www. k r u t h a i . i n f o  ชุมชนครูและบุคลากรทางการศึกษาออนไลน์ |
วันเสาร์ ที่ 22 พฤศจิกายน 2557
หน้าแรก
ข่าวสารประจำวัน
ข่าวการศึกษา
ค้นข่าวมาเล่า
วิพากษ์การศึกษา
กระดานสนทนา
กฎ ระเบียบ แนวปฏิบัติ
พระราชบัญญัติ
กฎกระทรวง
ระเบียบ แนวปฏิบัติ
งานวิชาการ
งานบุคคล
งานงบประมาณ
งานบริหารทั่วไป
บริการครูไทย
ข่าวประชาสัมพันธ์
ย้ายสับเปลี่ยน
เผยแพร่ผลงานวิชาการ
แนะนำเว็บไซต์โรงเรียน
KruThai Variety
สาระน่ารู้
สุขภาพ
วิทยาศาสตร์
รอบรู้ ICT
Clip VDO
คุณครูพาเที่ยว
ความสวย ความงาม
ความเชื่อ ราศี
ดูดวง
ตรวจลอตเตอรี่
 

เงินเดือน ป.ตรี 1.5 หมื่นพ่นพิษ ท้องถิ่นเมืองเลยม็อบจี้ “ยิ่งลักษณ์”แก้ปัญหาด่วน

 
     
  โพสเมื่อ : 18 ส.ค. 2555 โดย : Kruthai เปิดอ่าน 3896 | คิดเห็น 0  
 
คะแนนของข่าวนี้
(30.84%-83 ผู้โหวต)
 
 

.....

เลย - นโยบายหาเสียงพรรคเพื่อไทยกรณีเงินเดือน ป.ตรี 15,000 บาทพ่นพิษ นายกท้องถิ่นเมืองเลยพร้อมพนักงานสุดทนชุมนุมปราศรัยโจมตีรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ทำงานบริหารการคลังท้องถิ่นป่วนไม่มีงบจ่ายข้าราชการ-ลูกจ้างตามมติ ครม. จี้ช่วยแก้ปัญหาด่วน
       
       วันนี้ (17 ส.ค.) ที่หน้าศาลากลางจังหวัดเลย สมาชิกสันนิบาตเทศบาล ที่เป็นนายกเทศมนตรีเทศบาลในจังหวัดเลย พร้อมด้วยพนักงานเจ้าหน้าที่กว่า 200 คน นำโดยนายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล นายกเทศมนตรีเมืองวังสะพุง ในฐานะประธานสันนิบาตเทศบาลจังหวัดเลย ชุมนุมเรียกร้องให้รัฐบาลช่วยเหลือเงินเดือนข้าราชการ พนักงาน และลูกจ้างในอัตรา 15,000 บาท ตามมติคณะรัฐมนตรี
       
       ผู้ชุมนุมได้นำป้ายเขียนข้อความเรียกร้อง และบอกถึงความเดือดร้อนจากนโยบายประชานิยมกรณีดังกล่าว พร้อมกับได้ผลัดกันปราศรัยผ่านเครื่องขยายเสียง โจมตีรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่าไม่อุดหนุนเงินมาให้ท้องถิ่น ทำให้กระทบต่อการบริหารการคลัง โดยระบุว่ารัฐบาลไม่ใส่ใจ มัวแต่เอาเวลาไปทำอย่างอื่น
       
       นายเลิศศักดิ์กล่าวว่า คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2555 ให้ปรับเพิ่มเงินเดือนและค่าจ้างของข้าราชการ พนักงาน และลูกจ้างของหน่วยงานราชการ ทำให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องรับภาระในการจ่ายเงินค่าจ้าง และเงินค่าครองชีพสูงขึ้น ตามประกาศคณะกรรมการพนักงานส่วนท้องถิ่น ซึ่งออกตาม พ.ร.บ.ระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2542 
       
       ทำให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่สามารถวางแผนและกำหนดค่าใช้จ่ายเงินเดือน ประโยชน์ตอบแทนอื่น และค่าจ้างให้เป็นไปตาม พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวได้ ซึ่งกำหนดไว้ให้จ่ายได้ไม่เกินร้อยละ 40 ของงบประมาณองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแต่ละแห่ง
       
       ดังนั้น การมาชุมนุมครั้งนี้จึงต้องการเรียกร้องให้รัฐบาลจัดสรรเงินรายได้ในรูปเงินอุดหนุนทั่วไปและภาษีอากรให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพิ่มขึ้น ในสัดส่วนที่เหมาะสมกับภารกิจและค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายเพิ่มขึ้น
       
       ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากนั้น นายสมพงศ์ อรุณโรจน์ปัญญา ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย ได้ลงมารับหนังสือร้องเรียน พร้อมกับรับปากว่าจะนำเรื่องเสนอไปยังรัฐบาลให้แก้ปัญหาความเดือดร้อนโดยเร็วที่สุด ทำให้กลุ่มผู้ชุมนุมพอใจก่อนแยกย้ายกันกลับ

ที่มา
http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9550000101417


“นายกท้องถิ่น” ศรีสะเกษโวย“ ป.ตรี 1.5 หมื่น” ทำ อปท.เดือดร้อนหนัก - จี้รบ.แก้ด่วน

 ศรีสะเกษ -นโยบายเงินเดือน ป.ตรี 15,000 บาท พ่นพิษ นายกเล็กเมืองศรีสะเกษพร้อมชมรมนายกอบต.ศรีสะเกษ บุกยื่นหนังสือผ่านผู้ว่าฯ ศรีสะเกษ ถึงรัฐบาล ระบุ อปท. เดือดร้อนหนัก มีรายได้ไม่เพียงพอจ่ายเงินเดือน-ค่าจ้างพนักงาน ลูกจ้าง วอนเร่งแก้ปัญหา จัดสรรงบฯ ชดเชยให้ อปท.ด่วน
       
       วันนี้ (17 ส.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงาน ที่ห้องประชุมศรีพฤทเทศวร ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดศรีสะเกษ อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ นายฉัฐมงคล อังคสกลุเกียรติ นายกเทศมนตรีเมืองศรีสะเกษ พร้อมด้วย นายประวิทย์ จารุรัชกุล นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) สำโรง และ ประธานชมรมนายกองค์การบริหารส่วนตำบลศรีสะเกษ และ นายก อบต.จากหลายพื้นที่ใน จ.ศรีสะเกษ ได้เข้ายื่นหนังสือผ่าน นายประทีป กีรติเรขา ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ ถึงรัฐบาล เพื่อให้ดำเนินการแก้ไขปัญหากรณีค่าใช้จ่ายเงินเดือน ประโยชน์ตอบแทนอื่น และค่าจ้างของพนักงาน ลูกจ้างขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.)
       
       นายฉัฐมงคล อังคสกุลเกียรติ นายกเทศมนตรีเมืองศรีสะเกษ กล่าวว่า จากการที่รัฐบาลได้มีนโยบายในการปรับขึ้นค่าครองชีพให้กับข้าราชการ ลูกจ้าง จบการศึกษาระดับปริญญาตรี ที่มีเงินเดือนไม่ถึง 15,000 บาท ทำให้หน่วยงานท้องถิ่นต่าง ๆ ได้รับความเดือดร้อนเป็นจำนวนมาก เพราะท้องถิ่นไม่มีความสามารถที่จะจ่ายเงินจำนวนดังกล่าวได้ เนื่องจากต้องนำเงินส่วนใหญ่ไปใช้ในการบริหารท้องถิ่น เพื่อความสุขของประชาชนในที่นั้น ๆ ไม่ว่าจะเป็น การซ่อมแซมถนน เบี้ยผู้สูงอายุ และเบี้ยยังชีพคนพิการ ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งที่ทางหน่วยงานท้องถิ่นได้แบ่งเบาภาระของทางรัฐบาลมาโดยตลอด
       
       นายฉัฐมงคล กล่าวต่อว่า ในวันนี้ตนและคณะได้เดินทางมายื่นหนังสือผ่าน นายประทีป กีรติเรขา ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลได้ให้การชดเชยผลพวงที่เกิดขึ้นจากนโยบายของรัฐบาล ขอวอนให้รัฐบาลได้จัดสรรเงินรายได้ ทั้งในรูปแบบเงินอุดหนุนทั่วไป และเงินภาษีอากรให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพิ่มขึ้นในสัดส่วนที่เหมาะสมกับภารกิจ และค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายเพิ่ม
       
       เนื่องจากในขณะนี้พบว่า มีองค์การบริหารส่วนตำบลหลายแห่งกำลังประสบปัญหา ไม่สามารถที่จะจ่ายเงินเดือนและประโยชน์ตอบแทนอื่น ๆ ให้กับพนักงาน หรือลูกจ้างได้ เนื่องจากมีเงินรายได้ไม่เพียงพอ ซึ่งในช่วงที่ผ่านมา หน่วยงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้ทำงานสนองนโยบายของรัฐบาลมาโดยตลอด แต่การที่จะทำงานสนองนโยบายรัฐบาลได้อย่างสมบูรณ์แบบนั้น หน่วยงานท้องถิ่นต้องได้รับการดูแลจากรัฐบาลด้วย ซึ่งรัฐบาลเป็นผู้ที่กำหนดนโยบายนี้ขึ้นมา เช่นเดียวกัน


ที่มา
http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9550000101546

ประท้วงรัฐบาลเดือด “นายกเทศบาลตำบลโคกศรี ประกาศฆ่าตัวตายหน้าทำเนียบ”

กาฬสินธุ์-กลุ่มผู้บริหารเทศบาลจังหวัดกาฬสินธุ์ นำเจ้าหน้าที่ลูกจ้างกว่า 1 พันคน ชุมนุมประท้วงรัฐบาลเรียกร้องให้จัดสรรงบบริหารเทศบาล หลังพบปัญหาเม็ดเงินการกระจายอำนาจถูกตัดทุกปี จนไม่สามารถบริหารท้องถิ่นได้ ย้ำจะเดินขบวนไปชุมนุมหน้ารัฐสภาหากไม่ได้รับคำตอบในครั้งนี้ 
       
       วานที่(17 ส.ค.) ที่สนามหน้าศาลากลางจังหวัดกาฬสินธุ์ นายเกรียงไกร ภูมิเหล่าแจ้ง นายกเทศบาลตำบลยางตลาด ในฐานะนายกสมาคมเทศบาลจังหวัดกาฬสินธุ์ ประธานสันนิบาตเทศบาลจังหวัดกาฬสินธุ์ และรองประธานสันนิบาตเทศบาลภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พร้อมด้วยผู้บริหารเทศบาลตำบลทั้งจังหวัด นำเจ้าหน้าที่ลูกจ้างกว่า 1 พันคน ปักหลักชุมนุมประท้วงเรียกร้องให้นส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แก้ไขปัญหาการกระจายงบประมาณลงสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
       
       หลังจากนโยบายรัฐบาลรวมถึงการบริหารท้องถิ่นเกิดปัญหา งบประมาณที่ส่งลงพื้นที่ไม่เพียงพอ เหลืออยู่เพียงร้อยละ 23 ของงบประมาณในแต่ละแห่งแต่การบริหารซึ่งเพิ่มในเรื่องค่าใช้จ่ายด้านบุคคลากร ได้ส่งผลสูงเกินกว่าร้อยละ 40
       
