วันพฤหัส 26 เมษายน 2561
ติดตามเว็บไซต์
หน้าแรก > ข่าวการศึกษา > “การุณ”ส่งเอกสารทุจริตกองทุนเสมาฯให้ ปปง.

“การุณ”ส่งเอกสารทุจริตกองทุนเสมาฯให้ ปปง.

หมวดหมู่ : ข่าวการศึกษา 15 มีนาคม 2018 เปิดอ่าน 152 ครั้ง

เอกสารทุจริตกองทุนเสมาฯถึงมือ ปปง.คาด เสนออายัดทรัพย์สัปดาห์หน้า เลขาฯกรม ปปง.ย้ำชัดถึงผู้รับโอนเงินปิดบัญชีหนี กฎหมายปปง.ตามไปจับได้

วันนี้( 15 มี.ค.) เวลา 09.30 น.ที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) นายการุณ สกุลประดิษฐ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) หารือร่วมกับ นายวิทยา นีติธรรม เลขานุการกรม สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.)  เกี่ยวกับการตรวจสอบการทุจริตเงินกองทุนเสมาพัฒนาชีวิต ซึ่งภายหลังการหารือ นายวิทยา กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับเรื่องการป้องกันและปราบปรามการทุจริต โดยเฉพาะเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญที่เกี่ยวข้องกับเด็กและเยาวชน ทางปปง.จึงได้เร่งประสานงานกับ ศธ. ซึ่งนายการุณ ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ได้รวบรวมเอกสาร หลักฐานและข้อมูลต่างๆได้ค่อนข้าง ครบถ้วน สมบูรณ์ ชัดเจน ซึ่งช่วยให้ ปปง.ทำงานได้ง่ายขึ้น เชื่อว่าเรื่องนี้จะสามารถสรุปผลได้เร็ว เพราะไม่ใช่เรื่องที่ซับซ้อน

สำหรับเรื่องการอายัดบัญชีบุคคลที่รับโอนเงินของกองทุนเสมาฯ นั้น นายวิทยา กล่าวว่า จากหลักฐานที่ปลัด ศธ.มอบให้ค่อนข้างสมบูรณ์ โดยมีทั้งบันทึกคำรับสารภาพ ข้อมูลบันทึกรายการเคลื่อนไหวของบัญชี หรือ สเตทเมนท์ และบัญชีธนาคารที่เกี่ยวข้อง ซึ่ง ปปง.ขอไปตรวจสอบรายละเอียดก่อนเพื่อขยายผลว่ามีใครที่เกี่ยวข้องอีกหรือไม่ นอกจากข้อมูลที่ได้รับจากปลัด ศธ. เชื่อว่าใช้เวลาไม่นานจะสามารถสรุปผลและนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการธุรกรรมของ ปปง.ในสัปดาห์ที่ 3 ของเดือนมีนาคมนี้ โดยคณะกรรมการธุรกรรมฯ เป็นผู้มีอำนาจในการอายัดทรัพย์สิน ซึ่งจะพิจารณาว่าจะมีการอายัดทรัพย์อะไรบ้าง  อย่างไรก็ตาม ถึงแม้เงินจะเข้าออกบัญชีค่อนข้างเร็ว และทรัพย์สินได้มีการจำหน่ายจ่ายโอนไปแล้ว แต่กฎหมายของ ปปง.ก็สามารถเข้าไปติดตามได้

“กรณีเปิดบัญชีรับโอนเงินที่เป็นการยักยอก ฉ้อโกง จะมีความผิดฐานฟอกเงินด้วย ซึ่งการทำผิดทางมูลฐานของกฎหมาย ปปง.ผู้ที่รับโอนทรัพย์ที่ได้จากการกระทำผิด นอกจากมีความผิดฐานทุจริตซึ่งเป็นคดีอาญาแล้ว ยังมีความผิดฐานฟอกเงินด้วย ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี สำหรับบัญชีที่ปิดไปแล้วก็สามารถไล่ได้ว่าเงินไปอยู่ที่ใครและผู้ที่เกี่ยวข้องกับบัญชีนั้นจะต้องถูกตรวจสอบและรับผิดชอบด้วย”นายวิทยา กล่าว

นายวิทยา กล่าวต่อว่า เท่าที่ดูข้อมูลเบื้องต้นกองทุนเสมาฯ มีการวางระเบียบค่อนข้างรอบคอบ รัดกุม แต่ที่เกิดปัญหาขึ้นมา น่าจะเป็นเรื่องเฉพาะตัว ความไว้เนื้อเชื่อใจกันจึงอาจไม่มีการตรวจสอบว่าได้มีการโอนเงินไปยังสถานศึกษาจริงหรือไม่ ส่วนการทุจริตครั้งนี้ผู้บังคับบัญชาจะต้องร่วมรับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้นหรือไม่ เป็นเรื่องที่ ศธ.จะต้องไปดูว่าผู้บังคับบัญชาเลินเล่อหรือไม่ หรือรู้เห็น อย่างไรก็ตาม อนาคต ปปง.และ ศธ.จะต้องร่วมกันทำงานใกล้ชิดมากขึ้น เพราะมีหลายเรื่องที่ต้องตรวจสอบเนื่องจาก ศธ.มีคนเยอะ มีงบประมาณจำนวนมาก ต้องมีมาตรการป้องปราม

ด้าน นายการุณ กล่าวว่า ปปง.ให้ความร่วมมือและให้คำแนะนำในการตรวจสอบเรื่องนี้อย่างดี และขณะนี้ ศธ.ได้ตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงแล้วในเร็ว ๆ นี้ ก็จะรู้ว่าผู้รับผิดชอบระหว่างทางที่มีการโอนเงินได้ทำตามหน้าที่หรือไม่ ทั้งนี้ ในอนาคต ศธ.และปปง.จะทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ หรือ เอ็มโอยู ร่วมกันเพื่อร่วมกันตรวจสอบเรื่องอื่นๆ ด้วย ส่วนที่มีผู้เสนอให้นำระบบไอซีทีมาใช้ในการตรวจสอบการเบิกจ่ายเงินนั้น เป็นเรื่องที่ดี นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ ก็เห็นด้วยและมอบให้ สป.ศธ.ไปศึกษา

 

 

ที่มา : https://www.dailynews.co.th/education/632520

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook