วันพฤหัส 23 พฤศจิกายน 2560
ติดตามเว็บไซต์
หน้าแรก > ข่าวการศึกษา > จี้โรงเรียนใส่ใจเด็กไทยรักการอ่าน

จี้โรงเรียนใส่ใจเด็กไทยรักการอ่าน

หมวดหมู่ : ข่าวการศึกษา 8 พฤศจิกายน 2017 เปิดอ่าน 805 ครั้ง

“ปนัดดา”ปาฐกถาพิเศษ ร่วมกับ ซีพี ออลล์ ถก การศึกษาไทย 4.0 จี้ สถานศึกษาส่งเสริมเด็กรักการอ่าน ชี้ เด็กและเยาวชนไทยทุกวันนี้เสพโซเชียลจนขาดความรับผิดชอบต่อสังคม

วันนี้ (8 พ.ย.) ที่สถาบันกาาจัดการปัญญาภิวัฒน์ (พีไอเอ็ม) จัดงาน “ซีพี ออลล์ กับยุทธศาสตร์การศึกษา 2561” โดย ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รมช.ศึกษาธิการ กล่าวปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “ยุทธศาสตร์การศึกษาไทยยุค 4.0 คุณธรรม-ความเพียร-ซื่อสัตย์สุจริต-รู้จักสามัคคี ตอนหนึ่งว่า การปฎิรูปการศึกษาเป็นนโยบายสำคัญของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ที่จะต้องขับเคลื่อนให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ดังนั้นเมื่อเรามีการปฎิรูปศึกษาธิการในภูมิภาคเกิดขึ้นจนมีศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) ศึกษาธิการภาค (ศธภ.) และคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) ซึ่งตนอยากให้หน่วยงานเหล่านี้ได้ทำความเข้าใจให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับทราบถึงการปฎิรูปการศึกษาของศธ.ด้วย เพราะเรามีหลักคิดในการขับเคลื่อนเรื่องปฎิรูปการศึกษาต้องเกิดความเท่าเทียม ทั้งนี้การเป็นการศึกษาไทย 4.0 นั้นต้องเริ่มจากเด็กและเยาวชนใส่ใจรักการอ่านให้มากขึ้นกว่าการเล่นโซเชียล เพราะบางครั้งการเสพสื่ออนไลน์ที่ไม่ใช่ความจริงจนแชร์ข้อมูลเหล่านั้นแบบมั่วๆส่งผลให้ขาดความรับผิดชอบต่อสังคม รวมถึงอยากให้ในสถานศึกษาทุกแห่งเพิ่มหนังสืออ่านนอกเวลาของเด็กให้มากขึ้นด้วย โดยเฉพาะหนังสือที่มีคุณค่าอย่างหนังสือพรจากฟ้า หนังสือพระวิสัยทัศน์ในหลวงรัชกาลที่ 9 และครูจะต้องนำเรื่องการส่งเสริมการรักการอ่านสู่การปฎิบัติด้วย นอกจากนี้ครูจะต้องทำให้เด็กเข้าใจว่าเรียนไปเพื่ออะไร ความรู้ที่ได้คืออะไร และเรียนจบแล้วทำประโยชน์อะไรต่อไปได้ ขณะเดียวกันอยากให้เด็กไทยคิดแบบเป็นรูปธรรมมากขึ้น เช่น การรู้รักสามัคคี การเข้าใจ การเข้าถึงและพัฒนา ซึ่งเรื่องนี้เป็นพระบรมราโชวาทของในหลวงร.9 ดังนั้นหากปฎิบัติได้จะเป็นการพัฒนาคุณภาพการศึกษาอย่างยั่งยืน

รมช.ศึกษาธิการ กล่าวต่อไปว่า ทั้งนี้การศึกษาไทย 4.0 เด็กจะต้องรู้จักการอ้างอิง อย่าคัดลอกงานคนอื่น และอย่าทำตัวเก่งเพียงคนเดียว รวมถึงจะต้องมีต้นแบบที่ดี นอกจากนี้ตนเห็นว่าการศึกษาไทย 4.0 จะเกิดขึ้นได้จะต้องอยู่ในภายใต้กรอบ 4 ข้อนี้ ได้แก่ ความเป็นระเบียบวินัย สิ่งที่พึงจะต้องปฎิบัติ จรรยามารยาท และการศึกษา ซึ่งหากสถานศึกษานำกรอบนี้ไปใช้เชื่อมโยงสู่การปฎิบัติได้เชื่อว่าการปฎิรูปการศึกษาจะประสบความสำเร็จอย่างงดงาม ขณะเดียวกันที่สำคัญผู้บริหารจะต้องเป็นต้นแบบที่ดีให้แก่ครูและนักเรียนด้วย

“ผมขอฝากไปถึงการทำงานของกศจ.ในจังหวัดต่างๆ ที่ขณะนี้บางแห่งปฎิบัติงานได้ดีแต่ลางแห่งก็ยังเกิดปัญหา โดยเฉพาะปัญหาการบรรุครูผู้ช่วยที่ กศจ.ตาก ซึ่งผมไม่อยากเห็นความขัดแย้งเกิดขึ้น เพราะ ศธ.ถือเป็นกระทรวงต้นแบบที่ดีงามด้านจริยธรรมคู่กับประเทศไทยมายาวนาน” รมช.ศึกษาธิการ กล่าว

ด้านนายก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์ ประธานกรรมการบริหาร บมจ.ซีพี ออลล์ กล่าวว่า นโยบายด้านการศึกษาของซีพี ออลล์ คือคุณธรรมนำความรู้ โดยครูจะต้องทำเพื่อเด็ก และครูจะต้องนำเวลาทั้งหมดมาทุ่มเทดูแลนักเรียนนักศึกษาให้เด็กมีคุณภาพและรู้จักรักตนเอง ดังนั้นครูที่นี่จะไม่มีโอกาสออกไปหารายได้พิเศษ  เพราะเราระลึกอยู่เสมอว่าจะต้องสร้างเด็กให้มีคุณภาพไม่ใช่สร้างครูที่มีชื่อเสียง ดังนั้นการศึกษาที่ดีคือครูต้องอยู่กับเด็กไม่ใช่ทิ้งเด็ก เพราะถ้าครูทิ้งห้องเรียนนั่นไม่ใช่ระบบการศึกษาที่ดี

น.ส.สุวิมล จิวาลักษณ์ กรรมการและผู้จัดการมูลนิธิเอสซีจี กล่าวว่า การศึกษาไทยควรดูทั้งระบบ ไม่ใช่หน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งรับผิดชอบ แต่ทั้งรัฐและเอกชนจะต้องช่วยกัน ซึ่งปัจจัยที่ทำให้การศึกษาไทยประสบความสำเร็จ คือ การจัดการเรียนการสอนว่าเด็กมีความเชี่ยวชาญในด้านไหนก็ควรส่งเสริมในด้านนั้น อีกทั้งโครงการสานพลังประชารัฐเป็นโครงการที่ดีที่ภาคเอกชนเข้ามาช่วยสนับสนุนด้านการศึกษา และอยากให้มีการทำอย่างต่อเนื่อง

 

ที่มา : https://www.dailynews.co.th/education/608921

เปิดอ่าน 805 ครั้ง

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook