วันศุกร์ 15 ธันวาคม 2560
ติดตามเว็บไซต์
หน้าแรก > ข่าว ศธ. > รมว.ศธ. บรรยาย “การปฏิรูปการศึกษาเพื่อขับเคลื่อนอนาคตประเทศไทย”

รมว.ศธ. บรรยาย “การปฏิรูปการศึกษาเพื่อขับเคลื่อนอนาคตประเทศไทย”

หมวดหมู่ : ข่าว ศธ. 8 สิงหาคม 2017 เปิดอ่าน 531 ครั้ง

นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นองค์ปาฐกในงานสัมมนาทันเศรษฐกิจ ในหัวข้อ “การปฏิรูปการศึกษาเพื่อขับเคลื่อนอนาคตประเทศไทย” เมื่อวันจันทร์ที่ 7 สิงหาคม 2560 ณ ห้องประชุมภัทรรวมใจ อาคาร 2 ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานใหญ่ จัดโดยธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจต่อเป้าหมายและแนวทางปฏิรูปการศึกษาของไทย นำสู่การประสานความร่วมมือเชิงนโยบายเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนของเศรษฐกิจไทย โดยมีนักวิชาการ นักธุรกิจภาคเอกชน ผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ ธปท. เข้าร่วมกว่า 250 คน

ดร.วิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย กล่าวต้อนรับว่า ธนาคารแห่งประเทศไทยตระหนักดีถึงความสำคัญของการศึกษา ที่เป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศทุกด้าน ทั้งการลดความเหลื่อมล้ำ การสร้างศักยภาพและขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ที่จะช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจให้ก้าวหน้าไปด้วย เป็นต้น ดังนั้นการปฏิรูปการศึกษาจึงมีความสำคัญต่อความมั่นคงของประเทศ แต่ก็เป็นเรื่องยากที่จะสามารถปฏิรูปการศึกษาให้ประสบความสำเร็จ แม้ว่าจะมีผู้เสนอแนวคิดเกี่ยวกับการปฏิรูปการศึกษาจำนวนมากก็ตาม อาทิ การพัฒนาโรงเรียนให้ดีมีคุณภาพ การพัฒนาครูให้มีความรู้ความสามารถ ปรับหลักสูตรเนื้อหาให้เหมาะสมกับความเปลี่ยนแปลงของโลก ซึ่งถือว่าทุกแนวคิดเกิดจากความหวังดีและเป็นเรื่องที่มีความถูกต้องทั้งสิ้น

แต่โจทย์ใหญ่ของการยกระดับการศึกษาคือ จะจัดลำดับความสำคัญเพื่อนำแนวคิดต่าง ๆ ไปประยุกต์ใช้เพื่อปฏิรูปการศึกษาได้อย่างเหมาะสม ถูกที่ถูกเวลา และสร้างความเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีตามความคาดหวังของผู้คนได้อย่างไร นั่นถือเป็นเรื่องที่มีความยากกว่า และเชื่อว่าในวงการการศึกษาก็พยายามที่จะดำเนินการอยู่อย่างต่อเนื่อง

นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ กล่าวตอนหนึ่งว่า เมื่อเข้ามาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้เล็งเห็นปัญหาทางด้านการศึกษาในหลายส่วนที่จะต้องดำเนินการแก้ไขอย่างเร่งด่วน เพราะเป็นปัญหาเรื้อรังมานาน บางเรื่องต้องปรับปรุงระเบียบหลักเกณฑ์เพื่อให้การทำงานคล่องตัวและราบรื่นมากขึ้น และหลายเรื่องต้องปรับวิธีคิดใหม่ พร้อมกำหนดแนวทางการทำงานให้ตอบโจทย์การพัฒนากำลังคนของประเทศให้ตรงจุดมากที่สุด ทั้งการลดความเหลื่อมล้ำและเพิ่มโอกาสการเข้าถึงการศึกษา การยกระดับผลสัมฤทธิ์ผู้เรียน การพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา ให้มีความรู้ความสามารถและมีจำนวนเพียงพอกับความต้องการ รวมทั้งเปิดโอกาสให้มีช่องทางสำหรับคนดีคนเก่ง หรือผู้เชี่ยวชาญในสาขาวิชาที่เป็นความต้องการพัฒนาประเทศเข้ามาในระบบการศึกษามากขึ้น

ทั้งหมดนี้คือการวางระบบ หาแนวทาง เพื่อกำหนดเป้าหมายและจุดเน้นที่เหมาะสมกับในแต่ละประเด็นและให้ทันกรอบเวลาของการปฏิรูปการศึกษา ตอบโจทย์การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ที่ทุกประเทศทั่วโลกต่างให้ความสำคัญและลงทุนเพื่อพัฒนาคน เพื่อให้คนไปพัฒนาประเทศ ซึ่งจุดเน้นสำคัญของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์คือการลงทุนในเรื่องที่สามารถวัดได้เป็นรูปธรรม พร้อม ๆ กับส่งเสริมทักษะจำเป็นบางอย่างให้มีความชัดเจนมากขึ้น เช่น ทักษะการทำงาน (Soft Skills), การสื่อสารสร้างการรับรู้ เป็นต้น

