบาล  กับบริษัทเอกชนหรือยี่ปั๊ว ที่อ้างว่าได้รับการจัดสรรโควต้าสลากกินแบ่งรัฐบาลจากสำนักงานสลากกินแบ่ง รัฐบาล  นำมาจำหน่ายแก่สมาชิกเพื่อเป็นสวัสดิการ

   เรื่องนี้มีสมาชิกสหกรณ์ครูร้องเรียนอย่างต่อเนื่อง  เพราะไม่มีการนำสลากกินแบ่งรัฐบาลมาจำหน่ายแก่สมาชิกจริงๆจนเกิดความกังวล ว่าการขายสลากกินแบ่งรัฐบาลจะมีลักษณะคล้าย “แชร์ลูกโซ่”ที่มีความเสี่ยงสูงและอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่สหกรณ์ออม ทรัพย์ครูที่นำเงินสมาชิกไปลงทุนได้

   จากข้อมูลพบว่า  สหกรณ์ออมทรัพย์ครูในหลายจังหวัดทางภาคอีสาน  ได้นำเงินไปลงทุนซื้อขายสลากกินแบ่งรัฐบาลได้แก่ จ.มุกดาหาร ยโสธร ร้อยเอ็ด ขอนแก่น เลย ชัยภูมิ ส่วนภาคกลางได้แก่ จ.ปทุมธานี ซึ่งแต่ละแห่งนำเงินไปลงทุนตั้งแต่หลักร้อยล้านบาทไปจนถึง 3,000 กว่าล้านบาท โดยเฉพาะสหกรณ์ออมทรัพย์ครูชัยภูมิได้ทำสัญญาขายสลากกินแบ่งรัฐบาลกับ “บริษัท เทวาสิทธิ  พิฆเนศ จำกัด  มูลค่า 3,840  ล้านบาท”

   ล่าสุด “นายสาธิต  พลศรี” ประธานสหกรณ์ออมทรัพย์ครูชัยภูมิ ระบุว่าสหกรณ์ออมทรัพย์ครูชัยภูมิได้ทำสัญญาขายสลากกินแบ่งรัฐบาลกับ “บริษัท เทวาสิทธิฯ จริง ก่อนที่ตนจะมาเป็นประธานสหกรณ์ออมทรัพย์ครูชัยภูมิ  และได้สั่งยุติการโอนเงินให้กับบริษัทเอกชนตั้งแต่งวดวันที่ 31 มีนาคม ที่ผ่านมาตามคำสั่งของสหกรณ์จังหวัดชัยภูมิแล้วเพราะพบว่าการดำเนินการต่างๆ ไม่ถูกต้องและไม่มีสลากกินแบ่งรัฐบาลมาให้สมาชิกตามที่ระบุไว้ขณะนี้อยู่ ระหว่างการดำเนินการที่จะขอเงินค่าจองสลากกินแบ่งรัฐบาล 393 ล้านบาท คืนจากบริษัทดังกล่าว รวมทั้งได้ทำหนังสือแจ้งไปยังสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เพื่อให้ออกหนังสือรับรองว่าบริษัทดังกล่าวไม่ได้เป็นผู้ได้รับการจัดสรร โควตาสลากกินแบ่งรัฐบาล เพื่อจะได้ดำเนินการฟ้องร้องเอาผิดต่อไป

   “การทำสัญญาของสหกรณ์ออมทรัพย์ครูชัยภูมิ  ตั้งแต่วันที่ 22 กันยายน 2553 เริ่มงวดประจำวันที่
16 ตุลาคม 2553 ถึงงวดประจำวันที่ 1 ตุลาคม 2555 รวม 48 งวด เป็นจำนวนงวดละ 10,000 เล่ม ราคาเล่มละ 8,000 บาท รวมเป็นเงิน 3,840 ล้านบาท โดยบริษัทเอกชนดังกล่าว จะจ่ายเงินให้สหกรณ์ออมทรัพย์ครูชัยภูมิ งวดละ 82.5 ล้านบาทจำนวน 48 งวด รวมเป็นเงิน 3,960 ล้านบาท”

