วันพฤหัส 21 มิถุนายน 2561
ติดตามเว็บไซต์
หน้าแรก > บทความ > ถ้าแก้ ‘ทีแคส’ ไม่ได้ ก็ยุบ ‘ทปอ.’ ไปเสียดีกว่า??

ถ้าแก้ ‘ทีแคส’ ไม่ได้ ก็ยุบ ‘ทปอ.’ ไปเสียดีกว่า??

หมวดหมู่ : บทความ 31 พฤษภาคม 2018 เปิดอ่าน 240 ครั้ง

ทำท่าจะไปได้สวย สำหรับระบบการรับสมัครบุคคลเข้าศึกษาต่อในสถาบันอุดมศึกษา หรือ “ทีแคส” ประจำปีการศึกษา 2561 ซึ่งเริ่มใช้เป็นปีแรก

การรับสมัครทีแคส รอบที่ 1 และ 2 ผ่านไปแบบไร้ปัญหา แต่พอถึงรอบที่ 3 รับตรงร่วมกัน “ลางร้าย” เริ่มปรากฎรางๆ เมื่อระบบรับสมัคร “ล่ม” ตั้งแต่วันแรกที่เปิดให้เข้าไปสมัครผ่านอินเตอร์เน็ต จนทำให้สมาคมที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (สอท.) ต้องขยายเวลารับสมัครจากเดิม วันที่ 9-13 พฤษภาคม เป็นวันที่ 9-19 พฤษภาคม

ความโกลาหลเริ่มก่อตัวอีกครั้ง เมื่อมหาวิทยาลัยต่างๆ ทยอยประกาศผลสอบทีแคสรอบ 3 ตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม ที่ผ่านมา เนื่องจากการรับสมัครในรอบนี้ ให้ผู้สมัครเลือกได้ 4 คณะ/สถาบัน โดยไม่ต้องเรียงลำดับเหมือนการสอบเอ็นทรานซ์ หรือแอดมิสชั่นส์เดิม

อีกทั้ง การรับสมัครทีแคสรอบนี้ ยังรวมกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย (กสพท) ด้วย ทำให้นักเรียนที่ยื่นคะแนนในรอบนี้ โดยเฉพาะกลุ่มที่มีเป้าหมายเลือกคณะแพทยศาสตร์ คณะทันตแพทยศาสตร์ คณะพยาบาลศาสตร์ และคณะเภสัชศาสตร์ จึงเป็นกลุ่มเด็กที่มีคะแนนสูงมาก

จนมีผู้ประเมินเอาไว้ว่า จะเกิดการ “กีดกัน” ที่นั่งเด็กที่มีคะแนนปานกลาง

เมื่อมหาวิทยาลัยประกาศรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือกในรอบ 3 ปัญหาที่กลัวๆ กันก็เกิดขึ้นจริงๆ เพราะผู้ที่เลือกคณะ/สถาบันในกลุ่ม กสพท ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีคะแนนสูง ผ่านการคัดเลือกในคณะ/สถาบันอื่นๆ ที่เลือกเผื่อไว้ด้วยทั้งหมด

ทำให้ผู้สมัครที่คะแนนรองๆ ลงไป “พลาด” ที่นั่งในคณะ/สถาบันที่เลือกในรอบนี้จำนวนมาก

อีกทั้ง เมื่อผู้สอบได้ยืนยันสิทธิในคณะใดคณะหนึ่งแล้ว จะทำให้ตัวเลือกอื่นๆ อีก 3 คณะ/สถาบันที่สอบได้เช่นกัน “ว่าง” หมายความว่า “ที่นั่ง” ในมหาวิทยาลัยต่างๆ เหลือบานเบอะอีกด้วย

ผู้สมัครที่ไม่ผ่านการคัดเลือกในรอบนี้ จึงเริ่มเคลื่อนไหวในโซเชียลมีเดีย และเตรียมรวมตัวกันที่สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.)

ทำให้ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) ต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้า เปิดให้ยืนยันสิทธิรอบ 3/2 โดยออกประกาศในนาม สอท.ให้ผู้ที่ไม่ผ่านการคัดเลือกระบบทีแคสในรอบ 3/1 มีสิทธิได้รับการประมวลผลอีกครั้ง

ซึ่งดูเหมือนจะช่วยลดอุณหภูมิที่กำลังร้อนระอุลงได้

ขณะเดียวกัน การยืนยันสิทธิในรอบ 3/2 ก็อาจเกิดปัญหาผู้ที่คะแนนสูงในรอบนี้ ไปกันผู้ที่มีคะแนนรองๆ ลงไปเป็นทอดๆ

หากเป็นเช่นนั้น ทปอ.คงต้องเปิดให้ผู้สมัครยืนยันสิทธิในรอบ 3/3, 3/4, 3/5 ฯลฯ ไปจนกว่าที่นั่งของมหาวิทยาลัยในรอบนี้จะเต็ม ใช่หรือไม่??

แต่สิ่งที่ ทปอ.ต้องเตรียมจากนี้ คือจะรับมือกับปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตทั้งใกล้ และไกลอย่างไร

เพราะแม้มี “ข้อเสนอ” จากบุคคลในแวดวงอุดมศึกษา หรือแม้แต่จากผู้ปกครอง ให้การเลือกทีแคสรอบ 3 รับตรงร่วม ควรให้เลือกโดยการเรียงลำดับความต้องการ หรือควรมีรายชื่อสำรองกรณีมีผู้สละสิทธิ

แต่ดูเหมือน ทอป.จะไม่ “รับลูก” โดยบอกปัดว่าหลักเกณฑ์ดังกล่าว “มหาวิทยาลัย” เป็นผู้กำหนดเอง

ถ้า ทปอ.ให้ “คำตอบ” กับสังคมได้แค่นี้ แสดงว่าความพยายามของ ทปอ.ที่จะ “จัดระเบียบ” ระบบการคัดเลือกนิสิตนักศึกษาเข้าเรียนในสถาบันอุดมศึกษา ในช่วงที่ผ่านมา

ถือว่า “ล้มเหลว” และ “ไร้” ประโยชน์อย่างสิ้นเชิง

และถ้า ทปอ.ไม่คิดที่จะทำอะไรให้ดีกว่านี้ หรือทำได้แค่นี้..

ก็สู้ปล่อยให้มหาวิทยาลัยแต่ละแห่ง ต่างคนต่างรับ ไม่จำเป็นต้องมี “สอท.” เป็น “ตัวกลาง” ทำหน้าที่ประสาน เพียงเพื่อจะให้เกิดความสับสนวุ่นวาย

ประกาศ “ยกเลิก” ระบบทีแคสให้รู้แล้วรู้รอดไป

เพราะนอกจากจะไม่ได้ช่วยให้เกิดประโยชน์ใดๆ อย่างที่ ทปอ.กล่าวอ้างมาตลอดแล้ว

กลับรู้สึกว่า ทปอ.กลายเป็น “ตัวปัญหา” ที่สร้าง “ความเครียด” ให้เด็กๆ และผู้ปกครองเสียเอง!!

 

 

 

ที่มา https://www.matichon.co.th/newsroom-analysis/news_978571

เปิดอ่าน 240 ครั้ง