| ก่อนที่จะมาเตรียมรับการประเมินเพื่อให้มีวิทยฐานะครูชำนาญการ
เราควรมาทำความเข้าใจหลักเกณฑ์และวิธีการให้ข้าราชการครูมีวิทยฐานะครูชำนาญการก่อน
(อ่านรายละเอียดทั้งหมดคลิกที่นี้)
โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้ 1. ด้านคุณสมบัติของผู้ขอรับการประเมิน
1.1 ไม่กำหนดคุณสมบัติด้านเงินเดือนขั้นต่ำของผู้ขอรับการประเมิน
ขอให้มีประสบการณ์ในการสอนมาแล้วไม่น้อยกว่า 6 ปี สำหรับผู้ที่มีวุฒิปริญญาตรี,
4 ปี สำหรับผู้ที่มีวุฒิปริญญาโท และ 2 ปี สำหรับผู้ที่มีวุฒิปริญญาเอก
ในคุณสมบัติข้อนี้
กล่าวคือ ผู้ที่จะมีคุณสมบัติเข้าเกณฑ์ ปัจจุบันจะต้องดำรงตำแหน่งครู
(ตำแหน่งสายผู้สอนมี 2 ตำแหน่ง คือ ครูผู้ช่วย กับ ครู) และมีประสบการณ์สอนตามที่กล่าวไว้ข้างต้นที่ผันแปรตามคุณวุฒิ
ซึ่งประสบการณ์สอนนี้ ไม่จำเป็นจะต้องทำหน้าที่สอนติดต่อกันก็ได้
และ้สามารถนำประสบการณ์ ความรับผิดชอบที่เกี่ยวข้องกับการสอนทั้งในสายงานการศึกษาของรัฐและเอกชนมานับรวมได้
หากประสบการณ์การดำรงตำแหน่งครูไม่ครบตามหลักเกณ์้ เช่น คุณครูบางท่านก่อนที่จะมารับราชการครู
อาจจะเคยเป็นครูสอนในโรงเรียนเอกชน เคยเป็นครูอัตราจ้าง หรือพนักงานราชการ
ทั้งนี้ควรจะเตรียมเอกสารหลักฐานไว้ เพื่อการตรวจสอบ
จากคุณสมบัติในข้อที่ 1 นี้ จะทำให้มีข้าราชการครูที่เพิ่งบรรจุมีโอกาสได้รับเงินเดือนสูงขึ้น
เท่ากับครูที่บรรจุก่อน ถ้าผ่านการประเมิน เพราะมาตรฐานวิทยฐานะครูชำนาญการนั้น
กำหนดไว้ว่า ผู้ที่ได้รับวิทยฐานะครูชำนาญการ จะได้รับเงินเดือนในอันดับ
คศ.2 ซึ่งปัจจุบันคือ 15,410 บาท เช่น ครู ก.บรรจุปี 41 ปัจจุบันรับเงินเดือนในอันดับ
คศ.1 ขั้น 15,040 บาท กับครู ข.บรรจุปี 47 ปัจจุบันรับเงินเดือนในอันดับ
คศ.1 ขั้น 10,770 บาท ถ้าคุณครูทั้ง 2 ท่าน มีคุณสมบัติสำหรับวิทยฐานะครูชำนาญการ
และยื่นขอรับการประเมินในเดือนตุลาคม 2551 และผ่านการประเมินให้มีวิทยฐานะครูชำนาญการ
ทั้งครู ก. และครู ข.จะได้รับเงินเดือนในอันดับ คศ.2 (ขั้นต่ำของ
คศ.2) คือ 15,040 บาท ตั้งแต่เดือน พฤศจิกายน 2551
1.2 กำหนดภาระงานของผู้ขอรับการประเมิน
18 ชั่วโมง/สัปดาห์
ทั้งนี้
การนับจำนวนชั่วโมงสอน 18 ชั่วโมง/ต่อสัปดาห์ เฉพาะในปีการศึกษา
2551 ให้สามารถนับชั่วโมงปฏิบัติการสอนไม่น้อยกว่า 12 ชั่วโมง/ต่อสัปดาห์
(สอนกลุ่มสาระการเรียนรู้ใดก็ได้ใน 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้หรือทั้ง
8 กลุ่มสาระ) และชั่วโมงสอนกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ถ้ายังไม่ถึง
18 ชั่วโมง/สัปดาห์ ให้นำชั่วโมงปฏิบัติงานอื่นที่เกี่ยวข้องกับการจัดการเรียนการสอนตามที่ผู้อำนวยการโรงเรียนมอบหมายมานับรวม
เพื่อให้ครบ 18 ชั่วโมง/ต่อสัปดาห์ ได้ โดยควรที่จะมีการเตรียมเอกสารหลักฐานไว้
เพื่อการตรวจสอบ
ในส่วนของปีการศึกษา
2549 และ 2550 นั้นไม่จำเป็นต้องสอนถึง 18 ชั่วโมง/ต่อสัปดาห์
เพราะเป็นเหตุการณ์ที่ผ่านมาแล้ว ก่อนที่เกณฑ์ใหม่จะใช้บังคับ
หรือก่อนที่ สำนักงาน ก.ค.ศ.จะมีหนังสือแจ้งให้ครูทราบ โดย
สำนักงาน ก.ค.ศ.ได้มีหนังสือแจ้ง เรื่อง การปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีการให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
มีและเลื่อนวิทยฐานะ เมื่อวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2551 ที่ผ่านมา
1.3 ได้ปฏิบัติงานงานตามหน้าที่และความรับผิดชอบการเรียนการสอน
และการพัฒนาผู้เรียน และมีผลงานการสอนและการพัฒนาผู้เรียนย้อนหลัง
2 ปีติดต่อกันนับถึงวันที่ยื่นคำขอ
ในข้อนี้
ท่านจะต้องปฏิบัติหน้าที่สอนนักเรียน ย้อนหลังมาแล้ว 2 ปีติดต่อกันนับถึงวันที่ยื่นคำขอ
เพราะมีคุณครูบางท่านไปช่วยราชการ ต่างกระทรวง หรือช่วยราชการใน
สพท.ซึ่งไม่ใช่การสอนนักเรียนก็จะไม่มีสิทธิ์ยื่นขอรับการประเมิน
ยกเว้นว่า จะกลับมาปฏิบัติหน้าที่สอนนักเรียนตั้งแต่เดือนตุลาคม
2549 ซึ่งการนับนั้นจะขอยกตัวอย่าง ดังนี้ เช่น ครู กอ รับเงินเดือนในอันดับ
คศ.1 เดิมช่วยราชการที่ สพท. และกลับมาทำการสอนที่โรงเรียนเมื่อวันที่
15 ตุลาคม 2549 ครู กอ จะต้องยื่นขอรับการประเมินเพื่อให้มีวิทยฐานะครูชำนาญการ
ไม่ก่อนวันที่ 14 ตุลาคม 2551 คืออยู่ในช่วงวันที่ 14 - 31
ตุลาคม 2551 ถึงแม้ว่าในช่วงที่กลับมาทำการสอนในโรงเรียนจะเป็นช่วงปิดภาคเรียนก็ตาม
|