www. k r u t h a i . i n f o  ชุมชนครูและบุคลากรทางการศึกษาออนไลน์ |
วันศุกร์ ที่ 29 พฤษภาคม 2558
หน้าแรก
ข่าวสารประจำวัน
ข่าวการศึกษา
ค้นข่าวมาเล่า
วิพากษ์การศึกษา
กระดานสนทนา
 

คลังเล็งชง ครม. จ่าย′บำนาญ′ขรก.ใหม่ เลือกแบบเดิม-ผ่าน กบข.

 
     
  โพสเมื่อ : 24 ต.ค. 2555 โดย : Kruthai เปิดอ่าน 6074 | คิดเห็น 0  
 
คะแนนของข่าวนี้
(78.12%-117 ผู้โหวต)
 
 

.....

เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังจะเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัปดาห์หน้า เพื่อพิจารณาแนวทางการแก้ไขปัญหาการจ่ายเงินบำนาญให้ข้าราชการที่เป็นสมาชิกของกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) ใหม่ หลังจากที่มีข้าราชการส่วนหนึ่งมองว่า ผลตอบแทนไม่เท่ากับระบบการจ่ายบำนาญแบบเดิม ส่วนใหญ่เป็นไปตามแนวทางที่กรมบัญชีกลางเสนอมาแต่ต้องรอให้ ครม.พิจารณาตัดสินใจ เพราะการปรับระบบการจ่ายเงินบำนาญให้ข้าราชการ กบข.ใหม่ครั้งนี้ยอมรับว่าจะต้องใช้เงินงบประมาณสูง ขึ้น

นายอารีพงศ์กล่าวว่า กระทรวงการคลังได้พิจารณารายจ่ายแต่ละปีไปจนถึง 25 ปีข้างหน้าว่าจะต้องใช้เงินงบประมาณในการจ่ายเงินบำนาญเท่าไร โดยพบว่าในอีก 10 ปีข้างหน้า หรือปี 2565 จะเป็นปีที่ใช้เงินงบประมาณสูงสุด เพราะมีข้าราชการเกษียณอายุจำนวนมาก จึงต้องมีการวางแผนเตรียมพร้อมและหาแนวทางรองรับการใช้เงินดังกล่าว รวมทั้งการตั้งกองทุนนำเงินไปบริหารให้เกิดดอกผลด้วย นอกเหนือจากเงินที่รัฐจะได้กลับคืนมา 5% จากเงินประเดิมและเงินสมทบหลายแสนล้านบาท ในกรณีที่สมาชิกกบข.เลือกกลับไปใช้ระบบนาญเดิม

"อีก 10 ปีข้างหน้าจะเป็นปีที่รัฐบาลต้องใช้เงินในการจ่ายบำนาญสูงที่สุดอาจจะถึง 7-8 แสนล้านบาท แต่หลังจากนั้นอีก 15 ปีที่เหลือจะดูแลให้ปรับลดลงมาได้ในระดับ 8% ของวงเงินงบประมาณ ที่โตประมาณปีละ 5% ได้โดยไม่กระทบเสถียรภาพทางการคลัง" ปลัดกระทรวงการคลังกล่าว

นายอารีพงศ์กล่าวว่า แม้งบประมาณรายจ่ายประจำจะเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง แต่กระทรวงการคลังและรัฐบาลจะพยายามดูแลปรับลดสัดส่วนลงไม่ให้เกิน 70% ของวงเงินงบประมาณ จากปัจจุบันอยู่ที่ 72% โดยนอกจากดูเรื่องของเงินเดือน เงินบำนาญแล้วยังรวมไปถึงค่ารักษาพยาบาลของประชากร 65 ล้านคนที่มีภาระเพิ่มขึ้นทุกปีด้วย ซึ่งเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นในสหภาพยุโรปเช่นกัน เราได้บทเรียนจากยุโรปมาแล้ว ทำให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ลงมาดู 3 กองทุนที่เกี่ยวกับการรักษาพยาบาลทั้ง กบข. กองทุนประกันสังคม (สปส.) และกองทุนประกันสุขภาพถ้วนหน้า ให้มีความร่วมมือกัน จึงน่าจะช่วยลดรายจ่ายในการซื้อยาได้มากขึ้น แต่ข้าราชการจะยังได้มากกว่าอีก 2 กองทุน เพราะเป็นสิทธิเดิมที่เหลืออยู่ แต่ก็จะทำให้ค่ารักษาพยาบาลจะไม่เพิ่มขึ้นไปได้อีกระยะหนึ่ง

