www. k r u t h a i . i n f o  ชุมชนครูและบุคลากรทางการศึกษาออนไลน์ |
วันพฤหัสบดี ที่ 24 กรกฎาคม 2557
หน้าแรก
ข่าวสารประจำวัน
ข่าวการศึกษา
ค้นข่าวมาเล่า
วิพากษ์การศึกษา
กระดานสนทนา
กฎ ระเบียบ แนวปฏิบัติ
พระราชบัญญัติ
กฎกระทรวง
ระเบียบ แนวปฏิบัติ
งานวิชาการ
งานบุคคล
งานงบประมาณ
งานบริหารทั่วไป
บริการครูไทย
ข่าวประชาสัมพันธ์
ย้ายสับเปลี่ยน
เผยแพร่ผลงานวิชาการ
แนะนำเว็บไซต์โรงเรียน
KruThai Variety
สาระน่ารู้
สุขภาพ
วิทยาศาสตร์
รอบรู้ ICT
Clip VDO
คุณครูพาเที่ยว
ความสวย ความงาม
ความเชื่อ ราศี
ดูดวง
ตรวจลอตเตอรี่
 

ผุด "เครดิตแบงก์" เทียบวุฒิการศึกษา

 
     
  โพสเมื่อ : 25 ก.ย. 2555 โดย : Kruthai เปิดอ่าน 1847 | คิดเห็น 0  
 
คะแนนของข่าวนี้
(5.00%-12 ผู้โหวต)
 
 

.....

สกศ.ตั้งหน่วยดูแล ตีราคาประสบการณ์ทำงานมาเป็นวุฒิการศึกษา เปิดกว้างกลุ่มนศ.รีไทร์-สาวโรงงานเฮ! 

ที่โรงแรมพูลแมน คิงเพาเวอร์ กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 24 ก.ย.55 นายสุชาติ ธาดาธำรงเวช รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการสภาการศึกษาว่า ที่ประชุมได้เเห็นชอบตามที่สภาการศึกษา (สกศ.) เสนอแผนพัฒนาอาชีพด้วยด้วยระบบส่งเสริมประสบการณ์ และการเรียนรู้ หรือระบบ Credit Bank โดยให้จัดตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมาศึกษารายละเอียด ทั้งนี้ระบบ Credit Bank เป็นการจัดศึกษานอกระบบ ที่เปิดให้คนในวัยทำงานสามารถนำประสบการณ์ในการทำงานมาเทียบโอนเป็นวุฒิการศึกษาได้ ซึ่งปัจจุบันมีหลายหน่วยงานจัดการศึกษานอกระบบให้คนวัยทำงาน โดยนำระบบ Credit Bank มาใช้ แต่ที่นำมาใช้อย่างชัดเจนคือ นโยบายเรียนจบ ม.6 ใน 8 เดือนของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษานอกระบบและตามอัธยาศัย (กศน.) 

นายเอนก เพิ่มวงศ์เสนีย์ เลขาธิการสภาการศึกษา กล่าวว่า ปัจจุบันกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ยังไม่มีบทบาทอย่างจริงจังในการพัฒนาการศึกษาให้กับประชากรในวัยทำงาน ซึ่งมีจำนวนกว่า 36 ล้านคน กระจายอยู่ภาคการเกษตร 12.85 ล้านคน ภาคการผลิต 6 ล้านคน ค้าขาย 5.46 ล้านคน ภาคบริการอื่น ๆ ประมาณ 11 ล้านคน ซึ่งจากการที่ สกศ.ได้ศึกษาวิจัยการจัดการศึกษาของประเทศเกาหลีใต้ พบว่า มีการจัดการศึกษาที่ครอบคลุมทั้งการศึกษาในระบบและการศึกษานอกระบบ โดยมีหน่วยงานรับผิดชอบอย่างชัดเจน 

ดังนั้น สกศ. จึงได้นำเรื่อง Credit Bank มาพิจารณาในบอร์ด สกศ.เพื่อเสนอกำหนดรูปแบบในภาพรวมของประเทศ พร้อมให้มีการตั้งหน่วยงานเฉพาะกิจ ขึ้นมา 1 หน่วยงาน เพื่อรับผิดชอบเรื่องนี้โดยตรง โดยจะทำหน้าที่เทียบโอนประสบการณ์จากการทำงาน และตีราคาออกมาเป็นวุฒิการศึกษาให้กับคนทำงาน ซึ่งจะช่วยให้คนกลุ่มนี้มีโอกาสเข้าสู่ระบบการศึกษาได้มากขึ้น เช่น คนที่ทำงานในโรงงาน หรือเจ้าของกิจการที่ไม่ได้จบปริญญาตรี ก็สามารถมาตีราคาออกมาเป็นวุฒิการศึกษา แล้วไปเรียนต่อในวิชาที่ตนเองไม่พร้อมหรือยังขาดอยู่ได้ 

"ที่จริงแล้วการเทียบโอนประสบการณ์จากการทำงาน เป็นหน่วยกิตเพื่อเรียนต่อนั้น มีหลายหน่วยงานดำเนินการอยู่ อาทิ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) หรือนโยบายเรียนจบ ม.6 ภายใน 8 เดือน ของ กศน. แต่ทำในลักษณะต่างคนต่างทำ ซึ่งจริงๆ แล้วควรจะมาบูรณาการแล้วตั้งหน่วยงานเฉพาะขึ้นมาดูแล รวมถึงทำหน้าที่บริหารจัดการหลักสูตรต่างๆ ในการศึกษานอกระบบ ที่ออกมารองรับคนกลุ่มนี้ด้วย ซึ่งในประเทศเกาหลีใต้ จะมีหลักสูตรหลากหลายมากสำหรับผู้เรียน และมีหน่วยงานเฉพาะที่ดูแลเรื่องการเทียบโอนและดูแลหลักสูตรเหล่านี้" 

เลขาธิการ สกศ. กล่าวและว่า นักศึกษาระดับอุดมศึกษา ที่เคยถูกรีไทร์ก็จะได้รับประโยชน์จากระบบ Credit Bank ด้วย โดยจะสามารถนำหน่วยกิตในวิชาที่เรียนมาแล้วฝากไว้ เมื่อมีความพร้อมก็สามารถกลับมาศึกษาต่อจนจบปริญญาตรีได้ขณะเดียวกันคนที่เคยจบระดับประถมศึกษาแล้วต้องออกมาทำงาน ก็สามารถนำหน่วยกิตที่ได้เรียน มาบวกกับประสบการณ์ทำงานมาตีราคาเป็นวุฒิการศึกษาได้เช่นกัน 

 

ที่มา สยามรัฐ

 
 
  ภาพเพิ่มเติม

ไม่มีความเห็น
 
 
 

[ข่าวในหมวดเดียวกัน]
4 องค์กรหลัก ศธ.เตรียมถกคัดเลือกซี 10-11 ก่อนเสนอชื่อตัวจริงให้ คสช.แต่งตั้ง [333]
ไฟเขียวงบ 1.3 พัน ล.เติมเต็มโอกาสเรียนทางไกลผ่านดาวเทียมให้ครบ 100% [302]
คะแนนความดีไม่ควรใช้เป็นองค์ประกอบหลักเข้าเรียนมหา'ลัย [140]
4 นร.ไทยเก่ง! คว้า 2 ทอง 2 เงินชีววิทยาโอลิมปิก [86]
อึ้งตัวบ่งชี้ประเมินรอบ 4 ดูเงินบริจาคศิษย์เก่า [670]

 
***ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริง หรือชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาทางอีเมล์ webmaster@kruthai.info เพื่อให้ผู้ดูแลระบบทราบ และทำการลบข้อความนั้นออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้
 


ชมรมครูและบุคลากรทางการศึกษาออนไลน์แห่งประเทศไทย (ชคบท.)