วันอังคาร 20 กุมภาพันธ์ 2561
ติดตามเว็บไซต์
หน้าแรก > ข่าวการศึกษา > ขยายตรวจสอบสร้างโดมคลุมลานเอนกประสงค์ในพื้นที่อื่น

ขยายตรวจสอบสร้างโดมคลุมลานเอนกประสงค์ในพื้นที่อื่น

หมวดหมู่ : ข่าวการศึกษา 18 มกราคม 2018 เปิดอ่าน 338 ครั้ง

รมว.ศธ.ชี้ เรื่องทุจริต ศธ.จะมี ปปช.-ปปง.ร่วมตรวจสอบด้วย เตรียมขยายตรวจสอบการสร้างโดมคลุมลานเอนกประสงค์ในพื้นที่อื่น หลังพบเป็นโครงการใหญ่เริ่มส่งกลิ่นไม่ชอบมาพากล

วันนี้ (17 ม.ค.)  นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ เปิดภายหลังการประชุมคณะกรรมการอำนวยการขับเคลื่อนแก้ปัญหาทุจริต ว่า ที่ประชุมได้ข้อสรุปที่เป็นนโยบายเรื่องการแก้ไขทุจริตของศธ.ว่า ต่อจากนี้ไปทุกโครงการที่มีข้อกล่าวหาหรือเรื่องทุจริตต่างๆที่เกิดขึ้นแม้กระทั่งจะมีการตั้งคณะกรรมการสืบข้อเท็จจริง หรือ คณะกรรมการสอบสวนวินัยแล้วก็ตาม เช่น โรงเรียนเรียกรับเงินแป๊ะเจี๊ยะแลกที่นั่งเรียนไม่ถูกต้อง หรือการเรียกรับผลประโยชน์จากการสอบบรรจุครู เป็นต้น   ศธ.จะจัดส่งข้อมูลมาให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตรวจสอบคู่ขนานไปพร้อมกัน ซึ่ง ปปง.และ ป.ป.ช.ก็ให้ข้อแนะนำว่าการดำเนินการตรวจสอบไปพร้อมกันแบบนี้สามารถทำได้ ทั้งนี้ตนจะทำความร่วมมือกับ ปปง.ด้วย โดยเร็วๆนี้จะออกระเบียบปฎิบัติเรื่องการงตรวจสอบทุจริตให้ชัดเจนว่า เมื่อมีการตรวจสอบเรื่องทุจริต ปปง.และ ปปช.จะเข้ามามีส่วนร่วมในการตรวจสอบอย่างไรบ้าง

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้ตรวจสอบพบโครงการปรับปรุงห้องเรียนและห้องสมุดอิเลคทรอนิกส์ (e-classroom) ที่มีการสืบข้อมูลมาแล้ว 5 ปีแต่ก็ยังไม่ได้ข้อสรุป ซึ่งตนได้ต่อว่าไปแล้วว่าโครงการนี้เป็นโครงการสำคัญมีโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการนี้ 300 โรงแต่ผ่านมา 5 ปีเพิ่งมีการสอบสวนเสร็จเพียง 15 โรง ดังนั้นถ้า 5 ปีสอบสวนเสร็จได้ไม่กี่โรงตนคิดว่าก็คงใช้เวลา 100 ปีกว่าเรื่องนี้จะสอบสวนเสร็จสิ้น ดังนั้นจึงได้เร่งรัดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรีบดำเนินการโดยเร็ว ส่วนเรื่องโครงการก่อสร้างศูนย์ศึกษาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำทะเลสาบสงขลา หรือ อควาเรี่ยม ที่ดำเนินการโดยสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) นั้น สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ได้เคยมีหนังสือทวงถามถึงการก่อสร้างโครงการฯนี้ตั้งแต่ปี 2551 แต่ สอศ.กลับไม่มีเอกสารชี้แจงกลับมา  ดังนั้นเรื่องนี้ ป.ป.ช.กับ สตง.จะเข้ามาตรวจสอบด้วย ซึ่งความคืบหน้าขณะนี้ สอศ.ได้ตั้งคณะกรรมการสืบข้อเท็จจริงแล้ว

“ในที่ประชุมยังได้หารือถึงกรณีสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) 15 ใช้เงินงบประมาณเหลือจ่ายประจำปีงบประมาณ2559 ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จำนวน 62 ล้านบาท ก่อสร้างหลังคาคลุมลานอเนกประสงค์ของ 11 โรงเรียนในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ตามที่ สตง.ตรวจพบมีการจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีพิเศษไม่ชอบด้วยกฎหมายตามระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง รวมถึงโรงเรียนกำหนดราคาสูงกว่าราคาเกณฑ์การประมวลราคากลางการก่อสร้างตามระบบราชการ  ซึ่งที่ประชุมได้แจ้งว่า สตง.ได้ขอให้ ศธ.ลงไปตรวจสอบโครงการก่อสร้างหลังคาคลุมลานเอนกประสงค์ในพื้นที่อื่นๆที่ไม่ได้อยู่ในพื้นที่ภาคใต้อย่างเดียวตั้งแต่เดือน ต.ค.60 แล้ว   เพราะมีความไม่ชอบมาพากล เนื่องจากเป็นโครงการเดียวกันถ้าเจอทุจริตที่หนึ่งก็ต้องมีการขยายตรวจสอบโครงการนี้ในพื้นที่อื่นด้วย เพราะเป็นโครงการใหญ่ ซึ่งคนเซ็นอนุมัติเป็นคนเดียวกันหรือเปล่าก็ไม่รู้ ดังนั้นก็ต้องลงไปตรวจสอบ ซึ่งเรื่องตรวจสอบทั้งหมดผมได้มอบ พล.ท.โกศล ประทุมชาติ ที่ปรึกษา รมว.ศธ.ในฐานรองประธานคณะกรรมการฯ เป็นผู้ดำเนินการ” รมว.ศธ.กล่าว

นพ.ธีระเกียรติ กล่าวอีกว่า  ส่วนกรณีการตั้งคณะกรรมการสอบวินัยอย่างร้ายแรง นายวิโรฒ สำรวล ผอ.โรงเรียนสามเสนวิทยาลัย มีคลิปรับเงินแลกที่นั่งเรียนนั้น ต้องรอสรุปผลอย่างเป็นทางการก่อน ซึ่งต้องให้โอกาสนายวิโรฒได้เข้ามาชี้แจงข้อกล่าวหา  ขณะเดียวกันที่ประชุมยังได้รายงานด้วยว่า พบโรงเรียน 3-4 โรงมีลักษณะการเรียกรับเงินแป๊ะเจี๊ยะคล้ายกับโรงเรียนสามเสนฯ ซึ่งอยู่ระหว่างที่ พล.ท.โกศล  กำลังตรวจสอบข้อมูลอยู่ อย่างไรก็ตามตนขอย้ำว่าการรับนักเรียนในปีการศึกษา 2561 ใกล้เข้ามาแล้ว ซึ่งขอให้ทุกโรงเรียนปฏิบัติตามระเบียบเรื่องการรับนักเรียนของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ด้วย  ซึ่งการเรียกระดมทรัพยากรของแต่ละโรงเรียนขอให้เดินตามกฎเกณฑ์ เงินที่ได้มาต้องออกใบเสร็จอย่างถูกต้อง และต้องระบุให้ชัดเจนด้วยว่าวัตถุประสงค์ของการได้เงินมาจะนำไปใช้อย่างไร โดยการรับนักเรียนจะต้องทำให้ถูกต้องและเป็นธรรม

 

 

ที่มา : https://www.dailynews.co.th/education/622044

เปิดอ่าน 338 ครั้ง

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook