วันพฤหัส 23 พฤศจิกายน 2560
ติดตามเว็บไซต์
หน้าแรก > ข่าวการศึกษา > ถกหน่วยจัดคูปองครูทั่ว ปท. 31 ต.ค.ด้าน สพค.แจ้งเกณฑ์ใหม่-ผลประเมิน เล็งคุม 150 แม่พิมพ์ต่อหลักสูตร

ถกหน่วยจัดคูปองครูทั่ว ปท. 31 ต.ค.ด้าน สพค.แจ้งเกณฑ์ใหม่-ผลประเมิน เล็งคุม 150 แม่พิมพ์ต่อหลักสูตร

หมวดหมู่ : ข่าวการศึกษา 17 ตุลาคม 2017 เปิดอ่าน 630 ครั้ง

เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม นางเกศทิพย์ ศุภวานิช ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพค.) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เปิดเผยว่า ตามที่นายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เน้นให้การปฏิรูปถึงห้องเรียนสู่ผู้เรียน และมอบหมายให้ตนชี้แจงกรณีที่นายอดิศร เนาวนนท์ คณบดีบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.) นครราชสีมา เสนอแนวทางการปรับปรุงโครงการคูปองพัฒนาครู ปีงบประมาณ 2561 เพื่อให้คุ้มค่างบฯ และเกิดประโยชน์สูงสุด อาทิ จำกัดผู้เข้ารับการอบรมต่อ 1 หลักสูตร เพื่อควบคุมคุณภาพ หน่วยจัดอบรมต้องจดทะเบียนให้ถูกต้องตามกฎหมาย ควรจัดอบรมในช่วงปิดภาคเรียนเท่านั้น เป็นต้น นั้น ในฐานะผู้รับผิดชอบโครงการ ตนรับฟังทุกข้อเสนอแนะของนักวิชาการ เพื่อให้การปฏิรูปครั้งนี้ลงถึงครู และเป็นที่พึงพอใจของทุกฝ่าย ซึ่งข้อเสนอแนะของนายอดิศรตรงกับนักวิชาการอีกหลายคน จึงเป็นที่มาที่มีการปรับปรุงแนวทางการดำเนินงานจนออกมาเป็นแนวทางของปีงบฯ 2561 อย่างที่เห็น

นางเกศทิพย์กล่าวต่อว่า ที่นายอดิศรเสนอแนะมาเกือบ 90% ได้ปรับปรุงไปเรียบร้อยแล้ว ทั้งเรื่องการประเมิน การติดตามทั้งจากคนใน และคนนอก หน่วยจัดอบรมจะต้องจดทะเบียนอย่างถูกตามกฎหมาย ซึ่งก่อนที่จะเสนอหลักสูตรให้สถาบันคุรุพัฒนาพิจารณา หน่วยจัดอบรมจะต้องลงทะเบียนกับสถาบันคุรุพัฒนา เพื่อตรวจสอบในเรื่องความเป็นนิติบุคคลของหน่วยจัดอบรมก่อน รวมถึง ต้องมีวิทยากรพร้อมด้วย ฉะนั้น เรื่องนี้น่าจะทำให้นายอดิศรสบายใจได้ ส่วนเวลาการจัดอบรมนั้น ต่อไปจะจัดอบรมเฉพาะช่วงปิดเทอมเท่านั้น ซึ่งได้กำหนดปฏิทินออกมาแล้ว และในปีงบฯ 2561 จะให้ครูช็อปปิ้งหลักสูตรก่อนเพื่อดูยอดผู้เข้าอบรม จากนั้นเขตพื้นที่ฯ จะประสานหน่วยจัดอบรม ให้จัดอบรมที่เขตพื้นที่ฯ เท่ากับอบรมโดยตรงกับครู ซึ่งจะทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง

“โดยสรุปเกือบ 90% ได้ปรับปรุงแล้ว ยกเว้นจำนวนผู้เข้าอบรมต่อ 1 หลักสูตร ซึ่งที่นายอดิศรเสนอให้ผู้เข้าอบรมอยู่ที่ 30-50 คนต่อ 1 หลักสูตรนั้น ในความเป็นจริงทำได้ยาก เพราะจำนวนครูในระบบมีมากถึง 4 แสนคน ถ้าจำกัดแค่ 30-50 คนต่อหลักสูตร เท่ากับต้องจัดมากถึงหมื่นหลักสูตร ขณะที่หน่วยจัดอบรมเน้นเฉพาะที่มีคุณภาพ ซึ่งงานหลักของหน่วยจัดคืองานวิชาการ จึงไม่สามารถจัดอบรมตลอดทั้งปีได้ ส่วนตัวเลขผู้เข้าอบรมที่เหมาะสมควรจะเป็นเท่าไรนั้น อยู่ระหว่างการทำประชาพิจารณ์ เท่าที่ทราบเบื้องต้นน่าจะอยู่ที่ 150 คนต่อหลักสูตร แต่ข้อสรุปที่ชัดเจนจะทราบในวันที่ 31 ตุลาคม ซึ่งวันดังกล่าว สพค.จะเชิญหน่วยจัดอบรมทั้งหมดมาประชุมร่วมกันที่โรงแรมรอยัลซิตี้ เพื่อชี้แจงให้ทราบถึงหลักเกณฑ์ใหม่ และแนวทางการช็อปปิ้งหลักสูตรของปีงบฯ 2561 รวมถึง จะแจ้งให้ทราบถึงผลการประเมินของครู และผู้อำนวยการโรงเรียน โดยครูจะต้องประเมินว่าเมื่ออบรมแล้ว เป็นไปตามที่หน่วยจัดได้เขียนโครงการไว้หรือไม่ ส่วนผู้อำนวยการโรงเรียน จะต้องประเมินว่าหลังครูอบรมแล้ว หน่วยจัดได้มาติดตามครูที่โรงเรียนหรือไม่ ตลอดจนจะรับฟังปัญหา และหาแนวทางร่วมกันในการแก้ไข” นางเกศทิพย์ กล่าว

นางเกศทิพย์กล่าวอีกว่า สำหรับปฏิทินการดำเนินงานโครงการคูปองพัฒนาครูในปีงบฯ 2561 มีดังนี้ วันที่ 31 ตุลาคม ประชุมชี้แจงหน่วยจัด เดือนพฤศจิกายน สถาบันคุรุพัฒนาส่งหลักสูตรมาให้ สพค.เพื่อให้คณะกรรมการกลั่นกรองพิจารณา ก่อนนำเข้าระบบ เพราะต่อไปครูในสังกัดสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) จะต้องเข้าโครงการมาร่วมอบรมด้วย ซึ่งแต่ละหลักสูตรอาจเหมาะเฉพาะกลุ่ม เดือนธันวาคม นำหลักสูตรเข้าระบบ และช็อปปิ้งหลักสูตรไปจนถึงเดือนมกราคม 2561

 

ที่มา https://www.matichon.co.th/news/698142

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook