วันศุกร์ 15 ธันวาคม 2560
ติดตามเว็บไซต์
หน้าแรก > ข่าว ศธ. > สถานี ก.ค.ศ. การกำหนดกรอบอัตรากำลังในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา

สถานี ก.ค.ศ. การกำหนดกรอบอัตรากำลังในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา

หมวดหมู่ : ข่าว ศธ. 6 กันยายน 2017 เปิดอ่าน 452 ครั้ง

สถานี ก.ค.ศ.

การกำหนดกรอบอัตรากำลังในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา

ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาและผู้สนใจทุกท่าน ในช่วงเวลานี้สิ่งที่ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาหลายท่านให้ความสนใจ คงจะเป็นเรื่องการประเมินวิทยฐานะและการพัฒนาครูแนวใหม่ซึ่งสำนักงาน ก.ค.ศ. ได้นำเรื่องดังกล่าวมาชี้แจงทำความเข้าใจให้กับผู้สนใจกันไปแล้ว ส่วนอีกเรื่องหนึ่งที่อยู่ในความสนใจของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ดำรงตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค. (2) และตำแหน่งศึกษานิเทศก์ ในประเด็นเกี่ยวกับการเกลี่ยอัตรากำลังสู่โครงสร้างใหม่ของทั้งสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดและสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ที่อาจทำให้เกิด
ความไม่สบายใจต่อผู้ดำรงตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค. (2) และตำแหน่งศึกษานิเทศก์ ในสัปดาห์นี้จึงขอนำเรื่องดังกล่าวมาสร้างความรู้ความเข้าใจกับเพื่อนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาได้รับทราบโดยทั่วกัน ดังนี้

ตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 19/2560 ลงวันที่ 3 เมษายน 2560 กำหนดให้มีสำนักงานศึกษาธิการภาคและสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด ทำหน้าที่บูรณาการการจัดการศึกษาของจังหวัดและของภูมิภาค และกำหนดให้ศึกษาธิการจังหวัดเป็นผู้มีอำนาจในการบรรจุและแต่งตั้งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาตามมาตรา 53 (3) และ (4)ในจังหวัด อีกทั้งยังกำหนดให้โอนงานการจัดการศึกษาเอกชน และงานบางส่วนของงานการบริหารงานบุคล จากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาไปยังสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดและให้มีการเกลี่ยอัตรากำลังข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาจากหน่วยงานการศึกษาอื่นไปปฏิบัติงานในสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด โดยให้เป็นไปตามมาตรการ “การเกลี่ยอัตรากำลังต้องไม่เพิ่มกำลังคนและงบประมาณ” จากเงื่อนไขดังกล่าว ก.ค.ศ. จึงมอบหมายให้สำนักงาน ก.ค.ศ. ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ไปศึกษาและวิเคราะห์กรอบอัตรากำลังที่เหมาะสมของทั้ง 2 หน่วยงาน คือ สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดและสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ตามภาระงาน ปริมาณงาน คุณภาพของงาน และสภาพการทำงาน ดังนั้น จากการวิเคราะห์และการทำความตกลงร่วมกันให้เกลี่ยอัตรากำลัง จำนวนร้อยละ 25 จากอัตรากำลังทั้งหมดของตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค. (2) และตำแหน่งศึกษานิเทศก์ จำนวน 958 อัตรา จากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา มาสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด โดยความเห็นชอบของ ก.ค.ศ. แล้วนั้น ปรากฏผลจากการดำเนินการกำหนดกรอบอัตราและเกลี่ยอัตรากำลังดังกล่าว สามารถเกลี่ยได้จำนวนร้อยละ 24  ซึ่งอัตรากำลังนี้จะนำมาใช้ในช่วงเปลี่ยนผ่าน  อย่างไรก็ดี การกำหนดกรอบอัตรากำลังในครั้งนี้ เป็นการกำหนดกรอบอัตรากำลังที่ใช้ในระยะแรกไม่เกิน 1 ปี ซึ่งจะมีการติดตามการปฏิบัติงานและภาระงานที่แท้จริงเพื่อปรับปรุงกรอบอัตรากำลังให้มีความเหมาะสมต่อไป ทั้งนี้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้กรุณาเน้นย้ำว่าการเกลี่ยและการจัดกรอบอัตรากำลังในครั้งนี่ ต้องเป็นไปด้วยความสมัครใจ และไม่ทำให้ผู้ดำรงตำแหน่งอยู่ในปัจจุบันเสียสิทธิ์หรือความก้าวหน้าที่พึงจะมี จึงขอเรียนมายังเพื่อนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ผู้ดำรงตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค. (2) และตำแหน่งศึกษานิเทศก์ ได้รับทราบโดยทั่วกันและหวังว่าเพื่อนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาจะได้ร่วมแรงร่วมใจกันปฏิบัติงานและสนับสนุนการปฏิรูปการศึกษา เพื่อขับเคลื่อนงานด้านการศึกษาในมีคุณภาพยิ่งขึ้นต่อไป

 

พินิจศักดิ์  สุวรรณรังค์

เลขาธิการ ก.ค.ศ.

 

เผยแพร่ทางคอลัมน์ “สถานี ก.ค.ศ.”
หนังสือพิมพ์มติชน ฉบับวันจันทร์ที่ 4 กันยายน 2560
เปิดอ่าน 452 ครั้ง

ข่าวล่าสุดของหมวดหมู่ ข่าว ศธ.

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook