www. k r u t h a i . i n f o  ชุมชนครูและบุคลากรทางการศึกษาออนไลน์ |
วันพฤหัสบดี ที่ 2 กรกฎาคม 2558
หน้าแรก
ข่าวสารประจำวัน
ข่าวการศึกษา
ค้นข่าวมาเล่า
วิพากษ์การศึกษา
กระดานสนทนา
 

เจาะปม "สหกรณ์ครู" ฉาว!! ทุ่มซื้อ "หวยรัฐ" หลายพันล้าน??

 
     
  โพสเมื่อ : 4 มี.ค. 2555 โดย : Kruthai เปิดอ่าน 61 | คิดเห็น 0  
 
คะแนนของข่าวนี้
(50.91%-22 ผู้โหวต)
 
 

.....

   กลายเป็นประเด็นฉาวขึ้นมา เมื่อ สหกรณ์ออมทรัพย์ครูหลายจังหวัดทางภาคอีสาน นำเงินสมาชิกไปลงทุนซื้อ  สลากกินแบ่งรัฐบาล  กับบริษัทเอกชนหรือยี่ปั๊ว ที่อ้างว่าได้รับการจัดสรรโควต้าสลากกินแบ่งรัฐบาลจากสำนักงานสลากกินแบ่ง รัฐบาล  นำมาจำหน่ายแก่สมาชิกเพื่อเป็นสวัสดิการ

   เรื่องนี้มีสมาชิกสหกรณ์ครูร้องเรียนอย่างต่อเนื่อง  เพราะไม่มีการนำสลากกินแบ่งรัฐบาลมาจำหน่ายแก่สมาชิกจริงๆจนเกิดความกังวล ว่าการขายสลากกินแบ่งรัฐบาลจะมีลักษณะคล้าย “แชร์ลูกโซ่”ที่มีความเสี่ยงสูงและอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่สหกรณ์ออม ทรัพย์ครูที่นำเงินสมาชิกไปลงทุนได้

   จากข้อมูลพบว่า  สหกรณ์ออมทรัพย์ครูในหลายจังหวัดทางภาคอีสาน  ได้นำเงินไปลงทุนซื้อขายสลากกินแบ่งรัฐบาลได้แก่ จ.มุกดาหาร ยโสธร ร้อยเอ็ด ขอนแก่น เลย ชัยภูมิ ส่วนภาคกลางได้แก่ จ.ปทุมธานี ซึ่งแต่ละแห่งนำเงินไปลงทุนตั้งแต่หลักร้อยล้านบาทไปจนถึง 3,000 กว่าล้านบาท โดยเฉพาะสหกรณ์ออมทรัพย์ครูชัยภูมิได้ทำสัญญาขายสลากกินแบ่งรัฐบาลกับ “บริษัท เทวาสิทธิ  พิฆเนศ จำกัด  มูลค่า 3,840  ล้านบาท”

   ล่าสุด “นายสาธิต  พลศรี” ประธานสหกรณ์ออมทรัพย์ครูชัยภูมิ ระบุว่าสหกรณ์ออมทรัพย์ครูชัยภูมิได้ทำสัญญาขายสลากกินแบ่งรัฐบาลกับ “บริษัท เทวาสิทธิฯ จริง ก่อนที่ตนจะมาเป็นประธานสหกรณ์ออมทรัพย์ครูชัยภูมิ  และได้สั่งยุติการโอนเงินให้กับบริษัทเอกชนตั้งแต่งวดวันที่ 31 มีนาคม ที่ผ่านมาตามคำสั่งของสหกรณ์จังหวัดชัยภูมิแล้วเพราะพบว่าการดำเนินการต่างๆ ไม่ถูกต้องและไม่มีสลากกินแบ่งรัฐบาลมาให้สมาชิกตามที่ระบุไว้ขณะนี้อยู่ ระหว่างการดำเนินการที่จะขอเงินค่าจองสลากกินแบ่งรัฐบาล 393 ล้านบาท คืนจากบริษัทดังกล่าว รวมทั้งได้ทำหนังสือแจ้งไปยังสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เพื่อให้ออกหนังสือรับรองว่าบริษัทดังกล่าวไม่ได้เป็นผู้ได้รับการจัดสรร โควตาสลากกินแบ่งรัฐบาล เพื่อจะได้ดำเนินการฟ้องร้องเอาผิดต่อไป

   “การทำสัญญาของสหกรณ์ออมทรัพย์ครูชัยภูมิ  ตั้งแต่วันที่ 22 กันยายน 2553 เริ่มงวดประจำวันที่
16 ตุลาคม 2553 ถึงงวดประจำวันที่ 1 ตุลาคม 2555 รวม 48 งวด เป็นจำนวนงวดละ 10,000 เล่ม ราคาเล่มละ 8,000 บาท รวมเป็นเงิน 3,840 ล้านบาท โดยบริษัทเอกชนดังกล่าว จะจ่ายเงินให้สหกรณ์ออมทรัพย์ครูชัยภูมิ งวดละ 82.5 ล้านบาทจำนวน 48 งวด รวมเป็นเงิน 3,960 ล้านบาท”

   ประธานสหกรณ์ออมทรัพย์ครูชัยภูมิกล่าว นอกจากสหกรณ์ออมทรัพย์ครูชัยภูมิแล้วยังมีการออกมาเปิดเผยข้อมูลจากสมาชิก สหกรณ์ออมทรัพย์ครูหลายแห่ง  ได้แก่กรณีออมทรัพย์ครูขอนแก่น “นายทะนงศักดิ์  วังสงค์”อดีตเลขานุการสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น  ออกมาเปิดเผยข้อมูลว่าสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่นได้ทำสัญญาขายสลากกินแบ่ง รัฐบาลกับบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งในเดือนกันยายน 2553 จำนวน 34 งวด วงเงิน 1,900 ล้านบาท

   โดยเงินดังกล่าวสหกรณ์ได้ไปกู้ยืมมาจากธนาคารแห่งหนึ่งในอัตราดอกเบี้ยร้อย ละ 3-4 ต่อปี และจนถึงปัจจุบัน สมาชิกสหกรณ์ก็ยังไม่เคยเห็นสลากกินแบ่งรัฐบาลที่อ้างว่าจะนำมาจัดเป็น สวัสดิการให้แก่สมาชิก รวมทั้ง กรณีของสหกรณ์ออมทรัพย์ครูยโสธร ที่ “นายวิจิตร  วิเศษแก้ว”สมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ครู ระบุว่า “สหกรณ์ออมทรัพย์ครูยโสธร  ได้ลงทุนธุรกิจสลากกับบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง  วงเงินประมาณ 300 กว่าล้านบาท และเริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือนมกราคม ที่ผ่านมา แต่จนถึงทุกวันนี้ สมาชิกก็ยังไม่เคยเห็นสลาก และเมื่อสอบถามรายละเอียดกับกรรมการสหกรณ์ออมทรัพย์ครูยโสธร ก็ไม่สามารถชี้แจงได้บอกเพียงให้รอบริษัทเอกชนมาชี้แจงรายละเอียดทั้งหมด”

   อย่างไรก็ตาม กรณีสหกรณ์ออมทรัพย์ครูหลายแห่ง ลงทุนขายสลากกินแบ่งรัฐบาล แม้จะยังไม่เกิดความเสียหายแต่หากไปดูข้อปฏิบัติของ “กรมส่งเสริมสหกรณ์” แล้ว จะเห็นว่าไม่สามารถดำเนินการได้ และธุรกิจนี้ไม่ใช่กิจการร่วมกันตามประเภทของสหกรณ์ตามความในมาตรา 33 (1) แห่ง พ.ร.บ.สหกรณ์ พ.ศ. 2542 และไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งสหกรณ์ ประกอบกับลักษณะการดำเนินธุรกิจดังกล่าวเข้าข่ายการแสวงหาผลกำไรมาแบ่งปัน กัน จึงก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมต่อธุรกิจเอกชนอันเนื่องมาจากสหกรณ์ได้รับการ ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล

   นอกจากนี้ ยังได้ให้สหกรณ์จังหวัด ตรวจสอบการดำเนินธุรกิจของสหกรณ์  หากพบว่าสหกรณ์ใดดำเนินธุรกิจในลักษณะดังกล่าวให้ใช้อำนาจตามมาตรา 22 (1) แห่ง พ.ร.บ.สหกรณ์ ออกคำสั่งให้สหกรณ์ปฏิบัติเป็นไปตามที่กำหนดไว้ รวมทั้ง ให้เพิกถอนการรับจดทะเบียนข้อบังคับที่เกี่ยวข้องด้วย ทั้งนี้เป็นที่น่าสังเกตว่า แม้กรมส่งเสริมสหกรณ์จะทำหนังสือแจ้งเตือนให้สหกรณ์ทั่วประเทศครูจำนวนมาก ยังเพิกเฉยในเรื่องนี้ส่วนหนึ่งเป็นเพราะผลประโยชน์ที่ได้จากการลงทุนนี้มี จำนวนมหาศาล มีการจัดสรรประโยชน์กันหลายส่วน

   แหล่งข่าวในสหกรณ์ออมทรัพย์ครูแห่งหนึ่งระบุว่า ปกติแล้วสหกรณ์ออมทรัพย์ครูจะซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลจากบริษัทเอกชน หรือยี่ปั๊ว ฉบับละ 72.80 บาท และขายคืนให้บริษัทเอกชนเล่มละ 81 บาททำให้มีส่วนต่าง 8.20 บาท และจะจัดสรรประโยชน์แก่ผู้เกี่ยวข้องในสหกรณ์ออมทรัพย์ครู

   โดยประธานสหกรณ์ ได้ฉบับละ 50 สตางค์คิดเป็นเงิน 24 ล้านบาท ตลอดสัญญา 48 งวด กรรมการและผู้ประสานงานได้ฉบับละ 25 สตางค์ เป็นเงิน 12 ล้านบาท ผู้จัดการสหกรณ์ได้ฉบับละ 1 บาท เป็นเงิน 48ล้านบาท ในขณะที่สหกรณ์ออมทรัพย์ครูจะได้รับการจัดสรร 6.20 ล้านบาท

   อย่างไรก็ตาม แม้จะมีข่าวสหกรณ์ออมทรัพย์ครูหลายแห่งขายสลากกินแบ่งรัฐบาลเพื่อจัดเป็น สวัสดิการแก่สมาชิก แต่สหกรณ์ออมทรัพย์ครูจำนวนมากกลับไม่มีสลากกินแบ่งรัฐบาลมาแจกจ่ายให้แก่ สมาชิกระยะหนึ่งแล้ว  แต่ก็ยังไม่มีหน่วยงานใดออกมาแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจังโดยเฉพาะกรมส่งเสริม สหกรณ์

   ในขณะที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ) “นายชินวรณ์  บุณยเกียรติ” รัฐมนตรีว่าการ ศธ ออกมาย้ำว่าจะขอให้กรมส่งเสริมสหกรณ์ตรวจสอบ และติดตามเรื่องนี้เพื่อสร้างความมั่นใจให้เพื่อนสมาชิกว่าคณะกรรมการสหกรณ์ ออมทรัพย์ครู นอกจากจะดำเนินการในรูปแบบของสหกรณ์แล้วจะต้องมีหน้าที่โดยตรงมาช่วยพัฒนา คุณภาพชีวิตครูให้ดีขึ้นด้วย   

   แต่จนถึงวันนี้ก็ยังไม่มีความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น และหากปล่อยไว้เช่นนี้แล้ว ผลกระทบย่อมจะเกิดขึ้นกับเพื่อนข้าราชการครูทั่วประเทศ 4-5 แสนคน ที่เป็นสมาชิกส่วนใหญ่ของสหกรณ์ออมทรัพย์ครูอย่างแน่นอน ถึงตอนนี้ ปัญหาย่อมลุกลามใหญ่โตมากกว่านี้

   ดังนั้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะ “กรมส่งเสริมสหกรณ์”ควรเข้ามาแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจัง


ที่มา มติชน

 
 
  ภาพเพิ่มเติม

ไม่มีความเห็น
 
 
 

[ข่าวในหมวดเดียวกัน]
ค่าเรียนพิเศษ เรียกเก็บจากโรงเรียนในระบบกันดีไหม ? [258]
เปิดผลสอบ..องค์การค้าฯ เจาะปม.. "ตำราล่องหน"?? [173]
เปิดเรื่องจริง ′สุนทรภู่′ ที่ครูไม่เคยสอน [2730]
มติ ปอมท.เรื่องการเปิด ปิดเทอมมหาวิทยาลัยไทยตามอาเซียน [775]
ใบประกอบวิชาชีพทางการศึกษา กับ ป.บัณฑิต : ผู้ที่จบสาขาอื่นแล้วต้องการเป็นครู [1244]

 
***ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริง หรือชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาทางอีเมล์ webmaster@kruthai.info เพื่อให้ผู้ดูแลระบบทราบ และทำการลบข้อความนั้นออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้
 


ชมรมครูและบุคลากรทางการศึกษาออนไลน์แห่งประเทศไทย (ชคบท.)