       การชุมนุมมีการสลับกันขึ้นปราศรัย พร้อมกับเรียกร้องให้มีการตั้งกรมท้องถิ่นใหม่เนื่องจากมีปัญหาในการเรียกรับเงินเปอร์เซ็นต์ภายในองค์กรถึงร้อยละ 30 จากงบประมาณ ซึ่งข้อเรียกร้องได้ขอให้รัฐบาลจัดสรรงบกลางชดเชยให้กับ อปท. และให้ทำการตัดรายการค่าใช้จ่ายที่ไม่สมควรไปเป็นหน้าที่ของส่วนกลาง พร้อมกับยืนยันว่าหากไม่แก้ไขจะมีการเดินทางไปชุมนุมกันต่อที่หน้ารัฐสภา นอกจากนี้
       
       ขณะที่บริหารเทศบาลตำบลในจังหวัดกาฬสินธุ์ สลับกันขึ้นปราศรัย นายประจักษ์ ภูแลขำ นายกเทศบาลตำบลโคกศรี อ.ยางตลาด ได้ประกาศที่จะฆ่าตัวตายที่หน้าทำเนียบรัฐบาล ซึ่งหากรัฐบาลไม่ให้คำตอบในการแก้ไขปัญหาภายในวันที่ 31 สิงหาคมนี้
       
       ด้าน นายเกรียงไกร ภูมิเหล่าแจ้ง นายกเทศบาลตำบลยางตลาด อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า สิ่งที่ต้องการนั้นคืองบประมาณในการดูแลท้องถิ่นอย่างเต็มที่ เพราะปัญหาทุกอย่างในท้องถิ่น เกิดจากนโยบายการกระจายอำนาจของรัฐบาล ที่สวนทางกับนโยบายประชานิยมที่ไม่เคยสนับสนุนลงพื้นที่อย่างเต็มที่ ปัญหานี้การกระจุกตัวของงบประมาณ เริ่มเกิดขึ้นตั้งปี 2549 ส.ส.มีการแปรญัตติปรับลดงบประมาณของ อปท.ลงอย่างต่อเนื่อง
       
       ซึ่งในบางแห่งที่ไม่เดือดร้อนนั้นก็คือพื้นที่ที่สามารถจัดเก็บภาษีได้เต็มที่ แต่ในพื้นที่ภาคอีสาน การจัดเก็บภาษีบางแห่งต่อเดือนยังไม่ถึง 5 หมื่นบาท แต่กลับมีนโยบายประชานิยมออกมาต่อเนื่องทำให้การบริหารจัดการภายในองค์กรไม่สามารถบริหารจัดการได้
       
       “เทศบาลทุกแห่งถูกชาวบ้านต่อว่า ดังนั้นสิ่งสำคัญคือรัฐบาลต้องให้คำตอบในการแก้ไขปัญหาภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2555 ไม่เช่นนั้น กลุ่มเทศบาลตำบล และอปท.ทุกแห่งทั่วประเทศจะพร้อมใจกันเดินขบวนไปชุมนุมกันที่รัฐสภา และยืนยันว่าหาก ท้องถิ่นอยู่ไม่ได้ รัฐบาลก็จะอยู่ไม่ได้แน่นอน”นายเกรียงไกร กล่าว
       
       สำหรับการชุมนุมครั้งนี้ นายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้มอบหมายให้ นายปรัชญา จินต์จันทร์วงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ เข้าไปรับหนังสือตามข้อเรียกร้องดังกล่าวส่งไปยัง นส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐบาลมนตรี ทำให้ผู้ชุมนุมพอใจจึงสลายตัวไปในที่สุด

ที่มา
http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9550000101583

#########################################################

วอนท้องถิ่นอย่าวู่วามก่อม็อบ ยัน รบ.ไม่ลืมอุดหนุน 6พันล.

สมาคม อบต.เตรียมรณรงค์ต้านนโยบายรัฐบาล ขึ้นเงินเดือน ป. ตรี 1.5 หมื่นบาท หลังเบี้ยวเงินอุดหนุนท้องถิ่น 6.2 พันล้าน จนกว่าจะจัดสรรงบให้"นายกอบต.วังหิน" จวกนโยบายไม่เป็นธรรม ขรก.เก่ามีความรู้-ชำนาญการมากกกว่า เด็กจบใหม่ แต่กลับรับเงินเดือนน้อยกว่าอื้อ "อธิบดีสถ."วอนอย่าวู่วาม เผย "รัฐบาล-มหาดไทย" เร่งหาทางออก เชื่อไม่มีเหตุบานปลาย ถึงขั้นฆ่าตัวตาย

     จากกรณีสมาชิกสันติบาตเทศบาล จ.เลย ออกมาชุมนุม เรียกร้องให้รัฐบาล เพิ่มงบประมาณอุดหนุนส่วนท้องถิ่น เนื่องจากนโยบายการขึ้นเงินเดือน15,000 บาทของรัฐบาลทำให้งบประมาณ ในส่วนของท้องถิ่นลดน้อยลง พร้อมขู่หากไม่ดำเนินการจะฆ่าตัวตายหน้าทำเนียบรัฐบาล

     เมื่อวันที่ 19 ส.ค.55 นายวีระยุทธ เอี่ยมอำภา อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีดังกล่าว ว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา กลุ่มสมาชิกผู้นำสันติบาตฯ ได้เข้าพบกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ์ รองนายกฯและรมว.มหาดไทย พร้อมตัวแทนที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงบฯ และกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น โดยมีการหารือพูดคุย ถึงปัญหาดังกล่าวแล้ว ซึ่งขณะนี้อยู่ว่าการรอข้อสรุปว่าจะออกมาในรูปแบบใด

     เมื่อถามว่า ผู้เรียกร้องข่มขู่ว่า หากไม่เร่งดำเนินการจะมีการฆ่าตัวตายหน้าทำเนียบฯนายวีระยุทธ กล่าวว่า ขอให้ผู้ชุมนุมอย่าวู่วาม เพราะเรื่องดังกล่าว รัฐบาลและ กระทรวงมหาดไทย กำลังเร่งดำเนินการแก้ปัญหาอยู่ เพื่อหาทางออกที่ดีที่สุดให้อยู่ ทั้งนี้ เชื่อว่าเรื่องดังกล่าวจะไม่มีเหตุการณ์บานปลาย ดังนั้นขอให้ทุกคนอดทนรอสักระยะหนึ่ง

     ด้านนายนพดล แก้วสุพัฒน์ นายกสมาคมองค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.)แห่งประเทศไทย กล่าวว่า เรื่องนโยบายการขึ้นเงินเดือนปริญญาตรี จำนวน15,000 บาท ถือเป็นนโยบายของรัฐบาล แต่ให้ท้องถิ่นเป็นคนรับภาระ ซึ่งก่อนหน้านี้รัฐบาลได้ศึกษาแล้วเห็นว่า นโยบายดังกล่าว ต้องใช้งบประมาณ จำนวน 6,200 ล้านบาท ที่ต้องจ่ายให้ท้องถิ่นและรับปากว่า จะมีการจัดสรรงบให้กับท้องถิ่น แต่ปรากฎว่า ขณะนี้ทางท้องถิ่นยังไม่ได้รับเงิน จึงได้มีการเรียกร้องให้มีการเร่งรัดให้รัฐบาลจัดสรรเพิ่มงบอุดหนุนให้กับท้องถิ่น

     นายนพดล กล่าวต่อว่า แทนที่จะมีการจ่ายเงินให้ท้องถิ่น แต่ปรากฎว่า กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น(สถ.)กลับมีหนังสือเวียน ไปถึงท้องถิ่นต่างๆ ให้รายงานความสามารถ ในการจ่ายเงินตามนโยบายดังกล่าว ถ้าท้องถิ่นไหน มีความสามารถ ก็ให้ทำตามนโยบาย ซึ่งถือเป็นการผิดสัญญา ที่ให้ไว้กับท้องถิ่น ว่าจะมีการจัดสรรงบให้

     "สมาคมอบต.แห่งประเทศไทย จะประชุมร่วมกับสมาคมสันนิบาตฯ ในวันที่ 20ส.ค. เพื่อกำหนดท่าที และจุดยืน ในการเรียกร้องต่อรัฐบาล โดยสมาคมอบต.แห่งประเทศไทย จะเสนอให้มีการแถลงข่าว และรณรงค์ให้ท้องถิ่นทั่วประเทศ ไม่ดำเนินนโยบายเรื่องเงินเดือนปริญญาตรี 15,000 บาทของรัฐบาล จนกว่ารัฐบาลจะจัดสรรงบประมาณที่เคยได้รับปากไว้จำนวน 6,200 ล้านบาทมาให้ท้องถิ่น"

     ขณะที่ นายฐิติวัจน์ บุญคง นายกอบต.วังหิน อ.วังหิน จ.ศรีสะเกษ กล่าวว่า นโยบายของรัฐบาล ที่กำหนดหลักเกณฑ์การจ่ายเงินเดือนปริญญาตรี ไม่เป็นธรรมกับข้าราชการ ที่ทำงานมานาน6-7 ปี แต่ได้รับการบรรจุ เข้ามาในระดับ2 คือวุฒิ ปวส. ซึ่งปัจจุบันเลื่อนขั้นขึ้นมาถึงระดับ5แล้ว แต่เงินเดือนที่ได้รับ มีจำนวน12,000บาทเท่านั้น ทั้งๆ ที่มีวุฒิการศึกษา ถึงปริญญาโท มีความรู้ความชำนาญ ในการปฏิบัติหน้าที่ แต่ข้าราชการหรือลูกจ้างที่เพิ่งบรรจุเข้ามา โดยใช้วุฒิปริญญาตรี ยังไม่มีความรู้เรื่องงาน แต่ได้รับเงินเดือนจำนวน15,000บาท จึงไม่เป็นธรรมอย่างยิ่ง

     "รัฐบาลควรกำหนดให้มีการนำอายุงานของข้าราชการระดับต่างๆ ที่ได้รับการบรรจุเข้ามานานแล้ว มาคำนวน คูณกับเงินเดือนที่ได้รับปัจจุบัน จะทำให้ข้าราชการระดับ5ได้รับเงินเดือนอยู่ที่อัตรา ประมาณ16,000-17, 000บาท จะทำให้เกิดความเป็นธรรม แก่ข้าราชการที่มีความรู้ความชำนาญในหน้าที่การงานอย่างแท้จริง"

 

ขอขอบคุณข่าวสาร/ข้อมูลดีๆ จากเว็บไซต์หนังสือพิมพ์สยามรัฐ
 
 
  ภาพเพิ่มเติม

ไม่มีความเห็น
 
 
 

[ข่าวในหมวดเดียวกัน]
กำหนดการประเมินคุณภาพภายนอกสถานศึกษาระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2558 [481]
ผลการคัดเลือกข้าราชการเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ผช.เลขาฯ กพฐ. [397]
แต่งตั้งข้าราชการครูและบุคลกรทางการศึกษาให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา [418]
รมว.ศธ. ตรวจเยี่ยม สทศ. [52]
ผลการประชุม ก.ค.ศ. ครั้งที่ 12/2557 เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2557 [449]

 
***ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริง หรือชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาทางอีเมล์ webmaster@kruthai.info เพื่อให้ผู้ดูแลระบบทราบ และทำการลบข้อความนั้นออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้
 


ชมรมครูและบุคลากรทางการศึกษาออนไลน์แห่งประเทศไทย (ชคบท.)