โดยส่วนตัวมีความพึงพอใจต่อความก้าวหน้าการปฏิรูปการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการในหลายส่วนทั้งการปรับปรุงวิธีการทำงานให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมมากขึ้น การที่สามารถแก้ไขปัญหาที่สั่งสมมาเป็นระยะเวลายาวนานให้ประสบความสำเร็จได้ เช่น การพัฒนาครูทั้งระบบ ตลอดจนการเข้าสู่ตำแหน่งระดับผู้บริหารโรงเรียน ได้มีการกำหนดหลักเกณฑ์ใหม่ ถือเป็นการพลิกโฉมรูปแบบการพัฒนาครูตามความต้องการของครูเอง โดยกระทรวงศึกษาธิการจัดสรรงบประมาณสำหรับครูเลือกอบรมได้ตามความต้องการ 10,000 บาทต่อคน พร้อมทำหน้าที่ควบคุมมาตรฐานของหลักสูตรการอบรมโดยสถาบันคุรุพัฒนา, โครงการ Education to Employment (E to E) โดยร่วมมือกับภาคเอกชนและสถานประกอบการในการฝึกอบรมพัฒนาทักษะวิชาชีพจากการปฏิบัติจริง ทั้งในสถานศึกษา ในสถานประกอบการ และในโรงงาน, การยกระดับภาษาอังกฤษ ทั้งการประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาครูแกนนำด้านการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ (Boot Camp) สำหรับครู สพฐ. และการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษ (Vocational English Camp) สำหรับครูอาชีวศึกษา โดยวิทยากรชาวต่างชาติ ตลอดจนจัดทำแอพพลิเคชั่นภาษาอังกฤษ (Echo English) สำหรับคนไทยฝึกฝนเรียนรู้ได้ทุกที่ทุกเวลา และโครงการ “ผลิตสื่อการเรียนรู้และฝึกทักษะภาษาอังกฤษการสื่อสาร เพื่อก้าวสู่อาชีพ” (Echo VE), การปรับปรุงการทำงานในระดับพื้นที่ โดยกำหนดให้มีศึกษาธิการภาค ศึกษาธิการจังหวัด ตลอดจนคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด เพื่อช่วยขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาค ได้ตรงตามบริบทและความต้องการแต่ละพื้นที่ รวมทั้งการจัดการเรียนการสอนรูปแบบ STEM ที่มีความก้าวหน้าการดำเนินงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามลำดับ เป็นต้น

นอกจากนี้ ยังได้ดำเนินงานที่มีความก้าวหน้าในอีกหลายส่วน คือ การตั้งคณะกรรมการอิสระปฏิรูปการศึกษา, การจัดการศึกษาปฐมวัย, การเพิ่มวิชาภูมิศาสตร์และ ICT, การจัดสอบแบบอัตนัยในวิชาภาษาไทย, การปรับปรุงมาตรฐานตำราและระบบการใช้หนังสือยืมเรียน, การพัฒนาการเรียนการสอนภาษาจีน, โครงการโรงเรียนแม่เหล็ก เพื่อพัฒนาคุณภาพโรงเรียนขนาดเล็ก, โรงเรียนคุณธรรม, โรงเรียนและห้องเรียนกีฬา, การบูรณาการระบบ ICT ของกระทรวง เพื่อประโยชน์ในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา, การศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม, การแก้ไขธรรมาภิบาลในสถานศึกษา, ปรับระบบคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา, ปรับเกณฑ์การประกันคุณภาพสถานศึกษา ตลอดจนการแก้ไขปัญหาทุจริตด้านการศึกษา

อย่างไรก็ตาม กระทรวงศึกษาธิการพยายามจะดำเนินการปฏิรูปการศึกษาให้ทันตามกรอบเวลาการปฏิรูปประเทศอย่างเต็มความสามารถ โดยวางแผนยุทธศาสตร์ จัดระบบการทำงานแบบบูรณาการอย่างแท้จริง ทั้งในหน่วยงานสังกัด หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ภาคเอกชน สถานประกอบการ ชุมชน นักเรียน นิสิตนักศึกษา ตลอดจนผู้ปกครอง พร้อมตั้งเป้าหมายไว้ที่ประโยชน์ของผู้เรียนเป็นสำคัญ

ในขณะเดียวกันจะลดงานหรือโครงการในลักษณะ Central Planning เนื่องจากเป็นวิธีที่ล้มเหลวและไม่เอื้อต่อการปฏิรูปการศึกษาของไทย ซึ่งมีบริบทที่หลากหลาย มีความต้องการ จุดแข็งโอกาสในการพัฒนาแต่ละพื้นที่ที่แตกต่างกัน ดังนั้นในปีงบประมาณนี้ กระทรวงศึกษาธิการจึงเริ่มต้นโดยการนำงบประมาณเหลือจ่ายคืนกลับให้ครู เพื่อนำไปฝึกอบรมพัฒนาทักษะความรู้ความสามารถตามความต้องการได้อย่างเต็มศักยภาพ ที่จะส่งผลต่อการยกระดับผลสัมฤทธิ์ของเด็กและเยาวชนต่อไป


ที่มา http://www.moe.go.th/websm/2017/aug/418.html

ข่าวล่าสุดของหมวดหมู่ ข่าว ศธ.

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook