วันพฤหัส 26 เมษายน 2561
ติดตามเว็บไซต์
หน้าแรก > ข่าวการศึกษา > 21 มี.ค.นี้ได้ชื่อ”พลับบลิค สกูล”รุ่นแรก

21 มี.ค.นี้ได้ชื่อ”พลับบลิค สกูล”รุ่นแรก

หมวดหมู่ : ข่าวการศึกษา 15 มีนาคม 2018 เปิดอ่าน 221 ครั้ง

“หมออุดม”คาด วันที่ 21 มีนาคมนี้คลอดรายชื่อพับบลิค สกูล โรงเรียนรัฐที่บริหารโดยเอกชนรุ่นแรกได้ ตั้งเป้าจังหวัดละ 1โรงเรียน ยันค่าเทอมไม่ขึ้น

วันนี้ (14 มี.ค.) ศ.นพ.อุดม คชินทร รมช.ศึกษาธิการ ในฐานะประธานคณะกรรมการพัฒนานวัตกรรมการบริหารจัดการสถานศึกษาในรูปแบบโครงการพับบลิค สกูล( Public School) เปิดเผยความคืบหน้าการดำเนินโครงการว่า ในวันที่ 21 มี.ค.นี้ จะมีการประชุมคณะกรรมการชุดที่ตนเป็นประธาน ซึ่งคาดว่าจะได้ชื่อสถานที่ศึกษาที่จะเป็นโรงเรียนพลับบลิค สกูล รุ่นแรก โดยตั้งเป้าหมายว่าจะมีจังหวัดละ 1 โรงเรียน แต่ถ้าได้ไม่ครบทุกจังหวัดก็ไม่มีปัญหาอะไร จากนั้นเมื่อได้รายชื่อแล้วจะเริ่มคัดเลือกกรรมการสถานศึกษาเพื่อบริหารในรูปแบบใหม่ตั้งแต่ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2561 หรือ ตั้งแต่วันที่ 17 พฤษภาคมนี้ ซึ่งตนมั่นใจภายในระยะเวลา 2 เดือนจากนี้ จะสามารถหาคณะกรรมการบริหารสถานศึกษา คณะกรรมการหลักสูตรที่จะปรับปรุงหลักสูตรของโรงเรียนในกลุ่มนี้ได้ เนื่องจาก 65% ของหลักสูตรที่จะสอนเป็นหลักสูตรภาคบังคับของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ซึ่งโรงเรียนปกติที่จัดการเรียนการสอนอยู่แล้ว มีเพียง 35%ที่ต้องปรับปรุงออกแบบหลักสูตรใหม่ เช่น ไปเรียนในสถานที่จริงให้รู้จริง เป็นต้น  และเราก็มีต้นแบบหลักสูตรอยู่แล้ว เช่น หลักสูตรของโรงเรียนรุ่งอรุณ โรงเรียนสัตยาไส เป็นต้น โดยจะมีการถอดบทเรียนเหล่านี้และเอามาเป็นแนวทางในการจัดการศึกษาต่อไป

“ การคัดเลือกสถานศึกษาเข้าโครงการนั้น คณะกรรมการดำเนินการโรงเรียนพับบลิค สกูล ที่มี ดร.มีชัย วีระไวทยะ เป็นประธาน จะเป็นผู้คัดเลือกมา โดยกำหนดหลักการไว้กว้างๆว่า เลือกโรงเรียนทั้งโรงเรียนประถมศึกษา มัธยมศึกษา และอาชีวศึกษา ที่อยู่ในระดับกลางๆ หรือ โรงเรียนที่มีปัญหาแต่มีศักยภาพพอสมควรที่จะสามารถพัฒนาให้เป็นโรงเรียนที่มีคุณภาพ เมื่อนำระบบที่มีความคล่องตัวไปใช้ โดยมีคณะกรรมการสถานศึกษา ที่ประกอบด้วย 4 ฝ่าย คือ ตัวแทนจาก ศธ. ภาคอุตสาหกรรม ประชาสังคม และมหาวิทยาลัย  มาร่วมบริหาร ซึ่งประธานคณะกรรมการสถานศึกษา ต้องมาจากภาคเอกชนเท่านั้น เพราะเราต้องการแนวคิดนอกกรอบให้มาพัฒนา และ ยกระดับโรงเรียนกลุ่มนี้ เพื่อเป็นต้นแบบให้โรงเรียนอื่นๆทั้งประเทศ และจะไม่มีการขึ้นค่าเล่าเรียนตามที่มีผู้เป็นห่วง” ศ.นพ.อุดม กล่าว.

 

 

ที่มา : https://www.dailynews.co.th/education/632409

เปิดอ่าน 221 ครั้ง

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook