www. k r u t h a i . i n f o  ชุมชนครูและบุคลากรทางการศึกษาออนไลน์ |
วันเสาร์ ที่ 22 พฤศจิกายน 2557
หน้าแรก
ข่าวสารประจำวัน
ข่าวการศึกษา
ค้นข่าวมาเล่า
วิพากษ์การศึกษา
กระดานสนทนา
กฎ ระเบียบ แนวปฏิบัติ
พระราชบัญญัติ
กฎกระทรวง
ระเบียบ แนวปฏิบัติ
งานวิชาการ
งานบุคคล
งานงบประมาณ
งานบริหารทั่วไป
บริการครูไทย
ข่าวประชาสัมพันธ์
ย้ายสับเปลี่ยน
เผยแพร่ผลงานวิชาการ
แนะนำเว็บไซต์โรงเรียน
KruThai Variety
สาระน่ารู้
สุขภาพ
วิทยาศาสตร์
รอบรู้ ICT
Clip VDO
คุณครูพาเที่ยว
ความสวย ความงาม
ความเชื่อ ราศี
ดูดวง
ตรวจลอตเตอรี่
 

คูรูอัตราจ้างบุก ศธ.ร้องสุชาติต่อสัญญา-ขอค่าครองชีพ-บรรจุเป็นพนักงานราชการ

 
     
  โพสเมื่อ : 12 ก.ย. 2555 โดย : Kruthai เปิดอ่าน 2925 | คิดเห็น 0  
 
คะแนนของข่าวนี้
(22.14%-56 ผู้โหวต)
 
 

.....

เมื่อวันที่ 12 กันยายน ที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) นายอมรรัตน์ ทองสาดี ประธานชมรมครูอัตราจ้างแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยตัวแทนครูอัตราจ้างจากโรงเรียนต่างๆ ในโครงการแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจระยะที่ 2 หรือ SP2 ประมาณ 100 คน เข้ายื่นหนังสือต่อนายสุชาติ ธาดาธำรงเวช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เพื่อขอให้ต่อสัญญาจ้างครูอัตราจ้าง โดยมีนายอนันต์ ระงับทุกข์ รองเลขาธิการคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) รับเรื่องแทน

 

นายอมรรัตน์กล่าวว่า สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้ใช้งบประมาณตามโครงการ SP2 จ้างครูอัตราจ้างตามโครงการยกระดับคุณภาพครูทั้งระบบ 5,290 อัตรา และโครงการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิทยาศาสตร์ และคณิตศาสตร์ 3,323 อัตรา เป็นโครงการต่อเนื่อง 3 ปี ตั้งแต่ปี 2552 และทำสัญญาจ้างปีต่อปี แต่เมื่อเร็วๆ นี้ สพฐ.ได้ทำหนังสือด่วนที่สุดที่ ศธ. 04010/ว 1156 ลงวันที่ 23 พฤษภาคม 2555 และด่วนที่สุดที่ ศธ. 04006/ว1036 ลงวันที่ 30 พฤษภาคม 2555 ให้จ้างครูอัตราจ้างถึงสิ้นเดือนกันยายน 2555 เท่านั้น เนื่องจากในปีงบประมาณ 2556 สพฐ.ไม่มีงบประมาณเพื่อการจ้างครูอัตราจ้างแล้ว จากหนังสือดังกล่าวจะทำให้เกิดผลกระทบต่อการศึกษา ทั้งกับโรงเรียนและนักเรียน เช่น ขาดแคลนบุคลากรด้านการสอน ฯลฯ

 

ดังนั้น จึงได้เดินทางเพื่อยื่นหนังสือและขอเรียกร้อง


1.ขอให้ต่อสัญญาจ้างให้กับครูอัตราจ้างทั้ง 2 โครงการทุกปีโดยไม่ตัดโครงการยกระดับคุณภาพครูทั้งระบบออกจาก สพฐ.

2.ขอให้คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) พิจารณาให้ครูอัตราจ้างทั้ง 2 โครงการอยู่ในหลักเกณฑ์และวิธีการตามที่ ก.ค.ศ.กำหนดและให้ได้รับค่าครองชีพ 15,000 บาท ตามนโยบายรัฐบาลและได้รับค่าครองชีพย้อนหลังตั้งแต่ 1 มกราคม 2555 เป็นต้น

3.ครูอัตราจ้างที่ทำงานครบ 3 ปี ขอบรรจุเข้าสู่ตำแหน่งพนักงานราชการ

 

ทางด้านนายอนันต์กล่าวว่า ขณะนี้ สพฐ.ได้เตรียมงบประมาณ 684 ล้านบาท เพื่อจ้างครูอัตราจ้างจากทั้ง 2 โครงการแล้ว เพียงแต่ยังไม่ได้ทำหนังสือแจ้งไปที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ต่างๆ ส่วนกรณีที่ขอให้มีการปรับเพิ่มเงินเดือนเป็น 15,000 บาทตามนโยบายรัฐบาลนั้น อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) สำหรับข้อเรียกร้องที่ให้บรรจุครูอัตราจ้างทั้งหมดเข้าสู่ตำแหน่งพนักงานราชการตาม ว.12 นั้น คงต้องไปดูระเบียบของ ก.ค.ศ.

 


ขอขอบคุณข่าวสาร/ข้อมูลดีๆ จากเว็บไซต์หนังสือพิมพ์มติชน



ครูอัตราจ้างโครงการ SP2 บุก ศธ.ยื่น 4 ข้อเสนอให้ สพฐ.เยียวยา

กลุ่มครูอัตราจ้างตามโครงการ SP2 บุก ศธ.ยื่น 4 ข้อเสนอให้ สพฐ.เยียวยาและดูแลเหตุพบว่า สพฐ.ส่งหนังสือไปต้นสังกัดให้ยุติการจ้างงานเดือนก.ย.นี้ เพราะไม่มีงบประมาณ 56 จ้างต่อ ด้าน รองเลขาธิการ กพฐ.แจงเตรียมงบจ้างต่อแล้ว ส่วนข้อเสนอเพิ่มเงิน 1.5 หมื่นบาทรอมติเห็นชอบจาก ครม. 

วันนี้ (12 ก.ย.) ที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) นายอมรรัตน์ ทองสาดี ประธานชมรมครูอัตราจ้างแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยครูอัตราจ้างในโครงการแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจระยะที่ 2 ตามแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง หรือ SP2 ทั่วประเทศ ประมาณ 100 คน เดินทางเพื่อยื่นหนังสือต่อนายสุชาติ ธาดาธำรงเวช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เพื่อขอให้ต่อสัญญาจ้างครูอัตราจ้างต่อไปโดยมีนายอนันต์ ระงับทุกข์ รองเลขาธิการคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) และนายไกร เกษทัน ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาระบบบริหารงานบุคคลและนิติการ (สพร.) รับเรื่องแทน 

โดย นายอมรรัตน์ กล่าวว่า ในโครงการ SP2 นั้นสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้ใช้งบประมาณในการจ้างครูอัตราจ้างตามโครงการยกระดับคุณภาพครูทั้งระบบ จำนวน 5,290 อัตราและโครงการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิทยาศาสตร์ และคณิตศาสตร์ จำนวน 3,323 อัตราซึ่งเป็นการจ้างต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 3 ปี แต่ปี 2552 และทำสัญญาจ้างปีต่อปี แต่เมื่อเร็ว ๆ นี้ สพฐ.ได้ทำหนังสือ ด่วนที่สุดที่ ศธ. 04010/ว 1156 ลงวันที่ 23 พฤษภาคม 2555 และด่วนที่สุดที่ ศธ. 04006/ว1036 ลงวันที่ 30 พฤษภาคม 2555 ให้จ้างครูอัตราจ้างถึงสิ้นเดือนกันยายน 2555 เท่านั้น เนื่องจากในปีงบประมาณ 2556 สพฐ.ไม่มีงบประมาณเพื่อการจ้างครูอัตราจ้างแล้ว จากหนังสือดังกล่าวจะทำให้เกิดผลกระทบต่อการศึกษา ทั้งที่เกิดกับโรงเรียนและนักเรียน เช่น ขาดแคลนบุคลากรด้านการสอน ฯลฯ 

ดังนั้น พวกตนจึงได้เดินทางเพื่อยื่นหนังสือและขอเรียกร้อง ดังนี้

1.ขอให้ต่อสัญญาจ้างให้กับครูอัตราจ้างทั้ง 2 โครงการทุกปีโดยไม่ตัดโครงการยกระดับคุณภาพครูทั้งระบบออกจาก สพฐ. โดยไม่มีการเลือกปฏิบัติในกลุ่มของลูกจ้างชั่วคราวและต่อสัญญาจ้างโครงการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ให้กับบุคลากรเดิมโดยไม่ต้องสอบคัดเลือกใหม่และโอนการดูแลมาอยู่ที่ สพฐ. พร้อมกันนี้ขอให้ทำตามสัญญาที่ นายไกร เคยให้ไว้กับกลุ่มลูกจ้างชั่วคราวเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2555 คือ ลูกจ้างทุกคนในโครงการจะได้ทำสัญญาจ้าง 3 ปีต่อครั้งเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการทำงาน

2.ขอให้คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) พิจารณาให้ครูอัตราจ้างทั้ง 2 โครงการอยู่ในหลักเกณฑ์และวิธีการตามที่ ก.ค.ศ.กำหนดและให้ได้รับค่าครองชีพ 15,000 บาทตามนโยบายรัฐบาลและได้รับค่าครองชีพย้อนหลังตั้งแต่ 1 มกราคม 2555 เป็นต้นไปเหมือนลูกจ้างโครงการอื่นโดยไม่เลือกปฏิบัติ

3.ครูอัตราจ้างที่ทำงานครบ 3 ปีขอบรรจุเข้าสู่ตำแหน่งพนักงานราชการ เพื่อให้เกิดความมั่นคงในหน้าที่การงานและเป็นกำลังใจในการทำหน้าที่ และ4.เมื่อเป็นพนักงานราชการครบ 5 ปีขอบรรจุเข้ารับตำแหน่งครูผู้ช่วย เพื่อให้เกิดความมั่นคงในหน้าที่การงานและเป็นขวัญกำลังใจและการปฏิบัติหน้าที่ 

นายอนันต์ กล่าวว่า ขณะนี้ สพฐ.ได้เตรียมงบประมาณ 684 ล้านบาท เพื่อจ้างครูอัตราจ้างจากทั้ง 2 โครงการแล้ว เพียงแต่ยังไม่ได้ทำหนังสือแจ้งไปที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.)ต่าง ๆ ส่วนกรณีที่ขอให้มีการปรับเพิ่มเงินเดือนเป็น 15,000 บาทตามนโยบายรัฐบาลนั้น ขณะนี้เรื่องอยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งหากครม.เห็นชอบก็สามารถเบิกจ่ายได้ทัน เพราะงบดังกล่าวได้ผ่านการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรทั้ง 3 สาระแล้ว 

รองเลขาธิการกพฐ. กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตามสำหรับข้อเรียกร้องที่ให้ บรรจุครูอัตราจ้างทั้งหมด เข้าสู่ตำแหน่งพนักงานราชการนั้น คงต้องไปดูระเบียบของ ก.ค.ศ. ซึ่งทุกอย่างคงต้องเป็นไปตามระเบียบ ส่วนที่ขอให้คนอายุงาน 3 ปีขึ้นไป บรรจุเป็นพนักงานราชการ ตาม ว.12 นั้น สพฐ.จะทำหนังสือเสนอไปยัง ก.ค.ศ. พิจารณาว่าจะสามารถดำเนินการได้หรือไม่

 

 

ที่มา ASTVผู้จัดการออนไลน์ 12 กันยายน 2555

 

ครูอัตราจ้าง ร้องหวั่นโดนเลิกจ้าง

สพฐ.ยาหอมตั้งงบฯ 684ล.จ้างรายปี-หมุนเวียนโรงเรียนสอน

     ที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เมื่อวันที่ 12 ก.ย.55 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตัวแทนครูอัตราจ้างโครงการภายใต้แผนฟื้นฟูเศรษฐกิจระยะที่ 2 ตามแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง (SP2) ทั่วประเทศเกือบ 200 คน นำโดย นายอมรรัตน์ ทองสาดี ประธานชมรมครูอัตราจ้างแห่งประเทศไทย ได้รวมตัวกันมายื่นข้อเรียกร้องต่อ นายสุชาติ ธาดาธำรงเวช รมว.ศึกษาธิการ เพื่อขอให้ต่อสัญญาจ้างครูอัตราจ้างตามโครงการ SP2

     เนื่องจากได้มีหนังสือจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ให้จ้างครูอัตราจ้างถึงสิ้นเดือน ก.ย.55 นี้เท่านั้น และให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา แจ้งให้โรงเรียนในสังกัด งดการจ้างครูตามโครงการยกระดับคุณภาพครูทั้งระบบ จำนวน 5,290 อัตรา และโครงการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ จำนวน 3,323 อัตรา รวมทั้งสิ้น 8,613 อัตรา ในปีงบประมาณ 2556 เนื่องจาก สพฐ.ไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณ เพื่อจ้างครูอัตราจ้างในโครงการดังกล่าว โดยมีนายอนันต์ ระงับทุกข์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) มารับเรื่องแทน

     ทั้งนี้ นายอมรรัตน์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาทางชมรมฯ ได้ยื่นหนังสือถึง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ซึ่งรับปากว่าจะให้รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องไปดูแล แต่จนใกล้จะหมดสัญญาจ้าง ก็ยังไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจน จึงต้องออกมาเรียกร้อง โดยได้ออกแถลงการณ์พร้อมข้อเรียกร้องให้ต่อสัญญาจ้างครูอัตราจ้างในโครงการดังกล่าว จำนวน 3 ปี และให้อยู่ในโรงเรียนเดิมโดยไม่ต้องมีการสอบคัดเลือกใหม่ ให้พิจารณาได้รับเงินค่าครองชีพ 15,000 บาท ตามนโยบายของรัฐบาล และมีผลย้อนหลังตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.55 เหมือนลูกจ้างโครงการอื่น โดยไม่เลือกปฏิบัติ ครูอัตราจ้างที่ทำงานครบ 3 ปีให้บรรจุเป็นพนักงานราชการ และเมื่อเป็นพนักงานครบ 5 ปีให้บรรจุเป็นครูผู้ช่วย ทั้งนี้เพื่อสร้างขวัญกำลังใจและความมั่นคงในหน้าที่

     ด้านนายอนันต์ ระงับทุกข์ รองเลขาธิการ กพฐ. กล่าวว่า เข้าใจความรู้สึกของครูอัตราจ้าง ที่ได้ทำงานรับใช้บ้านเมือง แต่ทุกอย่างต้องดูว่าอยู่ในอำนาจที่ สพฐ.ทำได้หรือไม่ เพราะข้อเรียกร้องบางเรื่อง ต้องรอหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และบางเรื่องต้องออกเป็นหลักเกณฑ์

     อย่างไรก็ตาม ขอยืนยันว่าครูอัตราจ้างในโครงการดังกล่าวจะไม่ตกงานแน่นอน เพราะ สพฐ.ได้ตั้งงบประมาณ ซึ่งเป็นงบฯ ดำเนินการพิเศษ ในปี 2556 จำนวน 684 ล้านบาทไว้แล้ว แต่จะเป็นการต่อสัญญาจ้างปีต่อปี ไม่ใช่ 3 ปีตามข้อเรียกร้อง และอาจไม่ได้อยู่โรงเรียนเดิม แต่จะเป็นในพื้นที่ใกล้เคียงกัน ส่วนการบรรจุเป็นพนักงานราชการหรือครูผู้ช่วยนั้น สพฐ.จะต้องหารือกับสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ว่าสามารถทำได้หรือไม่


ขอขอบคุณข่าวสาร/ข้อมูลดีๆ จากเว็บไซต์หนังสือพิมพ์สยามรัฐ
 
 
  ภาพเพิ่มเติม

ไม่มีความเห็น
 
 
 

[ข่าวในหมวดเดียวกัน]
ชี้ปรับโครงสร้าง ศธ.ไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน [1894]
ศึกษานิเทศก์ต้องร่วมรับผิดชอบคุณภาพเด็ก [2112]
กมว.คุรุสภาเตือนต่อตั๋วครูก่อน 8 ธ.ค.นี้ [2183]
ศธ.นำร่องกระจายอำนาจสู่ ร.ร.-เขตพื้นที่ฯ เริ่ม ม.ค.58 [2585]
ผุดค่ายติวภาษาอังกฤษแบบเข้ม-จัดทำกรอบกำหนดทักษะสื่อสาร นร.12 ชั้นปี [1211]

 
***ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริง หรือชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาทางอีเมล์ webmaster@kruthai.info เพื่อให้ผู้ดูแลระบบทราบ และทำการลบข้อความนั้นออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้
 


ชมรมครูและบุคลากรทางการศึกษาออนไลน์แห่งประเทศไทย (ชคบท.)