www. k r u t h a i . i n f o  ชุมชนครูและบุคลากรทางการศึกษาออนไลน์ |
วันอังคาร ที่ 26 พฤษภาคม 2558
หน้าแรก
ข่าวสารประจำวัน
ข่าวการศึกษา
ค้นข่าวมาเล่า
วิพากษ์การศึกษา
กระดานสนทนา
 

'พนิตา'ปิ๊งลดดอกเบี้ยเงิน ช.พ.ค. คุมเข้มปล่อยครูกู้เพิ่ม-หนี้ควรลด 50%

 
     
  โพสเมื่อ : 15 ต.ค. 2555 โดย : Kruthai เปิดอ่าน 2095 | คิดเห็น 0  
 
คะแนนของข่าวนี้
(60.95%-21 ผู้โหวต)
 
 

.....

ดันสอนพิเศษอาเซียน-สร้างรายได้

 

          นางพนิตา กำภู ณ อยุธยา ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่าแนวทางการแก้ไขปัญหาหนี้สินข้าราชการครูที่สำคัญ คือการลดดอกเบี้ยเงินกู้ในโครงการปล่อยกู้กองทุนการฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา (ช.พ.ค.) ของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) เพื่อเป็นการลดรายจ่ายให้ครูมีเงินมาใช้หนี้เพิ่มขึ้น โดยจะมอบให้ ทาง สกสค. ทำรายละเอียดต่างๆ รวมถึงสำรวจจำนวนยอดหนี้ที่มีอยู่ทั้งระบบมาให้ดูก่อน เพื่อจะดูว่าสามารถลดดอกเบี้ยลงได้มากที่สุดเท่าไหร่ ให้เป็นไปตามเป้าหมายของการจัดตั้ง ช.พ.ค.ที่ไม่หวังกำไร แต่เพื่อช่วยเหลือสวัสดิการเพื่อนครู ไม่ใช่เพื่อขูดรีดครู ขณะเดียวกันต้องตั้งเป้าด้วยว่าผลสำเร็จของ ช.พ.ค. ไม่ได้อยู่ที่มีครูกู้มาก แต่อยู่ที่ครูกู้น้อย รวมถึงต้องสร้างความเข้าใจให้ครูเป็นต้นแบบที่ดีกับสังคม ทำให้เห็นว่าควรจะอยู่ได้ด้วยรายได้ที่มีอยู่ไม่ใช่ใช้เงินในอนาคตเพื่อสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ครูเองจะต้องปรับตรงนี้ให้ได้ นอกจากนี้จะต้องมีตัวกำกับ เช่นเดิมที่กำหนดระยะเวลาว่า ผ่านไป 1 ปี แล้วให้กู้เพิ่ม อาจจะต้องเพิ่มเป็น 2 ปี หรือจะต้องให้ยอดหนี้ลดลงมากกว่า 50% ก่อนถึงจะสามารถกู้เพิ่มได้

          ปลัด ศธ. กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่นาย สมศักดิ์ ตาไชย เลขาธิการ สกสค.มีแนวทางการแก้ไขหนี้สินข้าราชการครู ด้วยการจะปล่อยสินเชื่อมั่นคงให้กู้นั้น คงต้องมีการหารือกันใหม่ เพราะ สกสค.ไม่ใช่ธนาคารที่จะปล่อยกู้ได้ตลอดเวลา แต่จะต้องพยายามลดหนี้ครูลง และพยายามจัดสวัสดิการให้ครูมีชีวิตที่ดีขึ้น ขณะเดียวกันจะส่งเสริมให้ครูและนักเรียนมีรายได้เพิ่มขึ้น โดยให้ดึงเงินจากกองทุนต่างๆ อาทิ กองทุนตั้งตัวได้ กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี หรือแหล่งกองทุนในพื้นที่ แล้วรวมกลุ่มทำอาชีพเสริมในโรงเรียน โดยที่อาชีพเสริมในโรงเรียน

          "อีกแนวทางหนึ่งคือ พัฒาครูให้มีความรู้เรื่องประเทศในกลุ่มอาเซียนมากขึ้น จากนั้นรัฐบาลอาจจะจัดหากองทุนหรืองบประมาณส่งเสริมให้ครูมีรายได้เสริมโดยการสอนพิเศษเรื่องอาเซียนให้กับเด็กๆ แล้วหักเงินมาใช้หนี้ทันที ซึ่งทั้งหมดนี้ถือเป็นการเตรียมความพร้อมในเรื่องของการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ที่จะต้องมีเรื่องภาษา และวัฒนธรรมต่างๆ เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย อย่างไรก็ตามโครงการนี้คงไม่เป็นการบังคับ แต่ให้เป็นไปตามความสมัครใจของครูเอง และที่สำคัญจะต้องใช้เรื่องวินัยการเงินเข้ามากำกับด้วย โดยมั่นใจว่าโครงการนี้จะสามารถประเมินผลงานได้ทุกๆ 3 เดือน เพื่อจะดูว่าเมื่อเริ่มโครงการมีครูเข้าร่วมจำนวนเท่าไหร่ และจำนวนหนี้ลดลงมากแค่ไหน" นางพนิตากล่าว

          

ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน

 
 
  ภาพเพิ่มเติม

ไม่มีความเห็น
 
 
 

[ข่าวในหมวดเดียวกัน]
ยังไม่สรุปประเมินภายนอกรอบสี่ทุกแห่งหรือสุ่ม [131]
การศึกษาไทยลงทุนมากผลสัมฤทธิ์ต่ำ [85]
เล็งยุบรวมบอร์ดย่อย สกสค. [83]
รมว.ศธ.สั่งระงับจ่ายเงินเดือนเลขาฯคุรุสภา เล็งเลิกจ้างเลขาฯ สกสค.-ผอ.องค์การค้า [251]
ปลื้ม! เด็กอาชีวะได้เป็นตัวแทนร่วมแข่งฝีมือแรงงานนานาชาติ ครั้งที่ 43 [56]

 
***ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริง หรือชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาทางอีเมล์ webmaster@kruthai.info เพื่อให้ผู้ดูแลระบบทราบ และทำการลบข้อความนั้นออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้
 


ชมรมครูและบุคลากรทางการศึกษาออนไลน์แห่งประเทศไทย (ชคบท.)