นายอารีพงศ์กล่าวว่า การควบคุมรายจ่ายประจำจะทำควบคู่กับการขยายฐานรายได้ทั้งภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายการทำงบสมดุลในปี 2560 และขณะนี้สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กำลังจัดทำแผนแม่บทภาคประชาชนหรือกลุ่มรากหญ้า เพื่อให้คนกลุ่มนี้ โดยเฉพาะกลุ่มอาชีพอิสระ 14 ล้านคน เข้าถึงแหล่งเงินได้มากขึ้น ตามแผนการลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคม รวมถึงการจะเสนอกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) ที่ปรับปรุงเสร็จแล้วให้ ครม.รับทราบด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การปรับระบบการจ่ายเงินบำนาญของข้าราชการสมาชิก กบข.ใหม่ เนื่องจากกลุ่มสมาชิกที่เข้ารับราชการก่อนปี 2538 ที่มีประมาณ 8 แสนคน ที่เลือก เข้าเป็นสมาชิก กบข. ไม่พอใจผลตอบแทน จาก กบข.ที่ได้น้อยลง หากคิดเป็นรายได้หลังเกษียณจะน้อยกว่าระบบบำนาญเดิม จึงเรียกร้องให้แก้ปัญหามาตลอด จนกระทั่งล่าสุดกรมบัญชีกลางเสนอเลือกแนวทางให้สมาชิกสามารถเลือกได้ว่าจะรับบำนาญกับ กบข.ต่อไปหรือจะกลับไปรับบำนาญแบบเดิมก็ได้ แต่ต้องคืนเงินส่วนที่ รัฐสมทบให้ก่อนหน้านี้ทั้งหมด และหากทุกรายเลือกไปใช้บำนาญเดิมจะทำให้ต้องใช้งบจ่ายบำนาญสูงสุดในปี 2565 ถึง 7-8 แสนล้านบาท


ที่มา
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1351046536&grpid=00&catid=&subcatid=

คลังเตรียมชง ครม.แก้กฎหมาย กบข. เปิดทางสมาชิกเลือกรับบำนาญหลังเกษียณ



นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังได้แก้ไขกฎหมาย กบข. และเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรี(ครม.) ในปลายเดือนต.ค.นี้ เป็นการแก้ไขอัตราผลตอบแทนของสมาชิก หลังจากที่ผ่านมาข้าราชการสมาชิกกบข.ร้องเรียนว่าเมื่อเกษียณอายุราชการจะได้เงินบำนาญน้อยกว่าข้าราชการที่ไม่ได้สมัครเป็นสมาชิก กบข. หากครม.เห็นชอบจะเสนอให้รัฐสภาพิจารณาในสมัยประชุมหน้า หรือต้นปี 2556 



สำหรับแนวทางแก้ไขกฎหมาย กบข. ทางราชการได้เปิดทางให้สมาชิก กบข.เลือกแนวทางรับบำนาญได้เมื่อเกษียณอายุราชการว่าจะเลือกรับเงินแบบบำนาญราชการเดิมหรือเลือกแนวทางรับเงินสะสมคืนกับกบข. เพราะหากเลือกระบบบำนาญเดิมจะต้องคืนเงินที่รัฐบาลสะสมให้ในช่วงที่ผ่านมากลับคืนสู่รัฐ ซึ่งรัฐบาลจะจัดตั้งกองทุนมาดูแล และกบข.เป็นผู้บริหาร ซึ่งมีเงินกองทุนนับแสนล้านบาทในช่วง 30 ปีข้างหน้า

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปัจจุบันอายุราชการตั้งแต่เริ่มต้นทำงานวันแรกจนถึงเกษียณตั้งแต่ 22 ปี จนถึง 60 ปี จะอยู่ที่ 38 ปี แต่เมื่อได้ตั้งกองทุน กบข.ขึ้นมาในปี 2540 จึงเกิดปัญหาข้าราชการที่สมัครใจเข้าเป็นสมาชิก กบข. จะได้รับอัตราผลตอบแทน เงินเดือนบำนาญต่อเดือนน้อยกว่าข้าราชการที่ไม่ได้สมัครเป็นสมาชิกประมาณ 50% และการรับเงินคืนปัจจุบันใช้สูตรในการคำนวณเงินบำนาญคิดจากเงินเดือนเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้ายคูณด้วยอายุราชการ หารด้วย 50 แต่ผลลัพธ์ที่ได้จะต้องไม่เกิน 70% ของเงินเดือนเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย หากคำนวณตามสูตร ดังกล่าว จะทำให้ช้าราชการได้รับเงินน้อยกว่าเงินบำนาญเดิมประมาณ 40-50% แต่หากนับเงินที่รัฐบาลได้ส่งสมทบเข้า กองทุนกบข.แล้วยังเป็นรายได้เพิ่มขึ้นอีกส่วนหนึ่ง 

ดังนั้น จึงต้องติดตามผลการพิจารณาของครม. เนื่องจากระบบการจ่ายเงินคืนจะนับวันทวีคูณของข้าราชการที่ปฏิบัติงานในพื้นที่เสี่ยงภัยเพิ่มเติม สำหรับผู้มีอายุราชการ 45-50 ปี แต่ส่วนเกินจากเพดานอายุราชการ 38 ปีอาจแยกคำนวณเป็น ผลตอบแทนกรณีพิเศษ การชดเชยอัตราผลตอบแทนจากการลงทุนของกบข.ขาดทุน เพื่อจัดสรรงบประมาณชดเชย เพื่อให้ผลการขาดทุนกลับมาเป็นบวก

นอกจากนี้ กระทรวงการคลังเตรียมเสนอแก้ไขแนวทางการจัดตั้งกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) เพิ่มเติม หลังจาก ที่ผ่านมาน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้สั่งให้กระทรวงการคลังไปศึกษารูปแบบโครงสร้างที่เหมาะสมใหม่ให้ครอบคลุม ผู้ที่ได้รับประโยชน์ให้ครบถ้วนโดยเฉพาะผู้มีอาชีพอิสระกว่า 14 ล้านคน ที่อยู่นอกระบบแรงงานให้สามารถสะสมเงินเข้ากองทุนร่วมกับเงินสมทบของรัฐบาลได้ ซึ่งเชื่อว่าจะช่วยลดความเหลื่อมล้ำที่เกิดขึ้นได้ และล่าสุดได้สั่งการให้สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง จัดทำแผนแม่บทการเงินภาคประชาชน โดยมีเป้าหมายให้ประชาชนที่เป็นรากหญ้าสามารถเข้าสู่แหล่งเงินทุน กู้เงินเหมือนระบบธนาคารพาณิชย์ให้มีความสะดวกมากขึ้น โดยจะยึดรูปแบบการใช้กลไกกองทุนต่างๆ ของรัฐบาล เช่น กองทุนหมู่บ้าน กองทุนเอสเอ็มแอล กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี และกองทุนตั้งตัวได้



ขอขอบคุณข่าวสาร/ข้อมูลดีๆ จากเว็บไซต์หนังสือพิมพ์ข่าวสด



เครือข่ายสมาชิก′กบข.′ หนุนคลังแก้กฎบำเหน็จ-บำนาญ ให้เลือกแบบเดิมได้ แนะเปลี่ยนสูตรคำนวณใหม่ด้วย

ประธานเครือข่ายสมาชิก กบข.หนุนคลัง แก้กฎบำเหน็จ-บำนาญให้เลือกแบบเดิมได้ แนะเปลี่ยนสูตรคำนวณใหม่ด้วย เลขาธิการกองทุนฯรับระบบเดิมได้เงินมากกว่า หากรับราชการเกิน 35 ปี

น.ส.โสภาวดี เลิศมนัสชัย เลขาธิการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม กรณีกระทรวงการคลังจะเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาแนวทางแก้ไขการจ่ายเงินบำนาญให้ข้าราชการที่เป็นสมาชิก กบข.ใหม่ หลังมีข้าราชการส่วนหนึ่งร้องเรียนว่า ผลการตอบแทนน้อยกว่าการจ่ายบำนาญแบบเดิม โดยจะให้เลือกว่าจะรับบำนาญกับ กบข.ต่อไป หรือจะกลับไปรับบำนาญแบบเดิมก็ได้ว่า สมาชิก กบข.ปัจจุบันมีจำนวน 1.2 ล้านราย มีข้าราชการที่รับราชการก่อนปี 2540 ที่เลือกเข้าเป็นสมาชิก กบข.ประมาณ 8 แสนราย ส่วนใหญ่เป็นครูมากกว่า 40% นอกจากนั้นเป็นข้าราการส่วนอื่นๆ รวมทั้งทหารด้วย โดยกลุ่มนี้จะมีสิทธิเลือกได้ว่า จะรับบำนาญแบบใด 

น.ส.โสภาวดีกล่าวว่า หากสมาชิกดังกล่าวจะเลือกแบบเดิมทั้งหมดจะไม่กระทบกับ กบข.มากนัก เพราะจะมีส่วนที่ กบข.ต้องจ่ายคืนสมาชิกเพียงเงินสะสม 3% ต่อเดือน พร้อมผลประโยชน์จากการลงทุนเท่านั้น ส่วนของเงินประเดิมที่รัฐจ่ายเป็นก้อนจูงใจให้เข้ากองทุนช่วงแรก กับเงินสมทบและเงินชดเชยอีก 5% นั้น สมาชิกที่จะเลือกไปใช้บำนาญแบบเดิมต้องคืนให้รัฐทั้งหมด ซึ่งยังไม่ได้กำหนดว่าต้องคืนแบบใด อาจจะหักไปหลังจากเกษียณแล้วได้รับเงินก็ได้ โดยต้องรอความชัดเจนของนโยบายจากกระทรวงการคลังและรัฐบาลอีกครั้งหนึ่ง

"ขณะนี้คงยังประเมินไม่ได้ว่า สมาชิก 8 แสนรายนี้จะกลับไปเลือกบำนาญแบบเดิมทั้งหมดหรือไม่ แต่ยอมรับว่าคงจะมีไม่น้อยที่คิดว่า ถูกหลอกให้เข้ามาเป็นสมาชิก โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุราชการเหลือไม่มาก หรือรับราชการมานานกว่า 35 ปี หากใช้บำนาญแบบ กบข.จะได้รับเงินบำเหน็จบำนาญน้อยกว่าสูตรเดิม ส่วนนี้อาจกลับไปใช้สูตรเดิม เพราะสูตรของ กบข.คำนวณอายุราชการต่อคนไว้ที่ 35 ปี บางกลุ่มอาจมีระยะเวลานานกว่านี้ เช่น กลุ่มทหารตามแนวชายแดนที่จะได้เวลาทวีคูณมากกว่าข้าราชการอื่นๆ หากเอาระยะเวลาทำงานมาคูณเงินเดือนสุดท้ายจะได้มากกว่าใช้สูตรของ กบข." น.ส.โสภาวดีกล่าว

น.ส.โสภาวดีกล่าวว่า ยอมรับว่าในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา ผลตอบแทนเฉลี่ยอาจไม่ถึง 8-9% เหมือนตอนที่ระบุไว้ โดยปัจจุบันเฉลี่ยอยู่ที่ 6-7% เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยปรับลดลงต่อเนื่อง และการลงทุนในพันธบัตรมีผลตอบแทนเพียง 3% ทำให้ กบข.ต้องหาแนวทางบริหารเงินกองทุนที่มีกว่า 5 แสนล้านบาท ให้เกิดผลตอบแทนสูงสุด โดยเฉพาะการขอเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้น รวมถึงมองว่าถึงเวลาต้องแก้ไขกฎหมาย กบข.ให้มีความคล่องตัวมากขึ้น อย่างไรก็ตาม กบข.เห็นด้วยกับกรมบัญชีกลางที่จะตั้งกองทุนและจัดสรรเงินงบประมาณเข้ามา บริหารให้เกิดประโยชน์อย่างน้อย 1 แสนล้าน เพื่อเตรียมพร้อมใช้เงินจ่ายบำเหน็จบำนาญในอนาคต ที่คาดว่าปี 2578 จะใช้งบสูงถึง 7-8 แสนล้านบาท หากไม่เตรียมพร้อมอาจนำไปสู่ภาวะถังแตก และมีปัญหาเหมือนประเทศกรีซได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับสูตรการคำนวณเงินบำเหน็จบำนาญแบบเก่า คำนวณจากฐานเงินเดือนเดือนสุดท้าย คูณระยะเวลาราชการ หารด้วย 50 ขณะที่สูตรใหม่ของ กบข. ใช้เฉลี่ยเงินเดือน 60 เดือนสุดท้าย คูณด้วยระยะเวลาราชการ หารด้วย 50 แต่ต้องไม่เกิน 70% ของอัตราเฉลี่ยเงินเดือน 60 เดือนสุดท้าย

นายวิศร์ อัครสันตติกุล ประธานองค์กรเครือข่ายสมาชิก กบข.แห่งประเทศไทย กล่าวถึงกระทรวงการคลังจะเสนอขอแก้ไขกฎหมาย กบข.เข้าที่ประชุม ครม.สัปดาห์หน้าว่า ในนามตัวแทนสมาชิก กบข.ขอชื่นชมและสนับสนุนเต็มที่ เพราะสมาชิกได้เคลื่อนไหวเรียกร้องมานานแล้ว ที่สำคัญไม่เพียงแต่ให้ลาออกได้แล้วไปรับบำนาญสูตรเดิมปี 2494 เพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่สิ่งที่สมาชิกเรียกร้องอีกคือ ให้แก้สูตรการคำนวณบำนาญตามมาตรา 63 ของ พ.ร.บ. กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ.2539 จากในปัจจุบันที่ให้คำนวณเงินเดือนๆ สุดท้าย คูณด้วยเวลาราชการ หารด้วย 50 แต่ต้องไม่เกิน 70% เฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย ควรแก้เป็นให้คำนวณเงินเดือนเดือนสุดท้าย คูณด้วยเวลาราชการ หารด้วย 50 แต่ต้องไม่ต่ำกว่า 85% เฉลี่ย 24 เดือนสุดท้าย และให้สมาชิกลาออกได้ไปรับบำนาญตามสูตรเดิม 

"กรณีที่เสียชีวิต ให้ทายาทได้รับประโยชน์ที่เป็นธรรม และให้มีผลย้อนหลังไปถึงสมาชิกที่เกษียณไปแล้ว เพราะมีสมาชิกที่เกษียณไปแล้ว โทรศัพท์มาหาตลอดเวลาว่าได้รับความลำบากในการเป็นอยู่มาก เพราะได้รับบำนาญเพียงน้อยนิด ไม่พอกับหนี้สิน ประกอบกับเศรษฐกิจฝืดเคืองขึ้น จึงขอให้กระทรวงการคลังดูแลในส่วนนี้ด้วย" นายวิศร์กล่าว

นายสมคิด เลิศไพฑูรย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) กล่าวว่า ส่วนตัวเห็นด้วย เพราะเดิมก่อนจะมี กบข.เมื่อเกษียณอายุราชการจะได้รับเงินบำเหน็จหรือบำนาญอย่างเดียว แต่ช่วงหนึ่งรัฐบาลสนับสนุนให้ข้าราชการใส่เงินสมทบกองทุน กบข.ด้วย และบอกว่าจะได้รับสิทธิประโยชน์มากกว่าบำเหน็จหรือบำนาญ เพราะนำเงินไปลงทุน แต่ช่วงที่ผ่านมาหลายคนมองว่า เงินที่นำไปลงทุนไม่เป็นไปตามที่ กบข.เคยบอก และเห็นว่าการลงทุนมีความเสี่ยง ดังนั้น หากรัฐบาลให้ข้าราชการสามารถเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งได้ ถือเป็นเรื่องดี

"ผมไม่แน่ใจว่า รัฐบาลจะให้เลือกใหม่ เพราะจะเกิดความยุ่งยาก และต้องใช้เงินเยอะมาก หากข้าราชการส่วนใหญ่เลือกไปรับบำเหน็จหรือบำนาญอย่างเดียว แต่มีทางแก้ไข โดยหากรัฐบาลเห็นว่าระบบของ กบข.มีปัญหาตรงไหน ก็แก้ตรงนั้น เช่น ทุกคนกลัวว่า เงินที่ถูกหักไปลงทุนไว้กับ กบข.จะขาดทุน เพราะการลงทุนมีความเสี่ยง เมื่อได้คืนจะไม่เท่ากับที่ลงทุนไป ดังนั้น เป็นไปได้หรือไม่ที่จะประกันเงินขั้นต่ำไว้ เพื่อความสบายใจ" นายสมคิดกล่าว

นายสุขุม เฉลยทรัพย์ ประธานที่ปรึกษาอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต (มสด.) กล่าวว่า ถ้ารัฐบาลทำได้ถือเป็นเรื่องดีเพราะข้าราชการจะได้ประโยชน์จากการปรับเปลี่ยนครั้งนี้ แต่ประเด็นสำคัญคือ รัฐจะนำเงินมาจากไหน เพราะหากจะกลับไปเป็นแบบเดิม เท่ากับรัฐจะต้องใช้เงินมหาศาล และคนที่ขาดทุนจาก กบข.ไปแล้ว จะต้องชดเชยให้ด้วยหรือไม่ ทั้งนี้ คิดว่าผู้ที่เดือดร้อนมากที่สุดในเรื่องนี้คือข้าราชการครูที่มีอยู่จำนวนมาก

ที่มา http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1351132187&grpid=00&catid=&subcatid=


 
 
  ภาพเพิ่มเติม

ไม่มีความเห็น
 
 
 

[ข่าวในหมวดเดียวกัน]
ก.ค.ศ. อนุมัติผู้อำนวยการเชี่ยวชาญ และครูเชี่ยวชาญ จำนวน 21 ราย [558]
มอบอำนาจการเสนอขอพระราชทานเพลิงศพ [438]
ผลการประชุม ก.ค.ศ. 6/2558 เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2558 [608]
ผลการประชุม ก.พ.อ. 5/2558 [142]
การปรับปรุงระบบประเมินคุณภาพภายนอกของ สมศ. [215]

 
***ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริง หรือชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาทางอีเมล์ webmaster@kruthai.info เพื่อให้ผู้ดูแลระบบทราบ และทำการลบข้อความนั้นออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้
 


ชมรมครูและบุคลากรทางการศึกษาออนไลน์แห่งประเทศไทย (ชคบท.)