วันศุกร์ 15 ธันวาคม 2560
ติดตามเว็บไซต์
หน้าแรก > ข่าวการศึกษา > ออมสิน-สกสค.ยังไม่สรุปข้อตกลงใหม่แก้หนี้ครู

ออมสิน-สกสค.ยังไม่สรุปข้อตกลงใหม่แก้หนี้ครู

หมวดหมู่ : ข่าวการศึกษา 18 พฤศจิกายน 2017 เปิดอ่าน 823 ครั้ง

สกสค.-ธนาคารออมสิน นัดถกร่างข้อตกลงใหม่แก้ไขปัญหาหนี้สินครู 23 พ.ย.นี้ “พินิจศักดิ์” เผยออมสินส่งร่างเบื้องต้นให้ดูแล้วแต่ยังมีประเด็นไม่ชัดเจน พร้อมเล็งเพิ่มมาตรการดูแลครูที่มีวินัยทางการเงินที่ดีด้วย

วันนี้ (16 พ.ย.) นายพินิจศักดิ์ สุวรรณรังค์ เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา(ก.ค.ศ.) ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการ และสวัสดิภาพครู และบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) เปิดเผยความคืบหน้าการยกเลิกบันทึกข้อตกลงเดิมกับธนาคารออมสินในการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูว่า ขณะนี้ร่างข้อตกลงฉบับใหม่ยังไม่แล้วเสร็จ โดยจะมีการหารือกันอีกครั้งในวันที่ 23 พ.ย.นี้ ทั้งนี้ในร่างข้อตกลงฉบับใหม่ที่ธนาคารออมสินส่งมาให้ สกสค.ดูมีการระบุว่า แม้จะยกเลิกข้อตกลงเดิม แต่ว่าหลักเกณฑ์เดิมที่กำหนดไว้ก็ยังคงใช้บังคับอยู่ ดังนั้น สกสค.จะให้ธนาคารออมสิน ระบุในข้อตกลงฉบับใหม่ให้ชัดเจนเลยว่า หลักเกณฑ์เดิมที่ยังคงใช้อยู่มีอะไรบ้าง เพื่อให้ครูได้รับรู้ เพราะขณะนี้ครูบางคนไม่รู้เลยว่าข้อตกลงเดิมได้มีการตกลงอะไรกันไว้บ้าง

ต่อข้อถามถึงกรณีข้อตกลงเดิมที่ธนาคารจะหักเงินจากบัญชีกองทุนเงินสนับสนุนพิเศษและส่งเสริมความมั่นคง ตามโครงการสวัสดิการเงินกู้การฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา (ช.พ.ค.) เพื่อชำระหนี้แทนครูที่ค้างชำระตั้งแต่ 3 งวด ซึ่งธนาคารได้หักไปแล้วประมาณ 10,400 ล้านบาทนั้น ในร่างข้อตกลงฉบับใหม่จะมีการติดตามเงินดังกล่าวคืนหรือไม่ นายพินิจศักดิ์ กล่าวว่า ในร่างข้อตกลงฉบับใหม่ไม่ได้ระบุถึงเรื่องนี้ แต่เร็วๆนี้ ตนจะทำหนังสือสอบถามไปยังธนาคารว่าที่ผ่านมาได้มีการดำเนินการตามขั้นตอนและแนวปฏิบัติในกรณีหนี้ค้างชำระอย่างไรบ้าง ซึ่งช่วงที่ตนปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการ สกสค.รอบแรก เมื่อปี 2558 ก็เคยทำหนังสือสอบถามไปยังธนาคารออมสินแล้วหลายครั้ง แต่ก็ไม่มีการตอบใดๆกลับมา ดังนั้นจะมีหนังสือสอบถามไปอีก.

” สำหรับเรื่องการปรับโครงสร้างหนี้ ที่ธนาคารจะเปิดโอกาสให้ครูที่เป็นหนี้เสีย หรือ มีแนวโน้มผ่อนชำระหนี้ต่อไม่ไหว เข้ามาปรับโครงสร้างหนี้ โดยมีเงื่อนไขพิเศษ 3 แนวทาง คือ 1.กรณีรายได้คงเหลือหลังหักค่าใช้จ่ายมากกว่า 30% ของรายได้ พักชำระเงินต้นไม่เกิน 3 ปี และชำระดอกเบี้ยปกติ 100% 2.กรณีรายได้คงเหลือหลังหักค่าใช้จ่ายตั้งแต่ 15-30% ของรายได้ พักชำระเงินต้นไม่เกิน 3 ปี และชำระดอกเบี้ยปกติไม่น้อยกว่า 50%  3.กรณีรายได้คงเหลือหลังหักค่าใช้จ่ายน้อยกว่า 15% ของรายได้ พักชำระเงินต้นไม่เกิน 3 ปี และชำระดอกเบี้ยปกติไม่น้อยกว่า 25% นั้น โดยภาพรวมเห็นด้วย แต่ควรมีความชัดเจนมากขึ้น เช่น จะขยายอายุสัญญาให้ครูหรือไม่ และ ระหว่างหยุดพักชำระหนี้ 3 ปี ดอกเบี้ยยังคงเดินอยู่หรือไม่ นอกจากนี้ควรมีมาตรการส่งเสริมผู้มีวินัยการเงินที่ดีด้วย เพราะครูมองว่า เราดูแลแต่คนที่วินัยการเงินไม่ดี” นายพินิจศักดิ์ กล่าว

 

 

ที่มา : https://www.dailynews.co.th/education/610471

เปิดอ่าน 823 ครั้ง

ข่าวล่าสุดของหมวดหมู่ ข่าวการศึกษา

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook