www. k r u t h a i . i n f o  ชุมชนครูและบุคลากรทางการศึกษาออนไลน์ |
วันศุกร์ ที่ 25 เมษายน 2557
หน้าแรก
ข่าวสารประจำวัน
ข่าวการศึกษา
ค้นข่าวมาเล่า
วิพากษ์การศึกษา
กระดานสนทนา
กฎ ระเบียบ แนวปฏิบัติ
พระราชบัญญัติ
กฎกระทรวง
ระเบียบ แนวปฏิบัติ
งานวิชาการ
งานบุคคล
งานงบประมาณ
งานบริหารทั่วไป
บริการครูไทย
ข่าวประชาสัมพันธ์
ย้ายสับเปลี่ยน
เผยแพร่ผลงานวิชาการ
แนะนำเว็บไซต์โรงเรียน
KruThai Variety
สาระน่ารู้
สุขภาพ
วิทยาศาสตร์
รอบรู้ ICT
Clip VDO
คุณครูพาเที่ยว
ความสวย ความงาม
ความเชื่อ ราศี
ดูดวง
ตรวจลอตเตอรี่
 

'พนิตา'ปิ๊งลดดอกเบี้ยเงิน ช.พ.ค. คุมเข้มปล่อยครูกู้เพิ่ม-หนี้ควรลด 50%

 
     
  โพสเมื่อ : 15 ต.ค. 2555 โดย : Kruthai เปิดอ่าน 1753 | คิดเห็น 0  
 
คะแนนของข่าวนี้
(62.00%-20 ผู้โหวต)
 
 

.....

ดันสอนพิเศษอาเซียน-สร้างรายได้

 

          นางพนิตา กำภู ณ อยุธยา ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่าแนวทางการแก้ไขปัญหาหนี้สินข้าราชการครูที่สำคัญ คือการลดดอกเบี้ยเงินกู้ในโครงการปล่อยกู้กองทุนการฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา (ช.พ.ค.) ของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) เพื่อเป็นการลดรายจ่ายให้ครูมีเงินมาใช้หนี้เพิ่มขึ้น โดยจะมอบให้ ทาง สกสค. ทำรายละเอียดต่างๆ รวมถึงสำรวจจำนวนยอดหนี้ที่มีอยู่ทั้งระบบมาให้ดูก่อน เพื่อจะดูว่าสามารถลดดอกเบี้ยลงได้มากที่สุดเท่าไหร่ ให้เป็นไปตามเป้าหมายของการจัดตั้ง ช.พ.ค.ที่ไม่หวังกำไร แต่เพื่อช่วยเหลือสวัสดิการเพื่อนครู ไม่ใช่เพื่อขูดรีดครู ขณะเดียวกันต้องตั้งเป้าด้วยว่าผลสำเร็จของ ช.พ.ค. ไม่ได้อยู่ที่มีครูกู้มาก แต่อยู่ที่ครูกู้น้อย รวมถึงต้องสร้างความเข้าใจให้ครูเป็นต้นแบบที่ดีกับสังคม ทำให้เห็นว่าควรจะอยู่ได้ด้วยรายได้ที่มีอยู่ไม่ใช่ใช้เงินในอนาคตเพื่อสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ครูเองจะต้องปรับตรงนี้ให้ได้ นอกจากนี้จะต้องมีตัวกำกับ เช่นเดิมที่กำหนดระยะเวลาว่า ผ่านไป 1 ปี แล้วให้กู้เพิ่ม อาจจะต้องเพิ่มเป็น 2 ปี หรือจะต้องให้ยอดหนี้ลดลงมากกว่า 50% ก่อนถึงจะสามารถกู้เพิ่มได้

          ปลัด ศธ. กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่นาย สมศักดิ์ ตาไชย เลขาธิการ สกสค.มีแนวทางการแก้ไขหนี้สินข้าราชการครู ด้วยการจะปล่อยสินเชื่อมั่นคงให้กู้นั้น คงต้องมีการหารือกันใหม่ เพราะ สกสค.ไม่ใช่ธนาคารที่จะปล่อยกู้ได้ตลอดเวลา แต่จะต้องพยายามลดหนี้ครูลง และพยายามจัดสวัสดิการให้ครูมีชีวิตที่ดีขึ้น ขณะเดียวกันจะส่งเสริมให้ครูและนักเรียนมีรายได้เพิ่มขึ้น โดยให้ดึงเงินจากกองทุนต่างๆ อาทิ กองทุนตั้งตัวได้ กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี หรือแหล่งกองทุนในพื้นที่ แล้วรวมกลุ่มทำอาชีพเสริมในโรงเรียน โดยที่อาชีพเสริมในโรงเรียน

          "อีกแนวทางหนึ่งคือ พัฒาครูให้มีความรู้เรื่องประเทศในกลุ่มอาเซียนมากขึ้น จากนั้นรัฐบาลอาจจะจัดหากองทุนหรืองบประมาณส่งเสริมให้ครูมีรายได้เสริมโดยการสอนพิเศษเรื่องอาเซียนให้กับเด็กๆ แล้วหักเงินมาใช้หนี้ทันที ซึ่งทั้งหมดนี้ถือเป็นการเตรียมความพร้อมในเรื่องของการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ที่จะต้องมีเรื่องภาษา และวัฒนธรรมต่างๆ เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย อย่างไรก็ตามโครงการนี้คงไม่เป็นการบังคับ แต่ให้เป็นไปตามความสมัครใจของครูเอง และที่สำคัญจะต้องใช้เรื่องวินัยการเงินเข้ามากำกับด้วย โดยมั่นใจว่าโครงการนี้จะสามารถประเมินผลงานได้ทุกๆ 3 เดือน เพื่อจะดูว่าเมื่อเริ่มโครงการมีครูเข้าร่วมจำนวนเท่าไหร่ และจำนวนหนี้ลดลงมากแค่ไหน" นางพนิตากล่าว

          

ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน

 
 
  ภาพเพิ่มเติม

ไม่มีความเห็น
 
 
 

[ข่าวในหมวดเดียวกัน]
พนักงาน กศน. เฮ ปลัด ศธ.ไฟเขียวปรับเงินเดือน 39ตำแหน่ง จนท.รปภ14,500บ คนขับรถ 11,680 [138]
เบรกเขตพื้นที่สืบข้อเท็จจริงครู-ผอ.โรงเรียนสอบครูผู้ช่วย [404]
เล็งใช้โอเน็ตจากคลังข้อสอบปี 59 [104]
คุรุสภาชี้ยังถอดใบอนุญาต ผอ.ร.ร.เข้าสอบครูผู้ช่วยไม่ได้ [973]
จ่อชง รบ.ใหม่! เดินหน้า 7 ปฏิรูปการศึกษา ลดบทบาทรัฐ-ดึงทุกภาคส่วนจัดการศึกษา [381]

 
***ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริง หรือชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาทางอีเมล์ webmaster@kruthai.info เพื่อให้ผู้ดูแลระบบทราบ และทำการลบข้อความนั้นออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้
 


ชมรมครูและบุคลากรทางการศึกษาออนไลน์แห่งประเทศไทย (ชคบท.)