   ประธานสหกรณ์ออมทรัพย์ครูชัยภูมิกล่าว นอกจากสหกรณ์ออมทรัพย์ครูชัยภูมิแล้วยังมีการออกมาเปิดเผยข้อมูลจากสมาชิก สหกรณ์ออมทรัพย์ครูหลายแห่ง  ได้แก่กรณีออมทรัพย์ครูขอนแก่น “นายทะนงศักดิ์  วังสงค์”อดีตเลขานุการสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น  ออกมาเปิดเผยข้อมูลว่าสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่นได้ทำสัญญาขายสลากกินแบ่ง รัฐบาลกับบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งในเดือนกันยายน 2553 จำนวน 34 งวด วงเงิน 1,900 ล้านบาท

   โดยเงินดังกล่าวสหกรณ์ได้ไปกู้ยืมมาจากธนาคารแห่งหนึ่งในอัตราดอกเบี้ยร้อย ละ 3-4 ต่อปี และจนถึงปัจจุบัน สมาชิกสหกรณ์ก็ยังไม่เคยเห็นสลากกินแบ่งรัฐบาลที่อ้างว่าจะนำมาจัดเป็น สวัสดิการให้แก่สมาชิก รวมทั้ง กรณีของสหกรณ์ออมทรัพย์ครูยโสธร ที่ “นายวิจิตร  วิเศษแก้ว”สมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ครู ระบุว่า “สหกรณ์ออมทรัพย์ครูยโสธร  ได้ลงทุนธุรกิจสลากกับบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง  วงเงินประมาณ 300 กว่าล้านบาท และเริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือนมกราคม ที่ผ่านมา แต่จนถึงทุกวันนี้ สมาชิกก็ยังไม่เคยเห็นสลาก และเมื่อสอบถามรายละเอียดกับกรรมการสหกรณ์ออมทรัพย์ครูยโสธร ก็ไม่สามารถชี้แจงได้บอกเพียงให้รอบริษัทเอกชนมาชี้แจงรายละเอียดทั้งหมด”

   อย่างไรก็ตาม กรณีสหกรณ์ออมทรัพย์ครูหลายแห่ง ลงทุนขายสลากกินแบ่งรัฐบาล แม้จะยังไม่เกิดความเสียหายแต่หากไปดูข้อปฏิบัติของ “กรมส่งเสริมสหกรณ์” แล้ว จะเห็นว่าไม่สามารถดำเนินการได้ และธุรกิจนี้ไม่ใช่กิจการร่วมกันตามประเภทของสหกรณ์ตามความในมาตรา 33 (1) แห่ง พ.ร.บ.สหกรณ์ พ.ศ. 2542 และไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งสหกรณ์ ประกอบกับลักษณะการดำเนินธุรกิจดังกล่าวเข้าข่ายการแสวงหาผลกำไรมาแบ่งปัน กัน จึงก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมต่อธุรกิจเอกชนอันเนื่องมาจากสหกรณ์ได้รับการ ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล

   นอกจากนี้ ยังได้ให้สหกรณ์จังหวัด ตรวจสอบการดำเนินธุรกิจของสหกรณ์  หากพบว่าสหกรณ์ใดดำเนินธุรกิจในลักษณะดังกล่าวให้ใช้อำนาจตามมาตรา 22 (1) แห่ง พ.ร.บ.สหกรณ์ ออกคำสั่งให้สหกรณ์ปฏิบัติเป็นไปตามที่กำหนดไว้ รวมทั้ง ให้เพิกถอนการรับจดทะเบียนข้อบังคับที่เกี่ยวข้องด้วย ทั้งนี้เป็นที่น่าสังเกตว่า แม้กรมส่งเสริมสหกรณ์จะทำหนังสือแจ้งเตือนให้สหกรณ์ทั่วประเทศครูจำนวนมาก ยังเพิกเฉยในเรื่องนี้ส่วนหนึ่งเป็นเพราะผลประโยชน์ที่ได้จากการลงทุนนี้มี จำนวนมหาศาล มีการจัดสรรประโยชน์กันหลายส่วน

   แหล่งข่าวในสหกรณ์ออมทรัพย์ครูแห่งหนึ่งระบุว่า ปกติแล้วสหกรณ์ออมทรัพย์ครูจะซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลจากบริษัทเอกชน หรือยี่ปั๊ว ฉบับละ 72.80 บาท และขายคืนให้บริษัทเอกชนเล่มละ 81 บาททำให้มีส่วนต่าง 8.20 บาท และจะจัดสรรประโยชน์แก่ผู้เกี่ยวข้องในสหกรณ์ออมทรัพย์ครู

   โดยประธานสหกรณ์ ได้ฉบับละ 50 สตางค์คิดเป็นเงิน 24 ล้านบาท ตลอดสัญญา 48 งวด กรรมการและผู้ประสานงานได้ฉบับละ 25 สตางค์ เป็นเงิน 12 ล้านบาท ผู้จัดการสหกรณ์ได้ฉบับละ 1 บาท เป็นเงิน 48ล้านบาท ในขณะที่สหกรณ์ออมทรัพย์ครูจะได้รับการจัดสรร 6.20 ล้านบาท

   อย่างไรก็ตาม แม้จะมีข่าวสหกรณ์ออมทรัพย์ครูหลายแห่งขายสลากกินแบ่งรัฐบาลเพื่อจัดเป็น สวัสดิการแก่สมาชิก แต่สหกรณ์ออมทรัพย์ครูจำนวนมากกลับไม่มีสลากกินแบ่งรัฐบาลมาแจกจ่ายให้แก่ สมาชิกระยะหนึ่งแล้ว  แต่ก็ยังไม่มีหน่วยงานใดออกมาแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจังโดยเฉพาะกรมส่งเสริม สหกรณ์

   ในขณะที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ) “นายชินวรณ์  บุณยเกียรติ” รัฐมนตรีว่าการ ศธ ออกมาย้ำว่าจะขอให้กรมส่งเสริมสหกรณ์ตรวจสอบ และติดตามเรื่องนี้เพื่อสร้างความมั่นใจให้เพื่อนสมาชิกว่าคณะกรรมการสหกรณ์ ออมทรัพย์ครู นอกจากจะดำเนินการในรูปแบบของสหกรณ์แล้วจะต้องมีหน้าที่โดยตรงมาช่วยพัฒนา คุณภาพชีวิตครูให้ดีขึ้นด้วย   

   แต่จนถึงวันนี้ก็ยังไม่มีความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น และหากปล่อยไว้เช่นนี้แล้ว ผลกระทบย่อมจะเกิดขึ้นกับเพื่อนข้าราชการครูทั่วประเทศ 4-5 แสนคน ที่เป็นสมาชิกส่วนใหญ่ของสหกรณ์ออมทรัพย์ครูอย่างแน่นอน ถึงตอนนี้ ปัญหาย่อมลุกลามใหญ่โตมากกว่านี้

   ดังนั้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะ “กรมส่งเสริมสหกรณ์”ควรเข้ามาแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจัง


ที่มา มติชน

 
 
  ภาพเพิ่มเติม

ไม่มีความเห็น
 
 
 

[ข่าวในหมวดเดียวกัน]
งานหนักของ “เรือจ้าง” เมื่อระบบการศึกษาเบียดบังเวลาสอน!! [695]
วัยว้าวุ่น.. ผิดต้องยอมรับผิด 'ครู' ลงโทษไม่ได้เชียวหรือ? [1581]
ยุค...ครูเฟื่องฟู รายได้เฉียดแสน!! [5784]
ปฏิรูปการศึกษา ต้องคืนครูสู่ห้องเรียน [2407]
ปรับการเรียน เปลี่ยนการสอน’ใช้ ICT เพื่อปฏิรูปการเรียนรู้ [1375]

 
***ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริง หรือชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาทางอีเมล์ webmaster@kruthai.info เพื่อให้ผู้ดูแลระบบทราบ และทำการลบข้อความนั้นออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้
 


ชมรมครูและบุคลากรทางการศึกษาออนไลน์แห่งประเทศไทย (ชคบท.)