วันพฤหัส 26 เมษายน 2561
ติดตามเว็บไซต์
หน้าแรก > ข่าวการศึกษา > กอปศ.เคาะ พ.ร.บ.อุดมศึกษาแยกตั้งกระทรวง

กอปศ.เคาะ พ.ร.บ.อุดมศึกษาแยกตั้งกระทรวง

หมวดหมู่ : ข่าวการศึกษา 10 มกราคม 2018 เปิดอ่าน 272 ครั้ง

คณะกรรมการอิสระเพื่อปฎิรูปการศึกษา ถก ปฎิรูปอุดมศึกษา เคาะร่าง พ.ร.บ.อุดมศึกษา แยกตั้งกระทรวง ชี้สาระหลักในพ.ร.บ.อุดมศึกษา หากสถาบันอุดมศึกษาไม่ทำตามนโยบายหรือขัดต่อกฎหมาย กกอ.มีหน้าที่เสนอรัฐมนตรี ยุบ รวม ปรับปรุง และเลิกสถาบันอุดมศึกษาได้

วันนี้ (9 ม.ค.) ศ.นพ.จรัส สุวรรณเวลา ประธานคณะกรรมการการอิสระเพื่อปฏิรูปการศึกษา (กอปศ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการอิสระฯ ว่า ที่ประชุมได้หารือถึงการปฏิรูปอุดมศึกษา เพราะสถานการณ์ปัจจุบันจำเป็นต้องทำให้คุณภาพการศึกษาดีขึ้น และการเป็นประเทศไทย 4.0 จำเป็นต้องมีอุดมศึกษา 4.0 รองรับ เช่น การสร้างบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถ และการทำวิจัยนวัตกรรม เพื่อสร้างองค์ความรู้แข่งขันกับนานาประเทศ เป็นต้น โดยอุดมศึกษาจะต้องเป็นหน่วยหลักในการขับเคลื่อนประเทศทั้งเศรษฐกิจและสังคม ดังนั้นแนวทางปฏิรูปอุดมศึกษาที่เป็นข้อสรุปจากที่ประชุม กอปศ. คือ การตั้งกระทรวงการอุดมศึกษา และมี พ.ร.บ.การอุดมศึกษา เกิดขึ้น แต่ขณะนี้พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการปรับแก้ไขเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดความสมบูรณ์ก่อนเสนอให้ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ พิจารณา เพื่อเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบต่อไป

ประธานคณะกรรมการอิสระฯ กล่าวต่อไปว่า สำหรับประเด็นหลักๆในร่าง พ.ร.บ.การอุดมศึกษา พ.ศ.. นั้น เน้นให้สถาบันอุดมศึกษามีความรับผิดชอบต่อสังคม และต้องทำให้สังคมมีคุณภาพดีขึ้นด้วยการสร้างความเข้มแข็งของการผลิตบัณฑิต โดยการผลิตบัณฑิตในสาขาที่ขาดแคลน พร้อมกับการวางแผนผลิตคนให้สอดคล้องกับโลกอนาคตและทิศทางของประเทศ อีกทั้งการปฏิรูปอุดมศึกษาจะต้องทำให้เกิดความเชื่อมโยงไปถึงการปรับตัวในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานและการให้การศึกษาผู้สูงวัยด้วย นอกจากนี้จะต้องทำให้ผู้เรียนได้เข้าถึงข้อมูลสาธารณะอย่างทั่วถึง

“ประเด็นที่หลายฝ่ายมีข้อสงสัยว่าหากสถาบันอุดมศึกษาไม่ทำตามนโยบายหรือทำผิดกฎระเบียบจะมีมาตรการใดควบคุม ซึ่งในร่างกฎหมายใหม่มีมาตรา 32 (6) ที่ระบุว่า กกอ.มีหน้าที่เสนอแนะต่อรัฐมนตรีในการจัดตั้ง ยุบ รวม ปรับปรุง และเลิกสถาบันอุดมศึกษาได้ อีกทั้งในร่าง พ.ร.บ.ฉบับใหม่จะเปิดกว้างให้มีการประเมินคุณภาพอุดมศึกษาที่แตกต่างอย่างหลากหลายและสามารถใช้เกณฑ์การประเมินคุณภาพจากต่างประเทศหรือสถาบันอุดมศึกษาประเมินคุณภาพตัวเองได้ด้วยเช่นกัน แต่ทั้งนี้จะขึ้นอยู่กับ กกอ.เป็นผู้กำหนด ซึ่งแม้ รัฐมนตรีการอุดมศึกษา จะมีอำนาจมากขึ้น แต่ก็ไม่สามารถใช้อำนาจได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ” ศ.นพ.จรัส กล่าวและว่า ทั้งนี้ในส่วนของ กกอ.ยังได้มีการกำหนดที่มาของประธานซึ่งจะมาจากการสรรหาจากที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) ที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (ทปอ.มทร.) ที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฎและสมาคมสถาบันอุดมศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย ส่วนกรรมการจะมาจาก ครม.แต่งตั้ง

 

 

ที่มา : https://www.dailynews.co.th/education/620529

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook